รู้ไหมว่าสมองของเราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ตลอดชีวิต และสิ่งที่เราทำซ้ำทุกวัน อาจกำลังเปลี่ยนสมองโดยที่เราไม่รู้ตัว
เรื่องนี้เรียกว่า Neuroplasticity หรือความสามารถของสมองในการปรับโครงสร้างและการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทตามการเรียนรู้และประสบการณ์
1. สมองไม่ได้หยุดพัฒนาเมื่อเราโตขึ้น
ในอดีต นักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อว่าสมองของผู้ใหญ่เปลี่ยนแปลงได้จำกัด แต่ปัจจุบันเรารู้แล้วว่าสมองยังปรับตัวได้แม้อายุมากขึ้น เมื่อเราฝึกทักษะหรือเรียนรู้สิ่งใหม่ การเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทสามารถแข็งแรงขึ้นหรืออ่อนลงได้ตามการใช้งาน
2. สิ่งที่ทำซ้ำบ่อย ๆ ส่งผลต่อสมองจริง
มีงานวิจัยพบว่า คนขับแท็กซี่ในลอนดอนที่ต้องจดจำเส้นทางจำนวนมาก มีความแตกต่างของสมองส่วน Hippocampus ซึ่งเกี่ยวข้องกับความจำเชิงพื้นที่ นักดนตรีที่ฝึกเล่นเครื่องสายเป็นเวลานาน ก็พบความเปลี่ยนแปลงของบริเวณสมองที่ประมวลผลความรู้สึกจากนิ้วมือ แสดงให้เห็นว่าการฝึกฝนต่อเนื่องสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของสมองได้จริง
3. สมองเรียนรู้ได้ทั้งนิสัยที่ดีและไม่ดี
การฝึกภาษา ออกกำลังกาย หรือทำงานอย่างมีสมาธิ สามารถช่วยสร้างรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ได้ แต่พฤติกรรมอย่างการผัดวันประกันพรุ่ง หรือการหยิบมือถือขึ้นมาไถโดยอัตโนมัติ ก็สามารถกลายเป็นนิสัยที่ทำซ้ำได้ง่ายขึ้นเช่นกัน เพราะสมองไม่ได้เลือกแทนเราว่านิสัยไหนดีที่สุด แต่ปรับตัวตามประสบการณ์และพฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ
4. การฝึกที่ท้าทายช่วยให้เราเรียนรู้
ถ้าทำแต่สิ่งที่คุ้นเคย เราอาจพัฒนาได้ช้าลง การลองทำสิ่งที่ยากขึ้นเล็กน้อย ฝึกแก้ข้อผิดพลาด และได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม สามารถช่วยให้เกิดการเรียนรู้ได้ดีขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องฝืนจนเครียดหรือเหนื่อยเกินไป เพราะการพักฟื้นก็สำคัญเช่นกัน
5. การนอนและการออกกำลังกายมีส่วนช่วย
การนอนหลับมีบทบาทสำคัญในการจัดระเบียบและเสริมความจำหลังการเรียนรู้ ส่วนการออกกำลังกายช่วยสนับสนุนสุขภาพสมองและกระบวนการเรียนรู้ แม้จะยังไม่มีสูตรตายตัวว่าต้องออกกำลังกายหนักก่อนเรียนทุกครั้ง
6. อยากเปลี่ยนนิสัย เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำได้ต่อเนื่อง
ฝึกทักษะใหม่เป็นประจำ แทนการเร่งทำหนักเพียงวันเดียว เพิ่มระดับความยากทีละน้อย ลดสิ่งรบกวนระหว่างฝึก นอนหลับให้เพียงพอ สังเกตนิสัยเดิม แล้วค่อย ๆ ฝึกพฤติกรรมใหม่มาแทน สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นข้ามคืน และแต่ละคนอาจใช้เวลาไม่เท่ากัน
สรุปแล้ว Neuroplasticity ไม่ได้หมายความว่าเราจะเปลี่ยนตัวเองเป็นใครก็ได้เพียงแค่คิดบวกหรือมีวินัย เพราะชีวิตยังได้รับอิทธิพลจากพันธุกรรม สุขภาพ และสภาพแวดล้อมด้วย
แต่มันทำให้เราเข้าใจว่า ความสามารถและนิสัยหลายอย่างไม่ได้หยุดพัฒนาเมื่อเราโตขึ้น
สิ่งเล็ก ๆ ที่เราฝึกทำซ้ำในวันนี้ อาจค่อย ๆ เปลี่ยนวิธีคิด ความสามารถ และพฤติกรรมของเราในอนาคต
#มินนี่แปลให้
มาดูพี่เผือกในพาร์ทของ “คุณพ่อ” กันบ้างค่ะ
น้องลูกครับลูกชายพี่เผือกสนใจเรื่องรอบโลก สามารถเห็นธงประเทศต่าง ๆ รอบโลกแล้วไล่ได้เลยว่าประเทศอะไร แล้วพูดได้ 4 ภาษา (ไทย อังกฤษ สเปน และจีน) นอกจากนี้ยังชอบเรื่องวิทยาศาสตร์และร่างกายด้วย
ชอบที่พี่เผือกเคยพูดมากว่า พี่เผือกเลี่ยงที่จะเรียกลูกว่าอัจฉริยะ เพราะมันไม่แฟร์กับเค้าที่จะทำให้เค้าถูกคาดหวังจากทุก ๆ คนว่าเค้าจะต้องโตไปแบบอัจฉริยะ พี่เผือกแค่จะพูดว่าเค้าชอบเรียนหนังสือ ชอบภาษา ชอบอ่านหนังสือ ความจำดี หัวไว แค่นี้เลย
และพี่เผือกย้ำว่าลูกเค้าก็มีสิ่งที่ทำไม่ได้เยอะ มีสิ่งที่เค้าไม่ชอบ มีสิ่งที่เค้าทำได้ไม่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับคนอื่น ซึ่งเป็นธรรมชาติ เค้าเป็นมนุษย์คนนึงที่มีจุดเด่นจุดด้อย
มายเซ็ทโคตรพร้อมที่จะเป็นพ่อคน เค้าทำหน้าที่ได้ดีทั้งในพาร์ทสามีและพ่อเลยอะ
โอ้ยย ผู้ชายแบบพี่เผือกมีผลิตเพิ่มมั้ยคะ พี่เผือกบอกว่าสัญญากับคุณลูกจ๋าตั้งแต่ตอนแต่งงานกันว่าจะนวดให้ทุกวัน แล้วพี่เผือกก็ทำแบบนั้นจริง ๆ มาตลอดระยะเวลา 10 กว่าปี
ทุกวันนี้ต้องนวดให้ภรรยาหลับก่อนค่อยจะลงไปเล่นเกม ถ้าไม่นวดภรรยาก็จะไม่หลับเพราะติดไปแล้ว เวลาคุณลูกจ๋าโทรตามตอนเล่นเกม พี่เผือกก็จะบอกคนในสตรีมทันทีว่าไปก่อนนะ แล้วก็ขึ้นไปนวดให้หลับค่อยลงมาเล่นต่อ
ละการที่น้องลูกครับเห็นพ่อนวดให้แม่ทุกวัน อาลุคก็เลยซึมซับตรงนี้ และดูแลแม่เหมือนที่พ่อดูแลเลย ถือปืนนวดมานวดให้แม่บ้างอะไรบ้าง เนี่ย การสอนลูกคือไม่ต้องบังคับไม่ต้องอะไรเลย แค่เป็นแบบอย่างที่ดีให้เค้า เดี๋ยวเค้าก็ซึมซับเองจริง ๆ นะ
幸福感💖 retweeted
#แดดใสในวันฝนพรำ #SunshineThroughTheRain
"ฉันเคยได้ยินคำกล่าวหนึ่งว่า เราสามารถตัดสินคนได้จากรองเท้า รองเท้าที่ต่างกัน พาคนเราเดินไปคนละเส้นทาง จะมีก็แต่รองเท้าในวันที่ฝนตกนี่แหละที่เป็นข้อยกเว้น มันทำให้ทุกคน อยู่ในสภาพยุ่งเหยิงไม่ต่างกัน ทำให้ฉันรู้สึกว่า ฉันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากพวกเขา"
เปิดมาEp แรก สมใจกองอวยเลยมึง คาดหวังแล้วไม่ผิดหวัง ไวป์ดีมาก เพลงเปิดคลอซีรีส์มีให้เลย ล้านเต็มสิบ คาแรคเตอร์พระเอกโคตรจะสุด หนุ่มขี้โรคกับสาวสู้ชีวิต แต่แบบเฮ้ยเขาวางคาแรคเตอร์ไว้แข็งแรงจัด มันมีดีมาก ทุกอย่างเลย กราบว่ะ กราบ
โอ้ยย ผู้ชายแบบพี่เผือกมีผลิตเพิ่มมั้ยคะ พี่เผือกบอกว่าสัญญากับคุณลูกจ๋าตั้งแต่ตอนแต่งงานกันว่าจะนวดให้ทุกวัน แล้วพี่เผือกก็ทำแบบนั้นจริง ๆ มาตลอดระยะเวลา 10 กว่าปี
ทุกวันนี้ต้องนวดให้ภรรยาหลับก่อนค่อยจะลงไปเล่นเกม ถ้าไม่นวดภรรยาก็จะไม่หลับเพราะติดไปแล้ว เวลาคุณลูกจ๋าโทรตามตอนเล่นเกม พี่เผือกก็จะบอกคนในสตรีมทันทีว่าไปก่อนนะ แล้วก็ขึ้นไปนวดให้หลับค่อยลงมาเล่นต่อ
ละการที่น้องลูกครับเห็นพ่อนวดให้แม่ทุกวัน อาลุคก็เลยซึมซับตรงนี้ และดูแลแม่เหมือนที่พ่อดูแลเลย ถือปืนนวดมานวดให้แม่บ้างอะไรบ้าง เนี่ย การสอนลูกคือไม่ต้องบังคับไม่ต้องอะไรเลย แค่เป็นแบบอย่างที่ดีให้เค้า เดี๋ยวเค้าก็ซึมซับเองจริง ๆ นะ
幸福感💖 retweeted
ถ้าสังเกตดีๆจะดูออกว่า คนที่พัฒนาตัวเองเพื่อตัวเอง กับ คนที่พัฒนาตัวเองเพื่อให้คนอื่นมาชอบมาสนใจ มันต่างกัน
คนที่พัฒนาตัวเองเพื่อตัวเอง คือ คนที่พัฒนาเพื่อให้ตัวเราเองพอใจเท่านั้น กับ อีกคนที่พัฒนาตัวเองเพื่อให้คนอื่นมาชอบ สิ่งที่ต่างกันของ 2 แบบนี้ คือ เสน่ห์ที่แตกต่างกัน คนที่ทำเพื่อตัวเองจะมีความน่าดึงดูดมากกว่า เพราะรู้ว่าอะไรที่เหมาะกับตัวเองที่สุด ส่วนคนที่ทำเพื่อให้คนอื่นถูกใจจะไร้ซึ่งเสน่ห์ เพราะจะขาดความเป็นตัวเอง ไม่มีความสุข ต้องพยายามดิ้นรนอยู่ตลอดเวลา เพื่อวิ่งตาม ต่างกับคนที่อยู่เฉยๆก็มีคนมาชอบ มีคนมอง
幸福感💖 retweeted
นี่เข้าใจพวกผีที่เข้ามาในร้านนิดๆแล้วนะ ฮีเมธาเรียกได้ว่าเป็นความท้าทายใหม่เลย พนักงานใหม่ตาใส แป๋วสุดๆ แต่ดันรักษากฏของร้านเคร่งครัดมาก จัดอันดับคนน่าแกล้ง No.1 sunny mart ถ้าพวกผีมีแชทกลุ่ม คงทำเควสใครแกล้งเมธาได้ ผีนั้นโคตรเจ๋งแน่ๆ555
#TherulesEP3
幸福感💖 retweeted
ดีเจเผือกเซ้นส์แรงมาก เพิ่งรู้ว่าตอนโอปอลท้องใหม่ๆยังไม่ได้บอกใครว่าท้องแต่ฮีมองแวบเดียวดูออกเลย
幸福感💖 retweeted
ฉันดูแลตัวเองนะจริง ๆ แล้ว ไปไหนมาไหนคนเดียวได้ ป่วยเป็นอะไรก็พาตัวเองไปหาหมอคนเดียวตลอด emotional support ก็คือตัวเอง ขนมหวาน ซีรี่ส์ และเตียงนอน คือชั้นอยู่คนเดียวเก่งมาก ๆ จนรู้สึกว่าถ้ามีเธออยู่ด้วยก็คงดี กูเหนื่อยจะทำอะไรเองไปหมดซะทุกอย่างละ อยากมีเธอให้อ้อนอ่าาาาา
8 บทเรียน "การเลือกคบคน"
จากสามก๊ก
1. อยู่ใกล้คนทะเยอทะยาน
ชีวิตเราจะกล้าฝันใหญ่ขึ้น
2. คนที่เห็นแก่ตัวเรื่องเล็กๆ
มักเห็นแก่ตัวเรื่องใหญ่
3. คนที่กล้าพูดความจริงกับเรา
มีค่ามากกว่าคนที่พูดแต่สิ่งที่เราอยากฟัง
4. คนที่ชอบยุให้คนอื่นเกลียดกัน
มักเป็นปัญหาเอง
5. อย่าดูแค่ว่าเค้าดีกับเรายังไง
ให้ดูสิ่งที่เขาทำกับคนที่ไม่มีประโยชน์ด้วย
6. คนที่คุมอารมณ์ไม่ได้
จะพาเราเหนื่อย
7. เพื่อนแท้จะไม่ชมเราอย่างเดียว
แต่เขาจะกล้าเตือนเรา
8. ใช้เวลากับคนที่พาเราเติบโต
ไม่ใช่แค่สบายใจชั่วคราว
幸福感💖 retweeted
ฟังหมอแพทแล้วชอบแนวคิดมากเลย คุณหมอพูดถึงเรื่องการให้อภัย ว่าระหว่างที่เราโกรธเราเกลียดอยู่ สมองเราทำงานอย่างหนักตลอด ส่งผลให้สมองเสื่อมไวขึ้น การให้อภัย=เห็นคุณค่าในตัวของเราเอง
“ในวินาทีที่เราตัดสินใจให้อภัย มันเป็นวินาทีที่สมองเราตัดสินใจว่า อารมณ์ ความรู้สึก และเวลาของฉัน มีค่ามากกว่า จะเอาไปเสียกับความผิดพลาดของคนอื่น”
“ให้อภัยเขา ไม่ใช่เพราะเขาสมควรได้รับการให้อภัย แต่เพราะใจเราควรได้รับความสงบ”
幸福感💖 retweeted
ของเราเมื่อก่อน หมดค่าเดินทางเยอะมากกก
นั่งเเกร๊บไปกลับ แต่ละวัน แบบบท้อแท้
เลยเริ่มเก็บ Record แล้วก็ปรับตัวใหม่ ปีถัดไปค่าใช้จ่ายส่วนนี้เลยลดลงค่ะ
ตอนแรกกไม่ชอบจดบันทึก แต่มันช่วยให้เรา
เห็นภาพแบบ ตอกย้ำตัวเองไปเลย
ว่าฉันมัวแต่เอาเงินไป ใช้กับอะไรอยู่
ตารางนี้แค่ค่าเดินทาง ยังไม่รวมค่าสั่ง Delivery เลย บ้าบอจริงๆ ที่ผ่านมาผมทำอะไรอยุ่ 555🫣
งงอะ คือเราแทบไม่ซื้อเสื้อผ้าใหม่ ไม่ออกไปเที่ยว วัน ๆ คืออยู่ห้อง ออกไปทำงานแค่บางวัน แต่เงินหายไปไหนไม่รู้ คือตอนนี้มีแค่ค่ากินอะที่ต้องซื้อทุกวัน แล้วเอาจริงก็ไม่ได้กินเยอะ ไม่ติดแบรนด์ กินอะไรก็ได้ที่อร่อย เวลาจะซื้อ จะสั่งเดลิก็ดูว่าลดราคามั้ย ถ้าไม่มีส่วนลดก็ไม่กินเลย ก็ประหยัดพอตัว แต่ทำไมเงินแทบไม่เหลือเลย งง
幸福感💖 retweeted
ชอบคำนี้มาก Wanting nothing gives you everything. การไม่อยากได้อะไรสักอย่าง แต่ทำให้เราได้ทุกอย่าง ไม่รู้ว่าใครเป็นมั้ย แต่ถ้าเรายิ่งอยากได้อะไรมากๆ ยิ่งต้องการมัน มันยิ่งหนี แล้วสิ่งนั้นก็หลุดไปแบบง่ายดายมากอะ
แต่กลับกัน พอเราใช้ชีวิตแบบเบาสบาย Focus on yourself . ไม่โหยหา ไม่พยายามวิ่งไล่ตามอะไร อยู่กับตัวเอง ให้เวลาตัวเองจากที่อยากได้อะไรมากๆ ต่อให้สิ่งนั้นจะโครตแพง หรือจ่ายเงินออกไปแค่ไหน พอเราไม่อยากได้สิ่งนั้นแล้ว ไม่เครียด ไม่กดดันตัวเอง แต่เราจะได้ครอบครองสิ่งนั้นหมดเลยอะ ลองสังเกตดู!
*ยิ่งขาดแคลน ยิ่งไกลออกไปจริงๆ พอเลิกอยากได้ มันมาเอง การใช้ชีวิตแบบเบาสบายเป็นอะไรที่ดีต่อ Mental health มาก พอสุขภาพจิตดีมันก็ดีไปหมดเลย สนใจคนน้อยลง ปลงได้มากขึ้น ปล่อยวางง่าย ลองใช้ชีวิตนิ่งๆขึ้น ผลลัพธ์มันแอบเวิร์คกว่า
พยายามทำอะไรใหม่ ๆ ในชีวิตให้มากขึ้น เพราะ การทำงานไม่มีปิดเทอม ชีวิตเราต้องวนลูปแบบนั้นไปเรื่อย ๆ ความสุขในชีวิตมันจะค่อยลดลงไป ออกไปใช้ชีวิตกันให้เยอะ ๆ กันเถอะ เราเกิดมาเพื่อมีชีวิตกันนะ
อันนี้อยากให้ทุกคนได้ลองนะ การบอกลาชีวิตที่คุณเคยฝันถึง การบอกลาความสัมพันธ์ที่คุณคิดว่าจะยั่งยืนตลอดไป งานที่คุณสาบานว่าจะต้องได้ เมืองที่คุณเชื่อว่าคุณจะได้อยู่อาศัย เวอร์ชันของตัวเองที่เคยมีอยู่ในแผนการของคุณเท่านั้น
และแม้ว่าการยอมรับสิ่งนี้อาจเจ็บปวด แต่การเติบโตก็หมายถึงการทำสันติภาพกับทุกสิ่งที่ไม่อยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะคุณล้มเหลว แต่เพราะชีวิตได้เปลี่ยนทิศทางไปแล้ว
เพราะตราบใดที่คุณยังยึดติดกับชีวิตที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง คุณจะพลาดโอกาสในการสร้างชีวิต ที่อาจมีความสุขยิ่งกว่าที่คุณเคยฝันไว้ด้วยซ้ำ
9 วิธีพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) และทักษะการเข้าสังคมให้ดีขึ้น
1. หัดชื่นชมคนอื่นบ่อย ๆ เมื่อเห็นใครทำอะไรดีหรือมีข้อดี ก็ควรพูดชมอย่างจริงใจ
2. อย่านินทาคนอื่นลับหลัง โดยเฉพาะการพูดถึงคนอื่นในทางเสียหายตอนที่เขาไม่อยู่
3. อย่าบ่นเรื่องชีวิตตัวเองให้คนอื่นฟังตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องระบายความทุกข์หรือความลำบากของตัวเองในทุกบทสนทนา
4. ถ้าไม่รู้จะชวนคุยเรื่องอะไร ให้ลองคุยเรื่องอาหาร เป็นหัวข้อที่เข้าถึงง่ายและช่วยเริ่มบทสนทนาได้
5. ต่อให้ไม่ชอบใคร ก็ไม่จำเป็นต้องแสดงออกให้เขารู้ รักษามารยาทและวางตัวให้เหมาะสม
6. เคารพความเป็นส่วนตัวของคนอื่น ไม่ถามเรื่องส่วนตัวที่ไม่ควรถาม หรือเรื่องที่อีกฝ่ายอาจไม่สะดวกตอบ
7. เมื่อเกิดปัญหา ให้มองความรับผิดชอบของตัวเองก่อน แทนที่จะรีบโทษคนอื่น ลองทบทวนก่อนว่าเรามีส่วนผิดตรงไหนบ้าง
8. คนอื่นล้อเลียนตัวเองได้ แต่เราไม่ควรล้อเลียนเขาตาม เพราะสิ่งที่เขาพูดขำ ๆ เกี่ยวกับตัวเอง ไม่ได้หมายความว่าเขาจะโอเคเมื่อได้ยินจากคนอื่น
9. อย่าเข้าหาคนอื่นโดยมีผลประโยชน์แอบแฝง เพราะเมื่ออีกฝ่ายรู้สึกว่าเราต้องการอะไรบางอย่างจากเขา ก็อาจทำให้เขาระแวงและไม่ไว้วางใจ
#มินนี่แปลให้
幸福感💖 retweeted
หึหึ พี่ผ่านมาแล้ว 😊 กฏการอยู่ในที่ทำงานtoxic
1. ทำตัวเป็นกลาง อย่าเข้าฝ่ายไหน ใครจะดราม่า ใครทะเลาะ ทำงานของเราไป เราเป็นมีมตัดหญ้ากลางพายุ
2. เว้นระยะคนที่พูดลับหลังคนอื่นในทางที่แย่ และในแง่นินทา ถ้าเขาทำกับคนอื่นได้ เขาก็ทำกับเราได้
3. เวลาโมโห อย่าพึ่งเอามาระบายกับคนในที่ทำงานทันที
ช่วงที่เราemotional คือเวลาที่คนtoxicจะตีสนิท ดึงเราเข้าเป็นพวกหรือเอาเราไปนินทาได้ง่าย ตั้งสติ แล้วพูดเรื่องไม่พอใจในเวลาที่พร้อม
4. ถ้าเรากลายเป็นเป้าหมายซะเอง อย่าอยู่เฉย การเงียบไม่ใช่ทางออก หาจังหวะconfrontอย่างสุภาพ
พวกขี้นินทากลัวคนจริงที่มีมารยาท
5. Toxicยังไง ก็พยายามอย่า burn the bridge
ถ้าต้องออก หาทางจบให้สวยที่สุด อนาคตไม่แน่ไม่นอน 😂 ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร
สรุปสั้นๆ :





























