Pinned Tweet
ช่วงนี้เห็นทวิตเรื่องผมหยักศกธรรมชาติเยอะมาก เลยอยากมาแนะนำผลิตภัณฑ์ขที่มีขายในไทยและราคาย่อมเยาเข้าถึงได้เบื้องต้นสำหรับคนผมหยิก เราจะดูส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำใน curly girl method ที่จะเน้นให้ไม่มี sulfate ในยาสระผม และ silicone ในครีมนวด
เรามองซ้ายขวาตลอด เพราะถ้าเราเดินช้ากว่าข้างหลังก็จะหลบให้เค้าเดินนำไปก่อนจะได้ไม่ขวางทางเค้า ที่เจอบ่อยมากคือชอบเดนเป็นแพขวางทางเดินช้าเดินคุยเล่น พอบอกว่าเดินแถวเรียงหนึ่งได้ไม๊คนอื่นเดินไม่ได้หันมาเหวี่ยง งงมาก อีกปภ.คือพวกเดินๆหยุดๆเพราะกดโทสับ ไม่รู้ตัวเลยว่าเกะกะ
เนี่ย..ค.เห็นแบบดูคลิปแบบไม่มีเสียงนะ ต่อรองเรื่องน้ำ จนท. อนุโลมให้ 1 ขวดเพราะมีในขวดเก็บอุณหภูมิแล้ว 1 จนท. เอาไปทิ้งคือใช้ดุลพินิจว่าไม่ให้ดื่ม ให้เดินเข้าเกทเลยเพราะคนน่าจะเยอะเพราะ จนท. ไม่สนชีแล้วเพราะกป.รันมาเรื่อย ๆ คนที่ไม่จบก็ตามคลิป..
สอบปลายภาคตอนประถม แล้วเพื่อนในห้องลอกข้อสอบกัน ทีนี้ครูประจำชั้นรู้ ช่วงก่อนกลับบ้านที่เด็กมานั่งรวมกันในห้อง นางก็หวีดเด็กทั้งห้องด่าแบบเหมา ฉันได้แต่มองตาปริบๆ งงมากว่าตรูผิดอะไร ถ้าจะด่าคือเอาเด็กที่มันลอกกันไปตักเตือนไหม ทำไมฉันที่อายุเจ็ดแปดขวบต้องมารองรับอารมณ์ครูด้วย งง
เพราะภาคก. มีข้อสอบวัดความพร้อมเรื่องวินัยราชการ (ถ้าจำไม่ผิด) เลยน่าจะต้องการกรองคนที่มีความพร้อมก่อน แล้วถึงให้ไปสอบเข้ากับแต่ละหน่วยงานตรง
อยากให้ทัศนคติต่องานราชการแบบนี้หมดไปซักที คนเก่ง ๆ ในราชการมีเยอะมาก เราอยากให้ตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำงาน (ไม่ว่าจะที่ไหน) อยากพัฒนาตัวเอง หรือแค่อยากมีงานทำ งานราชการที่ท้าทายและพัฒนาต่อยอดความรู้ได้มีเยอะมาก เลือกลงให้ถูกที่
ไทยใจดีจนคนไทยเคยตัว ตปท. ไม่แม้แต่ให้เราแตะสัมภาระเลยหากสแกนแล้วเจอว่ามีของที่เข้าข่ายต้องห้ามและต้องตรวจกระเป๋า เค้าจะเรียกเราไปรับทราบและยืนดูไม่ให้จับ หากเจอก็โชว์ว่าอันนี้ผิดแล้วยึดไปทิ้ง ที่ไทยคือแจ้งว่ามีให้เปิดเอง ให้ทิ้ง แถมยังให้ยืนต่อรองกันได้อีก สุดยอดแห่งค.ยืดหยุ่น
AOT ประกาศให้ชัดเลยว่าต่อไปนี้ไม่อนุโลมกรณีน้ำดื่มในทุกกรณี ให้ทิ้งก่อนเข้าจุดตรวจ หรือหากตรวจพบ จนท. มีอำนาจหทิ้งทุกกรณี ยกเว้นของเหลวที่จำเป็นต่อ ผดส. อาทิ ยา หรืออาหารเด็ก จะได้จบ ๆ เอาให้ชัดจะได้ไม่ต้องมานั่งตั้งคำถาม ทั้งๆที่แจ้งโต้ง ๆ ก่อนเข้าจุดทุกสนามบินแต่ทำเป็นไม่เข้าใจ
แยกประเด็น เดินทางบ่อย ๆ ต้องรู้ไว้เป็นพื้นฐานว่าเค้าให้ไม่เกินชิ้นละ 100ml เอาเข้าไปเกินแล้วจะโดนทิ้งอันนี้ว่าใครไม่ได้ เค้ายอมให้เพราะเด็ก ครั้งหน้าต้องระวัง อีกประเด็นคือ พนง. ส่วนใหญ่จ้างข้างนอกมาตรฐานบางคนมันไม่ได้ หน้าที่บริษัทจัดการ แต่ไปพูดกระทบครอบครัวก็ไม่ควรอีก ผิดคู่
คุณแก้มทำคลิปเล่าละ
-คุณแก้มเดินทางกับสามีและลูกอีกสองคนพกขวดน้ำดื่ม (ที่เพิ่งซื้อจากสนามบินและยังไม่ได้เปิด) จำนวน 2 ขวด เพื่อเตรียมไว้ชงนมหรือใช้กับลูกเพราะกลัสบนเครื่องจะขอยา
-ขั้นตอนการตรวจกระเป๋า พนง คนนึงเข้ามาบอกว่าไม่อนุญาตให้นำน้ำทั้ง 2 ขวดเข้าไป คุณแก้มพยายามอธิบายด้วยว่ามีลูกเล็กและจำเป็นต้องใช้น้ำขอเอาเข้าไปได้มั้ย
-มีพี่ทอมคนนึงเดินมาแล้วบอกว่าโอเคงั้นให้ขวดนึงแล้วกันแล้วอีกขวดจะทิ้ง
-คุณแก้ม งั้นขอกินก่อนได้ไหมเพราะว่าเขาซื้อมาแพงขวดละตั้งร้อยกว่าบาท
-พนง ที่มีปัญหากับคุณแก้มตอนแรกก็บอกว่าไม่ได้ถ้าจะกินต้องกินจากข้างนอกแล้วก็หยิบขวดน้ำของคุณแก้มไปทิ้งถังขยะ
-คุณแก้ม ก็เลยต่อรองว่าเพิ่ง เพิ่งเข้ามาได้ไม่กี่ก้าวเองขอกินก่อนได้ไหม พนง คนนั้นก็หยิบขวดน้ำจากถังขยะมายื่นให้คุณแก้มก็เลยถามว่าแล้วอันนั้นมันถังขยะอะไร เพราะถ้าเกิดว่ามีแค่ขวดน้ำเขาก็ยินดีที่จะกิน พนง ตอบว่า "ก็ถังขยะอะค่ะ"
- คุณแก้มถามว่าเอาพี่พี่มีสิทธิ์อะไรมาทิ้งน้ำ พนง ตอบแบบหน้ากวนๆว่า "ก็ไม่คัดค้านเอง" คุณแก้มบอกว่าก็แล้วว่าจะกินแต่พี่ก็ทิ้งไปเลย
-พนง คนเดิมก็ตึงตังๆ วางของแรงๆ
คุณแก้มก็คิดในใจว่าทะเลาะกับผัวแน่นอน เลยหันไปมองลูกกับผัวแล้วตัดสินใจไม่กินแล้ว
-คุณแก้มพูดว่า "เออ ช่างเหอะ ครอบครัวน่าจะมีปัญหา "
-พนง ปรี๊ดแตกหันมาหาคุณแก้มแล้วพูดว่า "มีสิทธิไรมาด่าพ่อแม่" แล้ว พนง ก็เดินอ้อมเคาเตอร์มาจะพุ่งมาหาคุณแก้ม
แล้วการ์ดกับ พนง ที่อยู่ตรงนั้นพากันมาล็อคตัว พนง คนนั้นออกไป
-พี่ทอมและหัวหน้างานคนอื่นๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ได้เข้ามาพูดคุยและแสดงความตกใจ พร้อมกับบอกว่าเพิ่งเคยร่วมงานกับพนักงานคนนี้เป็นครั้งแรกและมองว่าพนักงานคนนี้มีพฤติกรรมผิดปกติทางอารมณ์
-คุณแก้มบอกว่า พนักงานคนอื่นๆ ในสนามบินเลย ทุกคนน่ารักมาก มีแค่คนนี้คนเดียวที่มีปัญหา
สรุปคือจะถลาไปหาเค้าจิงๆนั่นแหละ
ครั้งแรกที่ไปตปท. คือไปเรียนอินเดีย วันแรกเลยต้องนั่งบัสจากบังกาลอร์ไปเมืองที่เรียน ระหว่างทางมีเจ้ขอเข้าห้องน้ำ คนขับก็หาที่แล้วจอด เราก็มองไหนห้องน้ำเจ้ๆ แกก็เดินไปในทุ่งเลือกจุดใกล้พุ่มไม้แล้วก็ถกสาหรีฉี่เลย ตรูซึ่งก็ปวดฉี่เลยกลั้นใจอั้นไว้ก่อน ปสก.ที่อินเดียสนุกดี 😂😂
เป็นคนเคารพตัวเองดีมาก เคารพตัวเองที่รู้ว่าชอบแบบไหน อยากได้อะไร แต่ไม่รู้จักเคารพคนอื่นเลย มารยาททางสังคมและวินัยไม่มี...สมกับประโยคที่ว่า ก่อนโทษตัวเอง ทำไมไม่ลองโทษคนอื่นก่อน
รุ่นน้องที่เรียนด้วยกันมาสมัยมหาวิทยาลัย
เป็น HR Manager ของบริษัท Start up แห่งหนึ่ง
นั่งกินข้าวกันทีไร ต้องมีเรื่องน้องใหม่ในบริษัท
มาระบายให้ฟังทุกที เขาเล่าให้ฟังว่า
มีน้องใหม่ไฟแรงคนหนึ่ง เพิ่งเรียนจบ
ตอนสัมภาษณ์ดีมาก พูดเก่ง หัวไว หัวหน้าชอบ รับเข้ามาเลย
เริ่มงานวันแรกนัดเวลา 8.30 น. รับปากกันเรียบร้อย
มาสายครับ มาถึง 9.00 น. กระหืดกระหอบมา
“ผมขอโทษครับพี่ ปรับตัวไม่ทันครับ”
ครั้งแรก ก็ไม่คิดอะไร ให้อภัยกันได้อยู่แล้ว
วันต่อ ๆ มา มาถึงบริษัท เก้าโมงครึ่ง สิบโมง
บางวันมาเที่ยงเลยก็มี
หัวหน้าเรียกคุย ถามว่าบ้านไกลหรือรถติด
"เปล่าครับพี่ ผมนอนดึก"
"ทำงานดึกเหรอ"
"เปล่าครับ ใช้ชีวิตครับ"
ตอนนั้นพวกเรายังขำกันอยู่
"เด็กรุ่นใหม่มันก็งี้แหละ เดี๋ยวก็ปรับตัวได้เอง"
ไม่กี่วันต่อมา น้องมาขอ Work from Home เพิ่ม
บอกว่าเข้าออฟฟิศแล้วเหนื่อย เสียเวลาเดินทาง ไม่มี Work-Life Balance
HR ก็ตกลงให้ว่า ผ่านโปรเมื่อไร ใช้สิทธิตามนโยบายได้
แต่ยังไม่ทันผ่านโปร
ประชุมเก้าโมง น้องเข้าเก้าโมงสิบห้า
หัวหน้าเตือน
วันต่อมา ประชุมเก้าโมงอีก น้องมาเก้าโมงครึ่ง
หัวหน้าเตือนอีก
น้องไปบ่นกับเพื่อนว่า
"หัวหน้าจุกจิกว่ะ สายแค่ไม่กี่นาทีเอง ไม่ยืดหยุ่นเลย"
ในห้องนั้นมีหกคนครับ
สายสิบนาทีของน้อง รวมแล้วคือหนึ่งชั่วโมงของเวลาทุกคน
เรื่องผลงานก็แทบไม่ต่างกันเลย
นัดส่งงานวันศุกร์ ศุกร์บ่ายงานยังไม่มา
"ขอวันจันทร์ครับพี่"
จันทร์บ่าย
"ใกล้แล้วครับ"
อังคารเช้า หัวหน้าตามอีกรอบ
น้องไปบ่นกับเพื่อน
"พี่เขาตามงานบ่อยมาก กดดันว่ะ เหมือนไม่ไว้ใจเราเลย"
เพื่อนถาม "แล้วส่งยัง"
"ยัง"
มาถึงตรงนี้ ไม่มีใครพูดว่า "เด็กใหม่ก็งี้แหละ" แล้วครับ
แต่เรื่องที่เด็ดที่สุดที่ได้ฟังมาคือเรื่องนี้
วันหนึ่งน้องแกเดินถามหัวหน้าว่า "ถ้าผมอยากโตเร็ว ๆ ต้องทำยังไงบ้างครับ"
หัวหน้าเลยให้งานชิ้นหนึ่ง ต้องประสานงานรอบทิศ และรับผิดชอบเองตั้งแต่ต้นจนจบ
สองวันต่อมา น้องกลับมาถาม
"งานนี้ผมต้องทำเองทั้งหมดเลยเหรอครับ"
"ใช่"
แล้วก็ไปบ่นกับเพื่อนตามเคย
"ที่นี่งานแม่งหนักว่ะ หัวหน้าให้กูทำคนเดียวเลย มันใช่หรอวะ"
HR เล่าต่อไปว่า น้องเขามาคุยและบ่นอยากได้อะไรมากมายจากบริษัท
เงินเดือน ขอให้ขึ้นเยอะ ๆ โบนัส อยากได้มาก ๆ
ตำแหน่ง ก็อยากได้
แต่งาน ขอให้ลดลงหน่อย มันมากไป
ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ
ความรับผิดชอบเพิ่ม-ไม่อยากรับ
วันเข้าออฟฟิศ-ให้มันน้อย ๆ ไม่ต้องเข้าเลยยิ่งดี
หัวหน้าตามงาน-ไม่อยากให้ตามมากเหมือนไม่ไว้ใจ
ผมว่าสมัยนี้เรามีศัพท์ใหม่ ๆ ไว้ใช้เป็นข้ออ้างเยอะดีนะครับ
หัวหน้าตามงาน เรียกว่า Micromanage
หัวหน้าเตือนว่างานยังไม่ดีพอ เรียกว่าไม่เห็นคุณค่า
หัวหน้าให้งานยาก เรียกว่ากดดัน
บริษัทให้เข้าออฟฟิศ เรียกว่าไม่มี Work-Life Balance
ส่วนตัวเอง จะมาสาย ส่งงานช้า ได้งานยากแล้วถอย
ก็บอกว่า “บริษัทเรื่องเยอะ จู้จี้จุกจิก โลกเขาไปถึงไหนแล้ว แค่นี้ยังตามไม่ทัน”
หัวหน้าท็อกซิกมีจริงครับ บริษัทที่เอาเปรียบพนักงานก็มีจริง
อยากได้ WFH อยากได้เงินเยอะ อยากโตเร็ว ไม่มีอะไรผิดสักข้อ
แต่อิสระมันได้มาจากความไว้ใจ
ความไว้ใจไม่ได้เริ่มจากเรื่องใหญ่อะไรเลย
มันเริ่มจากนัดเก้าโมง แล้วมาเก้าโมง
นัดส่งงาน ก็ส่งตรงเวลา รับปากอะไรไว้ ก็ทำตามที่รับปาก
ผ่านไปไม่ถึง 3 สัปดาห์
ล่าสุด HR เล่าว่า น้องยื่นใบลาออกแล้ว
HR นัดคุย Exit Interview บ่ายสองโมง
น้องมาบ่ายสาม
และเหตุผลการลาออกที่เขียนไว้ในแบบฟอร์มคือ
บริษัทนี้ ไม่เปิดพื้นที่ให้ผมเติบโตในจังหวะของตัวเอง
อ่านแล้วแปลว่าอะไรช่วยกันอธิบายหน่อย
Cr.Prakal Pantapalangkura
จำได้ว่าช่วงละครออน เกิดปรากฏการณ์กทม. ถนนโล่ง ไม่ใช่วันหยุดนะวันธรรมดานี่แหละ 2ทุ่มคือเคว้งคว้างกลางถนน.. ตอนเด็ก ๆ ดูก็ยังไม่อิน แต่พอโตมาอีกนิดมาดูอีกรอบคือ ตำนานก็คือตำนานอ่ะ คนแคส คนเขียนบท นักแสดง ผู้กำกับ คือเก่งมาก เป็นละครที่ตัวร้ายเยอะมากแต่เชื่อเหอะ แกไม่เกลียดซักคน
ERROR 404 🐣 retweeted
เลือกมอยส์ถูกกับผิว = ผิวดีขึ้น 300%
…แต่ละตัวมีจุดเด่นอะไรและเหมาะกับสภาพผิวแบบไหนตามมาเลยค่า





















