I feel meaningless. (@Nothingness_tsc) header
I feel meaningless. (@Nothingness_tsc) profile picture

I'm an introvert.  I'm worthless. เอาไว้บ่นขิง บ่นข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด :)

Joined January 2014
Photo by I feel meaningless. (@Nothingness_tsc)Photo by I feel meaningless. (@Nothingness_tsc)Photo by I feel meaningless. (@Nothingness_tsc)Photo by I feel meaningless. (@Nothingness_tsc)Photo by I feel meaningless. (@Nothingness_tsc)Photo by I feel meaningless. (@Nothingness_tsc)Photo by I feel meaningless. (@Nothingness_tsc)Photo by I feel meaningless. (@Nothingness_tsc)Photo by I feel meaningless. (@Nothingness_tsc)Photo by I feel meaningless. (@Nothingness_tsc)
ชาวบ้านไม่อยากได้ถุงยังชีพ แต่อยากได้ความปลอดภัยและการเยียวยาจริง . นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ . #ประชาธิปัตย์ #พรรคประชาธิปัตย์ #DemocratPartyTH #ชัยวุฒิบรรณวัฒน์
4
6
138
I feel meaningless. retweeted
โหหห สุพรรณหงส์ท่ามกลางสายพิรุณโปรย ขนลุก
14
6,486
11
13,796
182,744
กราบหัวใจและความเสียสละของคณะฝีพายและเจ้าหน้าที่ทุกท่านครับ 💛🌧️ ภาพความงดงามเบื้องหลังสายฝนที่โปรยปรายลงมา หลังเสร็จสิ้นขบวนพยุหยาตราทางชลมารค แม้พระราชพิธีจะจบลงและสายฝนจะเริ่มเทกระหน่ำลงมาในตอนท้าย แต่สิ่งที่ไม่เคยลดละลงเลยคือสปิริตและความสง่างามของฝีพายทุกลำที่ยังคงทำหน้าที่นำเรือพระที่นั่งและเรือพระราชพิธีกลับเข้าสู่ที่ตั้งอย่างพร้อมเพรียง ภาพเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์โคลงเคลงไปตามแรงคลื่นและสายฝน โดยมีฉากหลังเป็นความอร่ามของวัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวัง เป็นภาพประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความจงรักภักดีอย่างที่สุด ขอบคุณที่มอบภาพความทรงจำที่วิจิตรตระการตาและน่าภาคภูมิใจนี้ให้กับคนไทยทุกคนครับ 🙏⛵✨ #ฝีพายเรือพระราชพิธี #ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค #เรือพระที่นั่ง #ที่สุดของความภาคภูมิใจ #พลังแห่งความสามัคคี
4
45
161
1,417
ชอบที่คุณปัญญาให้สัมภาษณ์มากคะ คุณปัญญา บอกว่า คุณภรรยา อยู่แต่บ้าน เลี้ยงลูก ดูแลบ้าน ไม่สบายใจ ดูเหมือนเค้าไร้ค่า เพราะคุณปัญญา ออกไปทำงานๆ หาเงินอยู่คนเดียว คุณปัญญา เลยบอกภรรยาว่า “ ผู้ที่เป็นแม่บ้าน แล้วก้อสามารถที่จะทำอะไรซ้ำๆ เดิมๆ ทุกวันๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายนะ คุณจะต้องมีความรักต่อผู้ชายคนนี้อย่างสูงมาก ถึงยอมทำสิ่งซ้ำๆอย่างนั่นได้ คุณภรรยาเลยเข้าใจ 🥰❤️ เป็นสามีที่น่ารักมากคะ #ปัญญานิรันดร์กุล #ภรรยา
11
209
4
425
20,278
เบื้องหลังความสำเร็จ คือความทุ่มเทของทุกกำลังพล ไม่ใช่เพียงฝีพายที่อยู่เบื้องหน้า แต่คือกำลังพลทุกนายที่อยู่เบื้องหลัง ต่างปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง แม้สายฝนจะโปรยปราย เพราะทุกหน้าที่มีความหมาย และทุกคนคือส่วนหนึ่งของความสำเร็จในพระราชพิธีครั้งสำคัญนี้ 🇹🇭⚓️ #กองทัพเรือ
7
159
4
549
3,898
I feel meaningless. retweeted
TAME ไม่ได้สําคัญกับเราเพราะเจษแสดง แต่หนังมันควรได้รับโอกาสในการแข่งขันอย่างเหมาะสม ไม่ใช่ต้องใช้กำลังของแฟนคลับถึงจะยืนโรงได้ วงการหนังไทยควรให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลงานก่อน ไม่ใช่ปล่อยให้หนังหมดโอกาสก่อนที่คนดูจะได้ตัดสินด้วยตัวเอง ไปดูกันเยอะๆนะ #TAMEเลี้ยงไม่เชื่อง
หลายคนอาจเห็นทีเซอร์ หรือได้เข้าไปชมภาพยนตร์เรื่อง ‘TAME เลี้ยงไม่เชื่อง’ กันมาแล้ว และก็มีหลายคนที่ตั้งคำถามกับการกระทำของ ‘ยศ’ ว่าทำไมเขาถึงเป็นคนแบบนั้น . ทว่าหากลองมองให้ลึกลงไปมากกว่าการกระทำที่ปรากฏตรงหน้า เราอาจพบว่าเบื้องหลังของคนคนหนึ่งมีเรื่องราว ความรู้สึก และบาดแผลบางอย่างซ่อนอยู่เสมอ เพราะบางครั้งคนที่เราเห็นว่าเป็นผู้กระทำ ก็อาจมีเรื่องราวในฐานะผู้ถูกกระทำที่เราไม่เคยรับรู้มาก่อน . วันนี้ BrandThink ชวนพูดคุยกับ ‘เจษ เจษฎ์พิพัฒ’ นักแสดงผู้รับบท ‘ยศ’ เพื่อทำความเข้าใจตัวละครที่มีความซับซ้อน เบื้องหลังความเงียบที่เต็มไปด้วยความรู้สึก รวมถึงมุมมองต่อเส้นแบ่งระหว่างผู้ถูกกระทำและผู้กระทำที่อาจไม่ได้ชัดเจนอย่างที่เราคิด . [ทำความรู้จัก ‘ยศ’ ให้มากกว่าภาพที่เห็น] สำหรับเจษ การทำความเข้าใจ ‘ยศ’ ไม่ใช่แค่การทำให้ตัวละครเป็นชายหนุ่มที่พูดน้อยหรือดูเหมือนคนที่ยอมทำตามคนอื่น แต่คือการเข้าไปสำรวจความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายใน ว่าอะไรทำให้คนคนหนึ่งค่อยๆ กลายเป็นคนที่ไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงออก และดูเหมือนไม่สามารถยืนหยัดเพื่อตัวเองได้ . ความเป็นมาของตัวละครยศคือ เขาเป็นลูกชายคนเล็กของครอบครัว มีหน้าที่ดูแลค่ายวัวชนในจังหวัดสุโขทัยต่อจากพ่อ อาศัยอยู่กับแม่ มี ‘ขวัญ’ เป็นเด็กคนหนึ่งที่อยู่ในบ้าน และมี ‘นารท’ เป็นพี่สาว ภายนอกยศอาจดูเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดจา ไม่ค่อยโต้เถียง หรือไม่ค่อยแสดงความรู้สึกออกมาให้คนอื่นเห็น แต่สำหรับเจษ สิ่งที่อยู่ข้างในของตัวละครกลับมีรายละเอียดมากกว่านั้น . “ยศมีปมความรู้สึกว่าทำอะไรก็ไม่สำเร็จ มีความรู้สึกด้อยค่าตัวเองอยู่เสมอ แล้วก็มีความต้องการให้คนอื่นยอมรับ ต้องการให้แม่ยอมรับ ขวัญยอมรับ แม้แต่นารทก็อยากให้ยอมรับ แต่รู้สึกว่าไม่มีใครยอมรับเขาเลย” . เจษมองว่า ความรู้สึกเหล่านี้เป็นสิ่งที่ค่อยๆ หล่อหลอมให้ยศกลายเป็นคนเก็บกด ไม่ค่อยกล้าพูดหรือแสดงความคิดเห็นของตัวเองออกมา เพราะเมื่อคนคนหนึ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่ามากพอในสายตาของคนรอบข้าง ก็อาจทำให้เขาไม่มั่นใจแม้กระทั่งการตัดสินใจหรือการกระทำของตัวเอง . ความเงียบของยศจึงไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ไม่ได้รับการพูดถึง ทั้งความไม่มั่นใจ ความน้อยเนื้อต่ำใจ และความต้องการได้รับการยอมรับจากคนที่เขารัก . สำหรับเจษ การแสดงเป็นตัวละครลักษณะนี้จึงต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจความรู้สึกภายใน มากกว่าการแสดงให้เห็นเพียงบุคลิกภายนอก เพราะสิ่งที่ผู้ชมเห็นอาจเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเรื่องราวทั้งหมดที่ตัวละครกำลังเผชิญอยู่ . [จากภาพจำของคนเลี้ยงวัว สู่ตัวละครที่แตกต่างจากสิ่งที่คิด] อีกหนึ่งความท้าทายของการรับบท ‘ยศ’ คือการปรับเปลี่ยนภาพจำที่มีต่อตัวละครคนเลี้ยงวัวชนในตอนแรก . ก่อนเริ่มทำงาน เจษคิดว่าบุคลิกของตัวละครยศที่เป็นเจ้าของค่ายวัวชนหรือคลุกคลีกับวัวชน น่าจะเป็นคนที่มีบุคลิกโผงผาง เสียงดัง มีพลัง และสามารถควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ได้ดี แต่เมื่อได้เริ่มลงพื้นที่และทำความรู้จักกับโลกของการเลี้ยงวัวชนจริงๆ รวมถึงผ่านกระบวนการเวิร์กช็อป ภาพของตัวละครที่เขาคิดไว้ก็เปลี่ยนไป . เจษเล่าว่า ก่อนเวิร์กช็อปได้มีโอกาสไปสัมผัสการเลี้ยงวัวจริงๆ และสังเกตบุคลิกของคนที่ทำอาชีพนี้ เพื่อทำความเข้าใจว่าคนเลี้ยงวัวชนมีวิธีคิดและวิธีใช้ชีวิตอย่างไร ซึ่งในช่วงแรกสิ่งที่ได้เห็นก็ยังใกล้เคียงกับภาพจำที่เขาคิดเอาไว้ แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการเวิร์กช็อป ตัวละครยศกลับถูกตีความออกมาในทิศทางตรงกันข้าม . “ยศเป็นคนอีกแบบหนึ่งที่ผมไม่คิดว่าจะเป็น มันไม่ใช่ภาพจำของตัวละครคนเลี้ยงวัวที่เราคิดว่าจะเป็น เขาเป็นคนเลี้ยงวัวที่ดูเหมือนจะเลี้ยงวัวได้ไม่ค่อยดี ดูไม่สามารถควบคุมวัวได้ด้วยซ้ำ” . สิ่งนี้ทำให้เจษเริ่มมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างชีวิตการทำงานกับความรู้สึกภายในของยศ เพราะแม้แต่สิ่งที่เขาต้องรับผิดชอบก็ยังเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะทำได้ไม่ดีนัก ทั้งการนำวัวไปชนที่ไม่ได้ชัยชนะ หรือการสร้างรายได้จากวัวชนที่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดหวัง . หลังจากเห็นภาพตัวละครชัดขึ้น เจษจึงเริ่มทำการบ้านเพิ่มเติม ทั้งการสร้างภูมิหลังของตัวละคร ทำความเข้าใจชีวิตและความสัมพันธ์ของยศ รวมถึงออกแบบท่าทางและวิธีการแสดงออกให้แตกต่างจากตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นท่าเดินหรือเสียงพูด เพื่อให้เป็นบุคลิกของยศอย่างชัดเจน . นอกจากการเตรียมตัวของนักแสดงแล้ว เจษยังพูดถึงการทำงานร่วมกับ ‘มูย่า’ ผู้กำกับภาพยนตร์ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความชัดเจนในสิ่งที่ต้องการเล่า และมีภาพในหัวค่อนข้างชัดเจนตั้งแต่ต้น สำหรับเจษ การได้ทำงานกับผู้กำกับที่เข้าใจเรื่องราวของตัวเองอย่างลึกซึ้ง และสามารถอธิบายทิศทางการแสดงให้นักแสดงเข้าใจได้อย่างชัดเจน ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทุกคนเดินไปในทิศทางเดียวกัน และทำให้ตัวละครออกมาเป็นอย่างที่ภาพยนตร์ต้องการสื่อสาร . [ความสัมพันธ์ที่หล่อหลอมคนคนหนึ่ง อาจเป็นทั้งพื้นที่ของความรักและบาดแผล] เมื่อพูดถึงสิ่งที่อยู่ภายในใจของยศ หนึ่งในประเด็นสำคัญที่เจษให้ความสนใจคือ ความสัมพันธ์ระหว่างยศกับคนในครอบครัว เพราะคนเหล่านี้ล้วนเป็นคนที่มีความหมายต่อชีวิตของเขา และในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่ทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นภายในใจ . โดยเฉพาะความต้องการได้รับการยอมรับจากคนที่ตัวเองรัก ซึ่งแม้จะเป็นความต้องการพื้นฐานของคนคนหนึ่ง แต่สำหรับยศกลับเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะอยู่ไกลเกินเอื้อม . เริ่มจากความสัมพันธ์กับ ‘ขวัญ’ เจษมองว่าขวัญเป็นคนที่ยศต้องการให้รับฟังและเชื่อใจ แต่ในความรู้สึกของยศ เขากลับมองว่าขวัญไม่ได้ฟังหรือเชื่อในสิ่งที่เขาพูดอย่างแท้จริง . “คนที่เขาอยากจะให้รับฟังเขามากที่สุด หรือให้เชื่อใจเขามากที่สุดในเรื่อง คือขวัญ แต่ดันเป็นคนที่รับฟังเขาน้อยที่สุด แล้วก็เชื่อใจเขาน้อยที่สุด” . ความรู้สึกนี้ทำให้ยศเกิดความไม่มั่นคงอยู่ตลอดเวลา เพราะไม่ว่าจะพยายามทำอะไร เขาก็ยังรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความเชื่อใจจากคนที่อยากให้เชื่อใจมากที่สุด . ขณะที่ความสัมพันธ์กับแม่อย่าง ‘ยายอ่าง’ กลับเป็นความสัมพันธ์ที่เจษมองว่าเกิดขึ้นจากการยอมจำนน ยศเติบโตมากับแม่ในรูปแบบหนึ่ง จนเข้าใจและยอมรับไปแล้วว่าแม่เป็นคนแบบนั้น เขาจึงไม่ได้คาดหวังว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรในความสัมพันธ์นี้ได้อีก . “เป็นความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนอะไรไม่ได้ เป็นความจำยอม เราเติบโตมาอย่างนั้น แล้วเราเข้าใจว่าเขาเป็นอย่างนั้น เราไม่พยายามจะปรับเปลี่ยนอะไร และคาดหวังอะไรแล้วจากความสัมพันธ์ของเรากับแม่” . ส่วนความสัมพันธ์กับ ‘นารถ’ พี่สาว กลับมีความคาดหวังบางอย่างหลงเหลืออยู่ แม้ยศจะมีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจและรู้สึกว่าตัวเองถูกดูถูก แต่ลึกๆ เขาก็ยังต้องการให้พี่สาวยอมรับ เพราะสำหรับเจษ พี่สาวเป็นหนึ่งในคนสำคัญที่อาจทำให้ยศรู้สึกว่าครอบครัวเป็นครอบครัวได้ เพราะแม้จะรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ยอมรับตัวเอง แต่ยศก็ยังมีความหวังว่าอย่างน้อยสักวันหนึ่งนารถอาจมองเห็นคุณค่าในตัวเขา . เมื่อมองผ่านความสัมพันธ์ทั้งสาม การแสดงของเจษทำให้เห็นว่าความต้องการของยศไม่ได้ซับซ้อนจนเข้าใจไม่ได้ เขาเพียงต้องการได้รับการยอมรับจากคนที่มีความหมายในชีวิต แต่ความต้องการเหล่านั้นกลับไม่ได้รับการตอบสนอง . [เมื่อความเงียบเป็นสิ่งที่ต้องใช้พลังงานมากกว่าการพูด] สำหรับนักแสดง การถ่ายทอดตัวละครที่มีความรู้สึกซับซ้อนอาจไม่ได้หมายถึงการต้องแสดงอารมณ์ออกมาอย่างชัดเจนเสมอไป โดยเฉพาะตัวละครอย่างยศที่ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยโต้เถียง และเลือกเก็บงำความรู้สึกส่วนใหญ่เอาไว้ภายใน . เจษเล่าว่าฉากที่ต้องใช้พลังงานมากสุดไม่ใช่ฉากที่ตัวละครได้พูดหรือปลดปล่อยความรู้สึกออกมา แต่เป็นฉากที่ต้องเก็บทุกอย่างเอาไว้โดยไม่สามารถแสดงออกได้อย่างเต็มที่ . “แทบทุกฉากที่ไม่ค่อยได้พูด หรือทุกฉากที่พูดน้อย ใช้พลังงานเยอะมากกว่าฉากหลังๆ ที่เหมือนเขาได้ปลดปล่อยสิ่งที่เขารู้สึกออกมา” . เพราะการแสดงความเงียบไม่ได้หมายความว่านักแสดงจะไม่ต้องทำอะไร ตรงกันข้าม การต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้ตลอดเวลาเป็นสิ่งที่สร้างความอึดอัดอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อภายในตัวละครมีทั้งความโกรธ ความน้อยใจ ความอยากระบาย หรือแม้กระทั่งความรู้สึกที่อยากตะโกนและร้องไห้ออกมา แต่กลับไม่สามารถทำได้ . เจษอธิบายว่า ความรู้สึกเหล่านี้ทำให้ทุกฉากที่ยศพูดน้อยมีความยากในแบบของตัวเอง เพราะนักแสดงต้องสื่อสารสิ่งที่อยู่ภายในออกมา โดยไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดมากมาย และสิ่งนี้เป็นอีกหนึ่งมิติของการแสดงที่ทำให้เห็นว่า บางครั้งความเงียบก็อาจไม่ได้หมายถึงการไม่มีอะไรจะพูด แต่อาจเป็นเพราะมีหลายอย่างที่อยากพูด แต่ไม่รู้ว่าจะพูดออกไปอย่างไร หรือไม่สามารถพูดออกไปได้ . นอกจากความท้าทายด้านการแสดงแล้ว การทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ยังมีรายละเอียดอื่นๆ ที่ต้องอาศัยความเข้าใจและความระมัดระวัง โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับวัวจริง ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของเรื่อง เพราะการถ่ายทำในโลเคชันต่างๆ ค่อนข้างเหนื่อย ทั้งจากสภาพอากาศ ความร้อน และการทำงานกับวัวที่ไม่สามารถควบคุมได้ง่ายเหมือนการทำงานกับนักแสดงทั่วไป ทุกคนจึงต้องเรียนรู้ธรรมชาติและนิสัยของวัวแต่ละตัว รวมถึงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก เพราะการทำงานกับสัตว์จริงจำเป็นต้องคำนึงถึงความพร้อมและพฤติกรรมของพวกเขาอยู่เสมอ . [ทำความเข้าใจสิ่งที่อยู่เบื้องหลังการกระทำของคนคนหนึ่ง] เมื่อพูดถึงสิ่งที่อยากให้ผู้ชมได้รับกลับไปหลังชมภาพยนตร์ เจษไม่ได้คาดหวังให้ทุกคนมองตัวละครตัวใดตัวหนึ่งในแง่ดีหรือเห็นด้วยกับทุกการกระทำ แต่สิ่งที่เขาอยากให้เกิดขึ้น คือการลองทำความเข้าใจตัวละครทุกตัวให้มากขึ้น . แม้ภาพยนตร์จะเล่าเรื่องผ่านมุมมองของขวัญเป็นหลัก แต่เจษมองว่าตัวละครทุกตัวต่างมีเหตุผลในการกระทำของตัวเอง มีสิ่งที่ได้รับและสิ่งที่ต้องสูญเสีย รวมถึงมีความรู้สึกที่อาจไม่ได้ถูกเปิดเผยให้ผู้ชมเห็นทั้งหมด . “อยากให้คนดูพยายามเข้าใจตัวละครทุกตัว คือจริงๆ แล้วตัวละครทุกตัวมีเหตุผลในการกระทำหมด แล้วก็มีสิ่งที่ได้และสิ่งที่เสียหมด” . เจษยังมองว่าตัวละครทุกตัวต่างมีทั้งความรู้สึกรักตัวเองและไม่รักคนอื่นอยู่ในตัว เพียงแต่แสดงออกมาในบริบทและรูปแบบที่แตกต่างกัน การพยายามมองให้ลึกลงไปจึงอาจช่วยให้เราเข้าใจได้ว่าเหตุใดคนคนหนึ่งถึงเลือกทำบางอย่าง และอะไรคือสิ่งที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจนั้น . “อย่าเพิ่งตัดสินเขาว่าคนนี้ทำไม่ดี คนนี้ทำดี อยากให้มองลึกๆ ถึงตัวละครทุกตัวว่าแต่ละคนทำไปทำไม” . คำพูดของเจษชวนให้เรากลับมาทบทวนวิธีที่ใช้มองผู้คนในชีวิตจริงด้วยเช่นกัน เพราะในหลายครั้ง เราอาจเห็นเพียงการกระทำที่เกิดขึ้นตรงหน้า แล้วรีบแบ่งคนออกเป็นฝ่ายถูกและฝ่ายผิด โดยไม่ได้รู้เลยว่าก่อนจะมาถึงจุดนั้น คนคนหนึ่งต้องผ่านเรื่องราวอะไรมาบ้าง . อย่างไรก็ดีการทำความเข้าใจเบื้องหลัง ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเห็นด้วยหรือมองข้ามผลกระทบจากการกระทำเหล่านั้น แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้เรามองเห็นความซับซ้อนของมนุษย์มากขึ้น และอาจช่วยให้เข้าใจว่าปัญหาบางอย่างไม่ได้เกิดขึ้นจากเหตุการณ์เพียงครั้งเดียว หากยังมีปัจจัยและความสัมพันธ์หลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง . สำหรับเจษ หลังจากได้ทำความเข้าใจเรื่องราวและตัวละครมากขึ้น เขาก็เริ่มมองเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอย่างที่คิด เพราะเรื่องราวลักษณะนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริงในสังคม และอาจเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่หลายคนคิด . ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียงการเล่าเรื่องของคนกลุ่มหนึ่ง แต่ยังเป็นการชวนให้ผู้ชมกลับไปมองสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เห็นผ่านข่าว หรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัว ว่าสิ่งเหล่านั้นมีที่มาอย่างไร และสังคมควรช่วยกันดูแล แก้ไข และปรับปรุงอย่างไรบ้าง . เพราะท้ายที่สุดแล้ว การเข้าใจเหตุผลของใครสักคนอาจไม่ได้ทำให้ทุกอย่างถูกต้องขึ้นมาทันที แต่การไม่รีบตัดสินและยอมมองให้ลึกกว่าเดิม อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเห็นปัญหาได้ชัดเจนขึ้น . เจษทิ้งท้ายว่า ‘TAME เลี้ยงไม่เชื่อง’ เป็นภาพยนตร์ที่นักแสดงและทีมงานทุกคนทุ่มเทอย่างมาก ทั้งการถ่ายทำในโลเคชันที่ยากลำบาก และการรับบทบาทที่มีความหนักหน่วงทางอารมณ์ แม้จะเป็นผลงานที่ท้าทายและมีความแปลกใหม่ แต่ทุกคนก็ภูมิใจกับสิ่งที่ได้ร่วมกันสร้างขึ้นมา . “ถ้ามีคนมองเห็นมันว่าเป็นผลงานที่ดีเรื่องหนึ่ง ผมว่าเราจะมีหนังดีๆ ออกมาอีกเต็มไปหมดในวงการภาพยนตร์ไทย” . บางทีสิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้อยากชวนให้เราทำ อาจไม่ใช่การหาคำตอบว่าใครเป็นคนดีหรือคนเลว แต่เป็นการลองหยุดมองคนคนหนึ่งให้นานขึ้นอีกนิด ก่อนจะตัดสินเขาจากสิ่งที่เห็นเพียงด้านเดียว เพราะเราอาจไม่มีทางรู้เลยว่า ภายใต้ความเงียบของใครบางคน มีเรื่องราวอะไรซุกซ่อนอยู่ หรือภายใต้การกระทำที่เราไม่เข้าใจนั้น มีความรู้สึกแบบไหนกำลังผลักดันเขาอยู่ . ร่วมค้นหาคำตอบและทำความเข้าใจเรื่องราวของทุกตัวละคร ได้ในภาพยนตร์ ‘TAME เลี้ยงไม่เชื่อง’ เข้าฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์ . เรื่อง: นนทิดา เภาปิดตา ภาพ: พีรพัฒน์ ดลราษี . #TAMEเลี้ยงไม่เชื่อง #BrandThinkCinema #jesjpp #Pimma_PiXXiE #chayanitpat #ยูกิไหทองคำ
41
37
1,138
I feel meaningless. retweeted
#TAMEเลี้ยงไม่เชื่อง รีวิวสั้นๆ เนื้อเรื่องตามที่หลายๆคนสปอย แต่ไปดูแล้วมันมีอะไรให้จ้องทุกฉาก นสดเล่นดีทุกคน ไม่มีหวงตัวทุ่มกันจริงๆ คุ้มมากอยากให้ทุกคนไปดู พิมพา เจษ ผกก หนังควรได้รางวัลจริงๆ
25
23
798
I feel meaningless. retweeted
เชื่อว่าคนที่ได้ไปดู #TAMEเลี้ยงไม่เชื่อง ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ไม่มีใครเสียดายเงินค่าตั๋วแน่นอนอ่ะ มันชวนคิดชวนรู้สึกทั้งในแบบที่ดีและไม่ดีผสมๆกัน แต่มันต้องกลับมาคิดจริงๆ ไม่ใช่ดูแล้วจบๆไป
8
2
490
I feel meaningless. retweeted
อีกหนึ่งพาร์ทของ 'พิมมา' บนเส้นทางการเป็นนักแสดง . YT: youtu.be/IcfdAS2Kf8U . #FEEDxPimmaPiXXiE #Pimma_PiXXiE #TAMEเลี้ยงไม่เชื่อง
55
48
2,155
I feel meaningless. retweeted
#Tameเลี้ยงไม่เชื่อง มีช็อตน้ำตาหยดแหมะไป1 พะอืดพะอม กลัว ขนลุก ขยะแขยง หลายความรู้สึกมากหนังมีการพูดถึงเรื่องความเชื่อก็จริงแต่สิ่งน่ากลัวไม่ใช่ความเชื่อแต่เป็นคน หนังน้ำดี นักแสดงคุณภาพ แต่เนื้อเรื่องค่อนข้างหนัก เลือดเยอะ ตลคไม่ได้พูดเยอะแต่ทุกสิ่งที่พูดสำคัญ
5
12
12
426
I feel meaningless. retweeted
พิมมาบอกความรู้สึกถึงขวัญ บทบาทในหนัง #TAMEเลี้ยงไม่เชื่อง ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างและตัวขวัญก็ทำดีที่สุดแล้ว ชีวิตที่ต้องการเลือกเอง พิมมาน่ารักมาก ฝากทุกคนติดตามหนังด้วยนะคะ ตอนนี้ดูได้ในโรงภาพยนตร์ เราตั้งใจอ่านมาก ig : pimfestival
66
68
2,647
I feel meaningless. retweeted
#TAMEเลี้ยงไม่เชื่อง ต้องไปอุดหนุนหนังไทยดีดีเรื่องนี้ เค้าเขียนบทและเล่าเรื่องดีอะ พิมมาสามารถเป็นขวัญได้โคตรเชื่อ ชีพาคนดูเอาอยู่ทั้งเรื่อง พี่เจษเป็นน้าที่มอมสะบัด เลว ระยำ ต่ำช้า ไอ้ชั่ว พี่แพตผมแดง🥹กับแม่น้อยเป็นตาซังคัก คุ้มเงิน ส่วนตัวชอบฉากจบที่ชีเดินสับอารมณ์ เก่ง
38
32
1,002
I feel meaningless. retweeted
รอดูรอบ 2 #TAMEเลี้ยงไม่เชื่อง มันต้อง 2 รอบขึ้นไปจริงๆ มันยังค้างคา แอบเห็นคนสปอยบางจุดที่เราไม่ได้สังเกต มันต้องกลับไปดูรายละเอียดที่ยังไม่เห็น มันต้องเห็นด้วยตา ฟังคนอื่นเล่าไม่สนุกเท่าดูเอง ไปดูกันเถอะ
10
11
580
I feel meaningless. retweeted
ชอบอ่านรีแคป ที่มีสปอยอ่ะ สนุกดี เพราะนี่ดูแล้ว อยากรู้ว่ามีคนคิดเหมือนเรามั๊ย เป็นหนังที่ดูแล้วไม่น่าเบื่อ เข้าใจง่ายกว่าที่คิด และชวนอ้วกหลายฉากเลย อยากให้ลองเปิดใจดูกันนะ ไม่ผิดหวังแน่นอน 🤮🤮 #TAMEเลี้ยงไม่เชื่อง
1
21
21
1,435
I feel meaningless. retweeted
ดู #TAMEเลี้ยงไม่เชื่อง พึ่งจบ คนไทยลุกขึ้นมาเถอะหนังนอกแสดีชห เล่นทุกสัญญะแบบแนบเนียน ตัวละครไม่พูดเยอะด้วยซ้ำแต่อึดอัดมาก จบแล้วอยากกรี้ดอะ
30
14
948
I feel meaningless. retweeted
ความสามัคคีของค่ายสร้างหนังไทยด้วยกัน ทั้ง gdh, สหมงคลฟิล์มฯ และ 185 films ออกมาช่วยกันชวนดู #Tameเลี้ยงไม่เชื่อง ของค่ายน้องใหม่อย่าง BrandThink Cinema ครับ รวมถึงหนังไทยอื่นๆ ที่ยังฉายโรงสัปดาห์นี้
6
7
713
#TAMEเลี้ยงไม่เชื่อง ดูหนังจบแล้วทั้งโรงนิ่งกันไปพักนึงเลย ก่อนจะอุทานในใจว่าเชร้ดเข้ หนังเดือดจัดๆๆๆๆๆ เก่งมากทั้งผู้กำกับ นักแสดง คนเขียนบท เป็นหนัง horror ที่เล่าผ่านความเชื่อและเล่นประเด็นสังคมอย่างหนักแน่นในจุดยืน ใครไม่กลัวเลือดแนะนำให้ไปดูจอใหญ่จริงๆ (tw หนังค่อนข้าง gore)
1
72
42
2,030
อยากดูมาก แต่โรงหนังต่างจังหวัดอะ แม่งไม่มีทางเลือกเลย หนังที่อยากดูฉายรอบน้อย ฉายในเวลาที่คนทำงานไปดูไม่สะดวก หนังเข้าแล้วออกเร็วมาก ไม่ทันหาวันว่างไปดู แม่งหนังออกแล้ว อิจฉาคนกทม.เรื่องทางเลือกในการดูหนังนี่แหละ #TAMEเลี้ยงไม่เชื่อง
1
16
16
878
มีหลายเรื่องมากที่อยากดูในโรงหนัง แต่เพราะอยู่ต่างจังหวัดเลยไม่มีโอกาสได้ดู เศร้านะ 😥
1
58
ดีใจที่สุดท้ายรอบมีเพิ่มขึ้นบ้างแล้ว เมื่อเช้าปัดต๊อกๆ เจอคุณคนนี้พูดดีมาก ดังนั้นไปดูกันเถอะทุกคน แทนใจทุกอย่างมาก โดยเฉพาะเออเมสเสจหนังที่เล่าเรื่องคนต่างจังหวัด แต่คนต่างจังหวัดกลับไม่มีโอกาสได้ดู เพราะรอบฉายน้อยและหนังอยู่ในโรงแค่สัปดาห์เดียว มันน่าเสียดายแค่ไหน? อย่าให้หนังดี ๆ ต้องหายไปจากโรงก่อนที่คนที่อยากดูจะมีโอกาสได้ดู ดังนั้นไปดูกันนะ สุดสัปดาห์นี้ งานศิลปะดีๆ ควรมีคนได้พบเห็นมากๆ #TAMEเลี้ยงไม่เชื่อง
91
1
69
2,899
วันหยุดสุดสัปดาห์ ใครเบื่อไม่รู้อยากทำอะไร ไม่มีอะไรทำ เชิญชวนดูหนัง #TAMEเลี้ยงไม่เชื่อง มีเพื่อนไปกับเพื่อน มีแฟนไปกับแฟนตัวคนเดียวแบบเราก็ไปดูได้ อยากให้ทุกคนได้ดูการแสดงดีๆของ พิมมา พี่เจษ พี่แพต แม่น้อย และสนับสนุนวงการหนังไทยคุณภาพดีๆ รับรองว่าคุ้มค่าเงิน คุ้มกับเวลาชั่วโมงกว่าๆ และ ข้าวเย็นอร่อยแน่นอนเพราะมีเรื่องให้ discuss ✌🏻🐮
34
31
1,136