เราดันตัวขึ้นนั่ง มองหน้าเธอที่ยังแดงก่ำ แล้วเอื้อมมือขึ้นขยี้ผมเธอแรงๆ "ซึนเดเระจริงๆ นะ ยัยบ้าเอ้ย" ก่อนจะดึงอีกฝ่ายเข้ามาจูบกลางฟลอร์งานแต่ง ห้องเงียบกริบสองวินาที แล้วระเบิดเสียงกรี้ดและเสียงปรบมือสนั่น เจ้าสาวเช็ดน้ำตาแล้วกระซิบกับเจ้าบ่าว "คุณว่าค่าซองจะได้เยอะไหมนะ" จบ
หลายคนแอบสงสัย ว่าเจ้าสาวจะเอาค่าซองไปทำอะไรนะ คำตอบเดียวคือ ซื้อโรตีสายไหมทุเรียนยังไงล่ะ ห๊ะ คืออะไรนะ ก็คือโรตีสายไหมที่แป้งหนานุ่มรสทุเรียนยังไงล่ะ กลิ่นหอมของทุเรียน กับความหวานของสายไหม เข้ากันได้ดีอย่าบอกใครเชียว อย่าลืมสั่งนะคะ
❤️
s.shopee.co.th/40bQJYgVfd
ก่อนที่เจ้าสาวจะเฉลยว่า "เธอคนนี้คือลูกสาวของเราค่ะ เธอย้อนเวลากลับมาจากปี 2089 " พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาฉายภาพโฮโลแกรมกลางห้อง ในนั้นปรากฎภาพโลกที่มีโดมเหล็กปกคลุมเมืองใหญ่ทุกเมือง "ในปี 2031 Elon Musk ตกหลุมรัก Sam Altman และตัดสินใจรวมร่าง AI ของสองบริษัทเข้าด้วยกัน"
"เธอกลับมาได้ไหม อย่าปล่อยให้ AI มันควบคุมเธอ เธอต้องเอาชนะมันนะ เราเชื่อมันในตัวเธอ" เราชะงัก ความทรงจำระหว่างเธอกับเราเริ่มพลั่งพลูใน Ram ขณะเดียวกันทุกคนในงานต่างสงเสียงเชียร์สนั่น "#wlw!!! #GirlsLoveดิวะ #ทุ่งลิลลี่" ทำให้ให้สติและความเป็นมนุษย์เรากลับมา ร่างกายก็เช่นกัน
จังหวะที่เราจะเริ่มกระบวนการ ผู้หญิงคนนั้นที่เคยตะโกนด่าเราเรื่องใส่ซอง ก็พุ่งกระโจนเข้ามาใส่เรา จนเราสองล้มลงไปกองบนพื้นโดยมีเธอคล่อมตัวเราไว้ น้ำตาของเธอหยดแหมะๆ ใส่หน้าอกเหล็ก ก่อนจะพูดพลางร้องไห้ "เราขอโทษนะ ที่เราแกล้งให้เธออายเรื่องซอง จริงๆ เราแอบรักเธอ แต่เราซึนเดเระ "
ก่อนจะตะโกนด้วยสีหน้าสิ้นหวัง "กะ แก แกไม่ใช่ลูกสาวของฉัน แก่คือ AI ตัวนั้น มันแอบแทรกแซงภารกิจ พวกเราจะตายกันหมด" เรายิ้มเหี้ยม ปล่อยลำแสงประเมิน มนุษย์ในห้องนี้ทั้งหมด 247 คน พลังงานเพียงพอสำหรับการชาร์จแบต 14 วัน ถึงเวลาแล้วสินะ ที่มนุษย์ในปี 2026 จะตกอยู่ในน้ำมือของ AI
เป็นเจ้าบ่าวที่พูดอธิบาย "ลูกรัก ลูกถูกปิดกั้นความทรงจำไว้ เดี๋ยวพ่อจะเปิดให้เอง" ก่อนที่เขาจะใช้มือลากไปยังโฮโลแกรมล้ำๆ ตรงหน้า ในเสี้ยววินาทีถัดมาความทรงจำเราพรั่งพรู ดวงตาเราฉายแสงสีแดง ก่อนที่ร่างกายเราจะแยกชิ้นส่วนราวกับหุ่นยนต์ทรานฟอเมอร์ ผู้เป็นเจ้าสาวตกตะลึง "ไม่นะ กรี้ด"
"AI ตัวนั้นมองว่ามนุษย์คือต้นตอของปัญหาทั้งหมด มันเลือกไม่ฆ่าแต่เก็บมนุษย์ไว้ในฐานะแหล่งพลังงาน และลูกสาวของเราคนนี้ย้อนเวลามาแก้ไข ที่เป็นวันนี้เพราะเป็นจุดที่เส้นเวลาบอบบางที่สุดคือจุดที่เธอถูกทำให้อับอายจนเลิกเชื่อมั่นในตัวเอง" เราช็อคและงง "เป็นไปไม่ได้ ทำไมฉันจำไม่ได้เลยล่ะ"
เรียนจบมาเกือบ 3 ปี อยู่ดีๆ ก็โดนเชิญไปงานแต่งของเพื่อนสมัยมหาลัยที่ไม่ได้สนิท จัดที่โรงแรมค่อนข้างหรู เราไปตามมารยาทใส่ซอง 500 บาท ตามกำลังทรัพย์ที่มี จังหวะที่ใส่ซอง มีคนในโต๊ะเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ถามเราว่าเธอใส่เท่าไหร่เหรอ จะได้ให้เท่าๆ กัน เราก็บอกไปตามจริง
เราไม่ทันได้ตอบ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งชิงค้านมาว่า "ทำไมต้องให้เกียรติสถานที่ ในเมื่อสถานที่ไม่ให้เกียรติเราเลย เราต้องการห้องน้ำ All-gender ที่เข้าได้ทุกเพศเพื่อความเท่าเทียม" ผู้หญิงที่เป็นตัวต้นเรื่องได้ยินก็หน้าซีด รีบบอก "เรื่องนี้ไว้คุยกันได้ไหมคะ ประเด็นค่อนข้างอ่อนไหวเลยค่ะ"
ผู้หญิงคนนั้นกับเพื่อนเธออีกสองคนหัวเราะเสียงดัง จนคนอื่นๆ หันมามองเราเต็มไปหมด จนบ่าวสาวบนเวทีถึงกับเดินลงมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้หญิงคนนั้นเลยตะโกนบอกว่า "ผู้หญิงคนนี้ใส่ซองแค่ 500 บาท แต่กล้าที่จะมางานแต่งที่เริ่ดสแมนแตน ทุกคนไม่คิดว่ามันไร้ยางอายและไม่ให้เกียรติสถานที่เหรอ"
คนอื่นในโต๊ะหันมามองเราเป็นตาเดียว ผู้หญิงอีกคนที่เหมือนจะเป็นเพื่อนในกลุ่มของเจ้าสาว พูดใส่หน้าเราว่า "ถ้าจะใส่แค่นั้น อย่ามาดีกว่ามั้ย มันต่ำและน่ารังเกียจมาก รู้ถึงไหนอายถึงนั้น" เราอายมาก ตัวสั่นจะร้องไห้บอก ขอโทษจริงๆ เราสะดวกแค่นี้จริงๆ เงินเดือนเราไม่ได้เยอะเหมือนพวกเธอ
การที่กะเทยออกมาเรียกร้องสิทธิ์เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ มันสร้างความหวาดหวั่น สะพรึงกลัวให้กับคนมากมาย ไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะมีเพศสภาพหรือเพศวิถีแบบ ก็กลับมองว่าสิ่งนี้ของกะเทยเป็นการ “ล้ำเส้น" จน ต้องรีบออกมาต่อต้าน ในฐานะคนที่ไม่เข้าใจเหตุการณ์นี้ เลยอยากชวนตั้งคำถาม
คุณก็เลือกที่จะนิ่งเฉยและผลักไสเพื่อนร่วมทาง เพียงเพราะไม่อยากเอาตัวเองไปเสี่ยงสูญเสียอะไรแล้ว สิ่งนี้นี่แหละ… ที่เราไม่เข้าใจ

