ลักษณะคนที่ low effort ในความสัมพันธ์🚩
1.ทักมาเฉพาะเวลาว่าง เหงา เบื่อ หรือต้องการอะไรบางอย่างจากเรา
2.หายไปโดยไม่บอก แล้วกลับมาคุยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
3.นัดเจอแบบ Last Minute คิดจะเจอก็ทักมา ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า
4.การเจอกันเกิดขึ้นตามความสะดวกและความต้องการของเขาเป็นหลัก ไม่ได้คำนึงถึงเวลาของอีกคน
5.ให้ความหวังเป็นระยะ ๆ เพื่อรักษาการติดต่อ แต่ไม่มีการกระทำที่ชัดเจน
6. เมื่อเราถอยห่างถึงค่อยกลับมาให้ความสนใจ แต่พอเรากลับไป ก็ทำตัว Low Effort เหมือนเดิม วนลูปไปเรื่อยๆ
7. จำรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับเราไม่ได้ ทั้งที่เคยพูดให้ฟังหลายครั้ง
8.ไม่เคยพูดถึงอนาคตหรือทิศทางความสัมพันธ์ ปล่อยให้ทุกอย่างคลุมเครือ
9. ไม่เคยพยายามทำความเข้าใจความรู้สึก เมื่ออีกฝ่ายไม่สบายใจ แต่กลับมองว่าเป็นคนเรื่องเยอะ คิดมาก หรือสร้างปัญหาเอง
10.กลัวเสียสิทธิ์ในการเข้าถึง แต่ก็ไม่อยากรับผิดชอบความสัมพันธ์ ไม่อยากให้หายไป แต่ก็ไม่ได้พยายามทำอะไรเพื่อให้อยากไปต่อ
How to … ทัก DM ยังไงให้ได้คุย
1.อ่านโปรไฟล์ของคนที่เราอยากทักให้ดีก่อน
เสียเวลาอ่านหน่อย ดูว่าเขาเป็นคนแบบไหน มีความสนใจอะไร มีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดอะไรบ้าง เพราะแต่ละแอคมี Standard และ Condition ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจตั้งแต่แรกจะช่วยให้เราเข้าหาได้ถูกวิธี และไม่ดูเป็นคนทักไปเรื่อย
2.ถ้าเจอแอคที่ ระบุว่าโอน = ตอบ DM ก็ควรเคารพกติกาของเขา ต้องเข้าใจว่าการตั้งเงื่อนไขแบบนี้ก็เป็นวิธีหนึ่งในการคัดกรองคนที่อยากเข้ามาพูดคุย การซัพพอร์ตอาจเป็นแค่ค่ากาแฟ มัจฉะ หรืออะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่จำเป็นต้องคิดซับซ้อน ถ้าอยากคุยและยอมรับเงื่อนไขได้ก็ลองซัพพอร์ตดู แต่ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร ก็แค่เลื่อนผ่าน ไม่จำเป็นต้องไปต่อว่าหรือตัดสินกติกาของใคร
3. เปลี่ยนจากการทักทื่อ ๆ เป็นการแนะนำตัวที่มีอะไรให้น่าจดจำ แทนที่จะพิมพ์แค่ ทักครับ/ทักค่ะ / ทำอะไรอยู่ หรือ นัดมั้ย ลองเริ่มจากการแนะนำตัวสั้น ๆ บอกเหตุผลที่ทักมา หรือพูดถึงสิ่งที่เราสนใจร่วมกัน บางแอคมีเงื่อนไขให้ส่งรูปก็ส่งตามที่เขาระบุ ทักแบบสุภาพ เป็นธรรมชาติ และไม่คุกคาม
4. เลิกทักแบบหว่านแหด้วยข้อความสั้น ๆ ที่ไม่มีอะไรให้ต่อบทสนทนา หรือคอมเมนต์ใต้โพสต์คนอื่นไปทั่วว่า DM แบบนี้โอกาสที่จะได้รับความสนใจจะต่ำมาก เพราะอีกฝ่ายไม่รู้เลยว่าคุณเป็นใคร ทักมาทำไม หรือมีอะไรที่น่าสนใจให้คุยด้วย
5.ทักแล้วให้รอ อย่ากดดันหรือทักซ้ำๆ พอทักไปแล้ว ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายมีหน้าที่ต้องตอบทันที เขาอาจกำลังยุ่ง ติดงาน ไม่สะดวกตอบ ทุกคนมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง ทักไปแล้วก็รอ ถ้าเขาไม่ตอบ ก็ให้ถือว่าเราได้ทำหน้าที่ของเราเต็มที่แล้ว
6.สังเกตความชอบและ Lifestyle ของอีกฝ่ายลองย้อนดูโพสต์เก่า ๆ หรือสิ่งที่เขาสนใจ เช่น งานอดิเรก เพลงที่ฟัง สถานที่ที่ชอบไป หรือเรื่องที่เขามักพูดถึง สิ่งเหล่านี้สามารถกลายเป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนาได้ ดีกว่าทักไปแบบไม่มีหัวข้ออะไรเลย
7.อย่าเพิ่งถามเรื่องส่วนตัวมากเกินไป โดยเฉพาะเรื่องอาชีพ ที่อยู่ สถานะความสัมพันธ์ ควรค่อย ๆ ทำความรู้จักกันไปตามจังหวะ ไม่ใช่เพิ่งเริ่มคุยก็ยิงคำถามเหมือนกำลังสัมภาษณ์งาน อย่าลืมว่าคนเรามีสิทธิ์เลือกเปิดเผยข้อมูลของตัวเองเท่าที่สบายใจ
8. ถ้าเกิดการคุย ๆ หาย ๆ ก็อย่าพยายามตื้อ ถ้าอีกฝ่ายตอบบ้างไม่ตอบบ้าง ตอบห้วน ๆ หรือไม่ได้แสดงความสนใจ ก็ควรถอยออกมา ไม่จำเป็นต้องพยายามเรียกร้องความสนใจจนกลายเป็นการรบกวน และอาจจบลงด้วยการถูกบล็อก
9.อย่าคาดหวังว่าทักไปแล้ว ทำตามกติกาทุกอย่างแล้วจะต้องได้คุย ต่อให้เราแนะนำตัวดีแค่ไหน มีโปรไฟล์น่าสนใจแค่ไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะอยากทำความรู้จักกับเรา บางคนอาจมีคนคุยอยู่แล้ว ไม่เปิดรับคนใหม่ หรือไม่ได้รู้สึกสนใจตั้งแต่แรก การไม่ตอบก็เป็นคำตอบรูปแบบหนึ่ง เรียนรู้ที่จะยอมรับและ Move on ให้เป็น
:) :)
สิ่งที่น่ารำคาญ และดูสะเหล่อ คือการทักซ้ำ (double text) ทั้งที่อีกฝ่ายแสดงออกแบบชัดๆแล้วว่าไม่อยากคุย
Standard ในการเดตของเราที่ทำมาตลอด
1. ให้ผู้ชายเป็นฝ่ายชวนก่อนเสมอ ถ้าเขาเป็นคนอยากเจอเรา การที่อีกฝ่ายเป็นคนแสดงความต้องการและเข้าหา มันให้ความรู้สึกดีมากกว่า
2.ถ้าอยากเจอ ก็ช่วยวางแผนมาเลย เราถือคติว่า If you want to see me, make a plan. ให้ผู้ชายเป็นคนคิดแพลนและนำเสนอว่าจะไปไหน ทำอะไร เราเองก็ช่วยดู ช่วยเลือก และตัดสินใจด้วยกันบ้างในบางครั้ง และในขั้นตอนนี้เราก็ได้เห็นทั้งความใส่ใจ และเทสต์ของเขาไปด้วย
3.ถ้าผู้ชายอยากเลี้ยงข้าว ก็ให้เขาเลือกร้าน ส่วนตัวเราเป็นคนกินง่าย กินได้หมด ตามใจคนเลี้ยง หลังจบมื้ออาหารเราก็มักจะเลี้ยงของหวานตอบแทน หรือถ้ามีแพลนดูหนังต่อ ก็จะเป็นฝ่ายออกค่าตั๋วหนังให้
4.เรื่องการตรงต่อเวลา เราไม่ชอบคนมาสาย ถ้ารู้ว่าจะไปไม่ทันก็ควรแจ้งล่วงหน้า ส่วนตัวให้เวลารอประมาณ 5–10 นาที แต่ถ้ามาสายแล้วยังไม่มีคำขอโทษ โดยเฉพาะในเดตแรก ก็คงไม่มีเดตครั้งต่อไปแล้ว
5.เรื่องการรับส่ง เราค่อนข้างให้ความสำคัญ ประมาณ 99% ของการเดตที่ผ่านมา ผู้ชายจะเป็นฝ่ายขับรถมารับและไปส่งเราที่บ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่เรารู้สึกดีและมองว่าเป็นการเทคแคร์อย่างหนึ่ง และแน่นอนว่าพอคบกันแล้ว ก็จะถูกเทคแคร์แบบนี้ตลอดเลย
6.ไม่เอางานมานั่งทำระหว่างเดต หรือมัวแต่ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ เพราะเราให้คุณค่ากับ Quality Time มาก ๆ ในเมื่อหาเวลามาเจอกันแล้ว ก็อยากให้โฟกัสคนตรงหน้ามากกว่า
7.เรื่องการหารบิล เราจะค่อย ๆ Set Standard ผ่านการกระทำ ไม่ได้พูดหรือประกาศเป็นข้อ ๆ แต่จะสื่อสารผ่านการปฏิบัติต่อกันไปเรื่อย ๆ จนผช.เข้าใจว่าเราให้คุณค่ากับการดูแลและการเทคแคร์แบบไหน ซึ่งคนที่มี High effort และเต็มใจทำให้โดยไม่ต้องมานั่งคิดเล็กคิดน้อย จะเป็นคนที่ไปด้วยกันได้ และไม่เคยมีปัญหา ทะเลาะกันเรื่องเงินเลย
วิธีเลีย💦ให้ประทับใจทั้งผู้ให้และผู้รับ
-ต้องบอกก่อนว่า สำหรับผญ หลายคน การสัมผัส ถูคลึง หรือกระตุ้นบริเวณclitoris ให้ความรู้สึกที่เสียวซ่านมากกว่าการสอดใส่เพียงอย่างเดียวด้วยซ้ำ เลยอยากมาแชร์เทคนิคการเลีย เผื่อจะเป็นแนวทางให้ใครหลาย ๆ คนได้ลองนำไปปรับใช้ดู
*ขั้นตอนการเตรียมตัว*
1. อย่าลืมแปรงฟันก่อนเลีย และแปรงลิ้นด้วย
2.ของ ผญ จะบวช เลเซอร์ เล็มตกแต่งสวนอะไรยังไงก็ตามใจ แต่ถ้าจะให้ดี ถามคนเลียด้วยก็ได้ว่าเค้าชอบแบบไหน และล้างทำความสะอาด ไม่ต้องถึงขั้นสวนล้างช่องคลอด อย่าหาทำ !อย่าลืมล้างก้นด้วยล่ะ แล้วก็ถ้าต้องโกนก็ไม่ควรโกนทิ้งไว้จนตอขึ้น มันจะทิ่มหน้าคนเลีย
3.ถ้าเป็นไปได้หลีกเลี่ยงช่วงที่มีตกขาว รวมถึงช่วงเมนหมด1-2วันแรก เพราะกลิ่นจะคาว และรสชาติอาจเพี้ยนไปจากปกติ ช่วงที่มีตกขาวถ้าถูกเลียด้วยน้ำลายจากปากที่ไม่สะอาดก็อาจจะทำให้คัน ระคายเคืองได้
4.ผช ก่อนจะเลีย อยากให้มีmindset ที่ดีต่อ hee อย่าบูลลี่hee เพราะในโลกนี้มีhee หลายแบบ และรูปร่างหน้าตาแตกต่างกันไป จะคล้ำ จะชมพู จะเป็นยังไงก็ช่าง มันเป็นเรื่องปกติของธรรมชาติ
*ขั้นตอนการเลีย*
1.ในการเลีย อยากให้คุณ ผช. สละเวลาอันมีค่า 15-30 นาทีเลียแบบไม่ต้องรีบ ลิ้นไม่ต้องรัวบดบี้ขยี้แตดเอาเป็นเอาตาย เพราะคุณจะเมื่อยลิ้นหายใจไม่ทัน และผู้หญิงก็ไม่ได้เสียวด้วยนะ ที่สำคัญอย่ากลั้นหายใจ
2. อย่าเพิ่งตรงเข้าจุดสำคัญตั้งแต่เริ่ม ให้เริ่มจากจูบปาก ไล่ไปเรื่อยๆ จูบหน้าท้อง จูบต้นขาด้านในหรืออาจจะใช้ริมฝีปากงับขาเบาๆ ค่อยๆไล่เข้าไปเรื่อยๆจนถึงhee หรืออาจจะใช้นิ้วเขี่ยเล่นจากภายนอกก่อนเพื่อบิ้วอารมณ์แบบที่ยังคา กกน อยู่ก็ได้ แล้วค่อยแหวกล้วง หรือ ถอดออก
3.พอจะเลีย ให้ลากลิ้นเลียจากขอบรูheeด้านล่าง ขึ้นไปผ่านclit(เม็ดแตด) เบาๆ วนไปมารอบๆ เป็นวงรี ลากลิ้นเลียจากซ้ายไปขวา ขวาไปซ้ายก็แล้วแต่ ทำวนๆ 4-5รอบ จากนั้นเลียด้วยปลายลิ้น ตวัดๆ รัวเบาๆ ที่เม็ดแตด ตามจังหวะที่ถนัด สังเกตreaction ของ ผญ ไปด้วย บางคนชอบใช้กลางลิ้นในการดุนๆกระแทกเข้าไป การใช้ปลายลิ้นที่โค้งมนมันจะเสียวกว่า ค่อยๆเลียตวัดๆที่clit สลับกับการจุ๊บเบาๆ หรือดูดที่ clit ไปด้วย
4.เวลาดูดแตดให้นึกถึงเวลาดูดนม หรือใช้หลักการดูดเหมือนตอนจุ๊บกินหอยขมก็ได้55555 แต่ไม่ต้องแรงมาก บางทีแค่เลียอย่างเดียวอาจจะเมื่อย เลยต้องใช้การดูดเข้ามาช่วย ให้ได้พักลิ้น ทำสลับๆกันไป
5.สามารถใช้ปลายนิ้ว ช่วยเขี่ยๆได้นะแต่ไม่ต้องแรงมาก ถ้าน้ำแห้งก็อาจจะมีการเอานิ้วไปแหย่ปาก ผญ ให้เลียให้อม สัก1กรุบ แล้วเอานิ้วที่ชุ่มน้ำลายนั้นมาเขี่ยheeเธออีกที 😳
6.ช่วงจังหวะที่เขี่ยเล่นเสร็จ หายเมื่อยลิ้นแล้วก็เลียheeต่อไปเลย และเอานิ้วแหย่เข้าไปข้างในช้าๆ เริ่มจากนิ้วกลาง1นิ้วก่อน เช็คความฟิต ถ้ารู้สึกว่าน้ำฉ่ำมาก นิ้วที่2พอจะแหย่ได้ก็เพิ่มเป็นนิ้วนางกับนิ้วกลางแหย่เข้าไปพร้อมกัน แต่ถ้าไม่ถนัดใช้นิ้ว ก็ใช้ลิ้นแหย่แทนเลย ฟินตาเหลือกเลยทีนี้
7.ถ้าผญ ไม่ชอบให้ใช้นิ้วก็ไม่ต้องทำนะ แต่ถ้าชอบก็ทำไปเลย อย่าลืมตัดเล็บมาก่อนสัก1-2วัน และตะไบไม่ให้ขอบเล็บคมด้วย
8.จุดที่เสียวมากก็คือที่เม็ดแตด ถ้าอยากทำให้เสร็จไวๆ ก็ต้องเน้นที่จุดนั้น และดูว่าผญ รู้สึกเสียวตอนที่ทำอะไรมากที่สุด เช่นบางคนจะเสร็จตอนที่จุ๊บ ดูดเม็ดเป็นจังหวะๆ บางคนชอบเลียแบบขึ้นลงๆ ต้องคอยสังเกตเอานะ
9.ผญ สามารถคุมจังหวะเองได้ ถ้าผช ยังเลียไม่โดนจุด ก็ขยับเอว ยกก้น ขยับขึ้นลงเองได้เลย หรือลองเปลี่ยนท่าเป็น คร่อมหน้า หรืออาจจะเป็นท่าอื่นๆที่ชอบก็ได้
10.ถ้าเลียไปเรื่อยๆจนถึงจุดที่ผญ.เสร็จแล้ว ให้เลียซ้ำ แตะเบาๆต่อที่clit หรือ จะลองเอาปลายนิ้วถูๆที่clitอีกหน่อย มันจะเสียว จั๊กจี้มาก เหมือนตอนที่ ผช แตกแล้วโดนอมต่อเลย หรือไม่ก็สอดใส่เข้ามาเลยก็ดีนะ หรือถ้ายังไม่อยากเน้ด ให้จูบก่อนสักหน่อย แล้วเอามือลูบเล่นเบาๆ ก็จะช่วยให้อารมณ์ไม่หาย ไม่ขาดตอน และค่อยไปทำอย่างอื่นต่อ
11.ทั้งหมดที่แชร์มาเป็นเพียงแค่คำแนะนำเล็กน้อยเท่านั้นสุดท้ายก็ต้องยึดตามความต้องการของคู่ตัวเองเป็นหลักว่าชอบแบบไหน หัดถามบ้างว่าแบบนี้โอเคมั้ย ชอบหรือเปล่า เบาไปหรือแรงไป อะไรแบบนี้ จะได้ฟินๆไปด้วยกัน
สิ่งที่ทำให้อีกฝ่ายติดใจหลังจากมี$ex ด้วย อาจไม่ใช่ลีลาหรือความเก่งบนเตียง แต่เป็น Vibe และบรรยากาศโดยรวมตลอดเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน เพราะหลังจบกิจกรรมบนเตียง สิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่ในความทรงจำ ไม่ได้มีแค่เรื่อง$exแต่เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นด้วย บางคนทิ้งความทรงจำไว้ในรูปแบบของกลิ่น บางคนเป็นน้ำเสียง คำพูด การสัมผัส หรือการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดี จนเผลอนึกถึงขึ้นมา
แล้ว Vibe ที่ว่ามันประกอบด้วยอะไรบ้าง?
1. ความรู้สึกที่ว่าอยู่ด้วยแล้วสบายใจ ไม่ต้องพยายามเป็นคนอื่น ไม่ต้องระวังทุกคำพูด สามารถพูดคุย หัวเราะ หยอกล้อ และเป็นตัวเองได้อย่างเป็นธรรมชาติไม่อึดอัด
2. เคมีและการรับส่งความรู้สึก ทั้งสายตา น้ำเสียง การพูดคุย การหยอกล้อ และการสัมผัส บางคนไม่ต้องหวือหวา แต่กลับมีเคมีที่เข้ากัน อยู่ด้วยแล้วเพลินจนลืมเวลา
3. ความใส่ใจในรายละเอียด จำสิ่งที่อีกฝ่ายพูดได้ สังเกตความรู้สึก ถามไถ่ว่าโอเคมั้ย? รู้ว่าเมื่อไหร่ควรเข้าใกล้หรือให้พื้นที่ โดยเฉพาะเรื่อง Intimacy การรับฟังความต้องการและเคารพขอบเขตของกันและกันเป็นเรื่องสำคัญมาก
4. อย่ามองข้ามช่วงเวลาหลังจบกิจกรรมบนเตียง การกอด พูดคุย นอนเล่น หรือดูแลกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ดี
5. กลิ่น เสียง สัมผัส และคำพูด บางคนจำกลิ่นน้ำหอม บางคนจำเสียงหัวเราะ น้ำเสียง หรือคำพูดบางประโยค รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้อาจกลายเป็นความทรงจำที่ทำให้นึกถึงกันได้ในภายหลัง บางทีแค่กลิ่นจางๆของน้ำหอมที่ติดบนตัวของอีกคน ภาพจำก็เเว๊บขึ้นมาเลย
6. เป็นตัวเอง ไม่ต้องฝืนสร้างภาพ แต่ละคนมีstyleที่แตกต่างกัน ไม่จำเป็นต้องพยายามเป็นคนในแบบที่ทุกคนชอบ แค่เป็นตัวเองและเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเป็นตัวเองด้วย
จากประสบการณ์ของเรา ประสบการณ์ที่ดีระหว่างคนสองคนมีอะไรมากกว่าเรื่องเยดเพียงอย่างเดียว การที่อีกฝ่ายพูดถึงฟีลตอนอยู่ด้วยกัน หรือยังจดจำบรรยากาศบางอย่างได้ ก็สะท้อนให้เห็นว่าความรู้สึกในช่วงเวลานั้นมีความสำคัญไม่น้อย และแน่นอนว่าการอยากกลับมาเจอกันอีกไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีความรู้สึกผูกพันเสมอไป เพราะบางครั้งสิ่งที่ทำให้คนติดใจ ไม่ใช่แค่หน้าตา รูปร่าง หรือลีลาบนเตียง แต่เป็นความรู้สึกที่เขาได้รับตอนอยู่กับเรานั่นเอง
Topic เรื่องผู้ชายหารค่าข้าว วนกลับมาอีกแล้ว
โดยส่วนตัว ถ้าผู้ชายเสนอเลี้ยงข้าวในการเจอกันครั้งแรก เรามองว่าเป็น First Impression ที่ดีมากกว่าการหารกันนะ มันรู้สึกดีต่อใจ และยิ่งถ้าผู้ชายเป็นฝ่ายชวนไปเจอ ชวนไปเดต ชวนกินข้าวเอง เราก็มองว่าผู้ชายควรเป็นคนจ่าย (คหสต.) แต่ถ้าสุดท้ายเลือกที่จะหารกัน เราก็โอเค ไม่ได้ถึงขั้นไม่ชอบ ไม่คุยต่อ หรือใช้เรื่องนี้มาตัดสินว่าจะคบหรือไม่คบ เพราะผู้ชายแต่ละคนมี Mindset เรื่องการใช้เงินต่างกัน บางคนเป็นสายเปย์ ชอบเทคแคร์ บางคนจะเลี้ยงก็ต่อเมื่อเป็นแฟนกันแล้ว หรือบางคนอาจมีภาระทางการเงินที่ต้องรับผิดชอบ เราก็เข้าใจได้ อีกอย่าง ถ้าเราเป็นคนเลือกร้านแพงหรือสั่งอาหารเยอะ ก็เกรงใจอีกฝ่ายด้วยเหมือนกัน จะช่วยกันหารหรือแยกบิลก็ได้ไม่ซีเรียส
สุดท้ายถึงแม้ใจเราจะเทคะแนนไปให้ ผู้ชายเลี้ยงข้าวในเดตแรก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าถ้าเขาไม่เลี้ยงแล้วเราจะมองเขาไม่ดีหรือปิดโอกาสทำความรู้จัก เพราะเรื่องนี้เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่เรามอง ไม่ใช่ทั้งหมดของความสัมพันธ์
หลายคนอยากชวนเราไปวิ่ง เดินเทรล เข้าป่า จริงๆไปได้นะ แต่แค่ต้องไม่ใช่ที่ไทยอ่ะ มันร้อนเกินไป สู้ไม่ไหว อากาศต้องไม่เกิน20องศาอ่ะกำลังดี ทนหนาวได้ แต่ทนร้อนไม่ได้จริงๆ
อยากถามคนที่เคยเจอเราคิดว่าตรงปกมั้ย
42%ตรงปกไม่หลอกลวงผู้บริโภค
58%เกินปกไปมาก
0%ไม่ตรงเลย
19 votes • Final results 🌈 Shawtychubby ✨💫 retweeted
Girl to girl :
ทานอาหารดีๆ ออกกำลังกายให้มากขึ้น นอนเร็วขึ้น
ตื่นเช้าขึ้น ทำมื้อเช้าดีๆ ดื่มน้ำเยอะๆ ทานผลไม้ อ่านหนังสือ ออกไปเที่ยว พูดให้น้อยลง ฟังให้มากขึ้น รักให้เป็น เปิดตาให้กว้าง ใช้ชีวิตให้คุ้มและมีความสุขเยอะๆ

















