Pinned Tweet
การกระทำทุกการกระทำต้องยอมรับสิ่งที่จะตามมาเพราะเราย้อนเวลาไปแก้ไขอะไรไม่ได้งั้นก็อย่าทำผิดพลาดอีกก็พอ เพราะงั้นก็ตั้งใจทำแต่อะไรที่ไม่ต้องมาเสียใจทีหลังนะ
///// retweeted
วิธีหาโปรไฟไหม้ของผม
1. ติดตามกลุ่มเอเจนซี่ที่ทำทัวร์แล้วทำโปรไฟไหม้แบบนี้บ่อยๆ อย่างในรูปคือ Unithai เค้าก็จะมีกลุ่มเฟส กลุ่มไลน์ของเค้าที่มาบอกโปร
นอกจากนี้ก็มีนิดหน่อย ที่ทำโปรแนวนี้บ่อยๆ
2. ทีนี้ก็เลยมีคนไปทำเว็บชื่อ firemaitour.xyz มา อันนี้ก็จะรวบรวมโปรมาจากหลายๆ แหล่ง อันนี้ต้องขอบคุณ dev ที่ทำเว็บมากๆ เลยคับ ขอนำมา ปชส ต่อนะครับ 🫡
///// retweeted
อันนี้ใช่เลย ตี fixed cost เป๊ะมาก
บัดเจดเที่ยวญี่ปุ่นแบบ realistic นะ
- ค่าตั๋วเครื่องบิน 15-18K(ถ้าโชคดีหาถูกกว่านี้ได้ก็จะประหยัดไปอีก)
- ค่าที่พักคืนละ 1-1.5K(10 วันตีไปเลยกลม ๆ 15K)
- ค่ากิน วันละ 1K ไปเลย(10 วัน 10K)
- ค่าเดินทาง Pass ต่าง ๆ 6-7K
fix cost ประมาณ 45-50K นอกนั้นช้อปปิ้งตามอัธยาศัย นี่คือเที่ยวแบบกลาง ๆ ไม่ยาจก ไม่ตึงเกิน ไม่ต้องนอนโฮสเทลรวมกับคนอื่น ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ
///// retweeted
กล้องสด>>iPhone 🍎
☑️นี่คือการตั้งค่าที่ใช้:
•Exposure +5
•Brilliance -40
•Highlights +30
•Contrast +5
•Warmth +10
•Sharpness +100
เคล็ดลับถ่ายภาพด่วน:
🖤 ลดค่า exposure ตอนถ่ายจะทำให้รูปมี texture มากขึ้น
🖤 โต๊ะสีดำกับแสงไฟดีๆ จะทำให้อาหารเด่นสะดุดตา
ชินนี่ชีวิตจริงชีก็มู้ดนี้อ่ะ นอกจากตลกและสนุกแล้ว ชีแฝงความ ‘ตัวแม่สอนหญิง’ ไว้จึ้งมากกกก เลยสรุปเอามาฝากสั้นๆค่ะ
🗣️ สกิลภาษา & ความกล้า
• อิงลิชไม่เป๊ะ ≠ ไม่มีสิทธิ์ปัง: ภาษาไม่แข็งแต่ใจสู้ ก็ไปได้ไกลระดับโลกค่ะ! เน้นสื่อสารรู้เรื่องพอแก
• ผิดเป็นครู: พูดผิดฟังไม่ทัน = ปกติมาก ขอแค่หน้าหนาเข้าไว้และกล้าพูด
• ความกล้าเปลี่ยนชีวิต: โอกาสดีๆ บางทีเริ่มแค่อีเมลฉบับเดียว! กล้าส่งก็มีสิทธิ์ได้
💥 Mindset
• โดนปฏิเสธ = อัปเกรด: ไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือฟีดแบ็กให้ Reset & Rebound มาสับใหม่ให้ฉ่ำกว่าเดิม
• Progress > Perfect: โฟกัสการเติบโตทีละนิด ดีขึ้นวันละ 1% ก็เก่งมากแล้ว เลิกกดดันตัวเองค่ะสาว!
• อยู่คนเดียวคือเท่: ไม่เหงาหรอกแก ถ้าจอยกับการอยู่กับตัวเองเป็น มันเริ่ด!
🧠 สมอง & สุขภาพ
• สกิลตั้งคำถามคือที่สุด: ความรู้อัปเดตตลอดแก แต่คนที่ตั้งคำถามเป็นจะไปได้ไกลแบบตะโกน!
• Online is not real life: เลือกเสพข้อมูลที่เป็นเซฟโซน ไม่บั่นทอนใจ
• สุขภาพดีที่แท้ทรู: ไม่ใช่ผอมแห้ง แต่คือการกินดีอยู่ดีให้มีแรงใช้ชีวิตยาวๆ
• ฟ้าหลังฝนมีจริง: วันที่มืดมนไม่อยู่ตลอดไป เดี๋ยวแสงก็กลับมาเอง สู้เขาค่ะสาว!
ตามไปดูได้นะคะ👇✨
Day 1 ของชินนี่
ชินนี่ ไม่มองหาความ perfect แต่มองหา progress ค่ะ
Small change is still a change
และ grateful กับความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ในทุกวัน
youtu.be/nhTTR9H5nL0?is=mwtw…
///// retweeted
ทำไมคนไทยตลกจังวะ คือชอบมากกก ใครจะขายของออนไลน์จริงใจเท่าร้านนี้
เปิดหน้าชน พร้อมส่งจริง มีของจริง แล้วพี่เค้าถ่ายคู่กับของทั้งร้าน เข้าไปส่องดูสิ โคตรน่ารักก 555555555
///// retweeted
Gen Z ทำทั้งหมดนี่+งานประจำแต่ยังซื้อคอนโด 1 ห้องนอนไม่ค่อยจะไหว ในขณะที่ Boomer ทำงานเดียวกลับบ้านมาแดกเบียร์สามารถซื้อบ้านสามห้องนอน เลี้ยงเมียเลี้ยงลูกได้ แล้วมีหน้ามาสอนว่าเด็กสมัยนี้ไม่ขยัน กูจะบ้า
///// retweeted
มาสัสฟังแล้วโคตรคันปากกูจะเล่าให้ฟังเอง
แกพูดถูกมั้ย ถูก ถูกเรื่องการส่งต่อพันธุกรรม แต่ก็ผิด จะเล่าต่อตอนท้ายๆว่าทำไม คือสมัยก่อนตั้งแต่เราเป็นตัวห่าอะไรไม่รุ้อยุ่ในน้ำ ก่อนการสืบพันธุ์ด้วยเพศเราก็เคยแบ่งตัวมาก่อน จนเพื่อรับมือกับศัตรู กับธรรมชาติ กับ whatever เพื่อความอยู่รอด การขยายพันธุ์แบบแบ่งเพศเกิดขึ้น เพราะว่า DNA ที่หลากหลาย อแดปได้ก็มีโอกาสรอดชีวิตสูงกว่า DNA ที่ฟิกมาเลยจากการแบ่งตัว
เคยอ่านเจอประมาณว่า หลังจากตอนขยายพันธุ์ด้วยการผสมกันเกิดขึ้น เรายังแบ่งพลังงาน (gamete - เซลล์สืบพันธุ์) กันคนละครึ่งเท่าๆกันแล้วส่งต่อ DNA
วันดีคืนดีมีตัวนึงหัวใส เริ่มคิดว่าเอ๊ะ แล้วถ้าเราไม่อยากแบ่งทรัพยากร เท่าๆกันละ เราลงทุนน้อยกว่า แต่ได้จำนวนเยอะกว่า แต่ได้ส่งต่อ DNA เท่ากันล่ะ สบายกูดิงี้ แล้วเราเอาพลังงานที่เหลือไปผสมพันธุ์กับตัวอื่นล่ะ เราก็ส่งต่อพันธุกรรมได้เยอะกว่าน่ะสิ ก็ไข่แล้วทิ้งแม่งไปเลย แล้วกูจะไปแคร์เหี้ยอะไร แต่กลับกัน อีกฝ่ายต้องลงทุนเยอะกว่า กักเก็บสารอาหารเพื่อให้ลูกมีโอกาสรอดเยอะกว่า
พอเกิดเหตุการณ์เอาเปรียบแบบนี้ขึ้นซ้ำๆ ทีนี้เราจะเริ่มเห็นภาพว่าตัวที่เอาเปรียบนั้นกลายเป็นเพศชายในอนาคต พลังงานและทรัพยากรเล็กๆนั้นคืออสุจิที่เยอะ และคนที่แบกเยอะขึ้นกลายเป็นเพศหญิง และนั่นคือไข่ที่น้อยและใหญ่กว่ามาก
ทีนี้พอเป็นแบบนี้สิ่งมีชีวิตเพศที่แบกเยอะกว่าก็แบบ เอ้า แล้วกุจะเลือกใครก็ได้ทำไมอะ ประชากรกูน้อยกว่า (เพศใดก็ตามที่ต้องลงทุนทรัพยากรต่อลูกเยอะกว่าจะกลายเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด) ลงทุนก็เยอะกว่า เลยเกิดพฤติกรรมการเลือกคู่ที่ดีที่สุดขึ้น โดยในอดีตอาจจะเลือกจากตัวผู้ที่ดูแข็งแรงหรือคอยดูแลลูก whatever อะไรก็ได้ที่ทำให้ลูกมีโอกาสอยู่รอดได้สูง (ซึ่งเรื่องนี้โยงไปถึงว่าทำไมคนชอบคนหล่อคนสวย มันมีเหตุผล)
โอเคทีนี้ แต่ละสิ่งมีชีวิตก็มีวิธีเลี้ยงลูกต่างกัน บางตัวไข่เสร็จก็ปล่อยเลยให้ดีเอนเอทำงานแบบเต่า บางชนิดอยู่แบบลิงไพรเมทบางชนิด ตัวผู้ตัวเดียวได้ทุกคน ก้แล้วแต่มัน ธรรมชาติมันคัดมาแบบนี้
แต่มนุษย์ไม่ใช่แบบนั้น เราพัฒนาจากการปีนต้นไม้มาเดินสองขา ทำให้เชิงกรานต้องหดแคบลงและบิดรูปเพื่อรับน้ำหนักตัวตอนเดิน และอีกอย่างเรามีสมองที่ใหญ่สัดๆ
ผลลัพธ์คือหัวโตขึ้น แต่ช่องคลอดแคบลง ธรรมชาติเลยจัดให้เด็กเกิดก่อนกำหนด แปลว่าเราจะไม่สามารถให้เด็กคลอดแล้วออกมาวิ่งหนีจากการโดนเสือแดกได้เลยภายใน 30 นาทีแบบลูกม้าลูกกวางได้เลย เราต้องเลี้ยงตัวอ่อนมนุษย์นั่น และการที่จะให้เด็กโอกาสอยู่รอด หนทางที่ธรรมชาติคัดมาบอกว่าดีที่สุดที่จะไม่ให้เด็กตายคือการที่พ่อแม่อยู่ด้วยกันช่วยเลี้ยงลูก ไม่ใช่การที่ไปไข่ทิ้งไว้แล้วไปหาคนอื่นต่อ
ทีนี้วนกลับไปข้อที่คิดว่าเขาพูดผิด คือพี่เขาบอกว่าผุ้ชายต้องการขยายพันธุ์โดยการกระจายไปให้ได้มากที่สุด เพราะถ้ามีแค่ผู้หญิงคนเดียว โอกาสที่ลูกจะตายมีสูง ผิด ไอสัด
ไม่ใช่แค่ผู้ชาย แต่ทุกสิ่งมีชีวิตบนโลกนี่แหละที่เป้าหมายคือการส่งต่อพันธุกรรม แล้วก็ไม่ใช่โอกาสที่ลูกจะตายมีสูงเพราะพี่ไปมีลูกแค่กับผู้หญิงคนดียว แต่คือโอกาสที่จะหายไปคือการส่งต่อกรรมพันธุ์ของตัวเองเพราะถูกจำกัดไว้ที่แค่ผู้หญิงคนเดียว
แต่มนุษย์เราแม่งดันมีสมองโหดเกิน มี self-conscious หลายๆอย่างเราหลุดจากธรรมชาติออกมาได้ คิดได้ วางแผนได้ มีวัฒนธรรม มีความอยากอยู่เปนครอบครัว อยากเกษียณ มีแม่งอะไรไม่รุ้เลอะเทอะไปหมด
ทีนี้เรามาถามกลับกัน ว่าพี่เขามองตัวเองเป็นอะไร
ตัวอะไรห่าอะไรไม่รู้ในน้ำ
ลิงไพรเมทสักตัวแบบกอลลิลล่า
เครื่องจักรผสมพันธุ์
หรือมนุษย์
ปล. กูมั่ว
///// retweeted
คนไทยชีหัวครีเอทกับการคอมเม้นมากนะ แต่ละอันครือแบบไปสรรหามาจากไหน ขี้ประชดประชันที่1 ชีโตมากับยุคสุนทรภู่ ลูกพ่อขุนรามจริงๆ มีวาทะศิลป์ในการพูดสุดๆ แล้วตลกทุกอัน
- ดูถูกสติปัญญากุมาก
- มีสิ่งอื่นที่อยากทำไหม
- อย่าดื้อ ให้มันมาก
- สาดไปครับสมาชิก
- กุเผลอแปปเดียว
- เรื่องนี้กูขอเหอะว่ะ
- ฝันให้ไกล แล้วไปให้พ้น
- ต้องขอวีซ่าก่อนเข้ากรุงเทพมั้ย
- พอเถอะ เดี๋ยวกุไปหาหมอเอง
- คีโมเข้ากันมาก
- ความกล้ากุทั้งชีวิต
- นี่กุดูไรอยู่วะ
///// retweeted
นั่งกับยายอัลไซเมอร์ 10นาที ถามโยคประเดิมไป7รอบ..
นี่เลยแกล้งกลับ ถามแกซ้ำบ้าง..
แต่ยายดันบอก "ถามอะไรบ่อย เมื่อกี๋ก็ถามไปแล้วหนิ"
เอ๊ะยาย5555555
///// retweeted
รู้ตัวอีกทีตอนนี้ก็ทำงานหาเงินใช้จ่าย รับผิดชอบชีวิตตัวเองแบบ 100% แล้ว เหมือนเมื่อวานยังอายุ 16 เอากระเป๋าจองโต๊ะที่โรงอาหาร หารส้มตำกับเพื่อน เอาการบ้านมาปั่นก่อนเข้าเรียนคาบบ่ายอยู่เลย ไวจังเลยเนอะ
จำพี่กรได้ปะ (Room 18+) คนคัฟเวอร์เพลงตลกๆ อ่ะ ทำคอนเทนต์มา 14 ปีละ ล่าสุดแกมาแชร์วิธีทำ Shorts/Reels ให้ได้เดือนละหมื่น ใช้เวลาวันละ 30 นาที
เคสที่แกพูดคือ คลิปเดียวกันเป๊ะๆ ทำให้คนไทยดู กับทำให้ต่างชาติดู รายได้ต่างกันเป็นล้าน 😳 อย่างคลิปโค้กวุ้น 30 วิ ไม่มีเสียงพูดด้วยซ้ำ 365 ล้านวิว เจาะตลาดนอกได้เกือบ 1.8 ล้าน แต่ถ้าทำให้คนไทยล้วนๆ เหลือแค่ 4 แสนกว่าเอง
วิธีที่แกบอกคร่าวๆ
-ทำ ASMR ไว้ก่อน ไม่ต้องพูดไม่ต้องเก่งอังกฤษ
-ตั้งชื่อคลิปเป็นอังกฤษ ไม่งั้นระบบจะส่งให้คนไทยดูก่อน โดนปัดทิ้งคลิปจบเลย
-ลงวันละ 1 คลิป สม่ำเสมอ
-ใช้มือถือเครื่องเดียวพอ วันละ 30-60 นาที
-ทำให้ครบ 100 คลิปก่อนค่อยดูผล เดี๋ยวมีตัวที่ปังเอง
ส่วนตัวมองว่าเริ่มทำได้จริงนะสำหรับคนที่อยากลอง วันละ 30 นาทีแบ่งเวลาได้ไม่ยาก ไม่ต้องกดดันตัวเองจนท้อไปก่อน ใครสนใจไปดูคลิปเต็มในช่อง YT: ลุงกร Creator ได้เลย หรือ FB: korn.didsakorn
///// retweeted
10 คือเจ็บที่สุดในชีวิต เจ็บเหมือนกระดูกหัก โดนรถชน คลอดลูก เจ็บแบบขยับตัวไม่ได้
8-9 เจ็บแบบตัวงอ ทนไม่ไหว อยากฉีดยาแก้ปวด
6-7 ปวดแบบอยากกินอยากแก้ปวด
5 ปวด/เจ็บแบบทนไหวอยู่แต่ก็ปวด
3-4 ปวดพอรำคาญ ไม่สบายตัว
1-2 ปวดแค่พอรู้สึก
0คือไม่เจ็บเลลย
///// retweeted
- คุณต้องหยุดกังวลได้แล้ว แค่มีความสุขเข้าไว้ พรุ่งนี้คือวันใหม่ วันดีๆกำลังรอคุณอยู่ -
เป็นความคิดที่น่าเอามาใช้กับชีวิตคือ เวลามีปัญหาอะไรให้กังวล ก็จะถามตัวเองก่อนว่าเราแก้ได้ไหม ถ้าแก้ได้ก็ไม่ต้องกังวล แต่ถ้าแก้ไม่ได้ ก็ไม่ต้องกังวล เพราะมันแก้ไม่ได้ ก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล เดี๋ยวมันก็ผ่านไป
///// retweeted
"แฟนคนเดียวต้องเป็นทุกอย่างในชีวิตเราขนาดนั้นเลยเหรอ"
เห็นโพสนี้แล้วจู่ๆก็นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา
เคยฟัง Esther Perel เล่าว่า คนสมัยนี้คาดหวังให้แฟนเล่นบทเยอะมากนะ ต้องเป็นคนรักที่ดี ต้องเป็นเพื่อนสนิท ต้องคุยกันได้ทุกเรื่อง ต้องเข้าใจเรา ต้องรับฟังเรา ต้องอยู่ข้างเราเวลาเราแย่
ต้องเป็นคนที่เราไปหาได้เป็นคนแรกเวลามีปัญหา แล้วก็ยังต้องทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น ไม่เบื่อกัน ทั้งโรแมนติก ทั้งเร่าร้อน และมี chemistry กันไปนานๆ อีก
มันมากเกินไปมั้ยนะ สำหรับคนๆเดียว แล้วมันจำเป็นมั้ยที่จะต้องขอเยอะขนาดนั้น
Esther Perel เคยพูดถึงเรื่องนี้ประมาณว่า เมื่อก่อนสิ่งที่เราต้องการจากคนหนึ่งคน อาจเป็นสิ่งที่ทั้งครอบครัว เพื่อน และ community ของเราช่วยกันเติมให้เรา
แต่ทุกวันนี้เรากลับเอาทุกอย่างมารวมไว้ที่ “แฟน” อยากได้คนที่เข้าใจเราที่สุด อยากได้คนที่เป็น safe space ของเรา อยากได้คนที่เป็นทั้งเพื่อน ทั้งคนรัก ทั้งที่ปรึกษา แล้วพอเขาทำไม่ได้ หรือพลาดไปแค่เรื่องเดียว ก็กลายเป็นว่า “ทำไมเธอไม่เข้าใจเราเลย” ซะงั้น ทั้งที่จริงๆ บางทีเขาอาจไม่ได้มีหน้าที่ต้องเป็นทุกอย่างให้เราก็ได้
บางเรื่องเราไปคุยกับเพื่อนก็ได้ บางเรื่องกลับไปใช้เวลากับครอบครัวก็ได้ บางเรื่องก็อาจคุยกับ therapist หรือบางเรื่องก็แค่เป็นเรื่องของเราเองว ที่เราค่อยๆ จัดการมันด้วยตัวเองก็ได้
พอมานั่งคิดดู ต่อให้เรารักใครมากๆ เราก็ยังควรเป็น “เรา” ได้อยู่ไม่ใช่หรอ ยังมีความคิดของตัวเอง มีเพื่อนของตัวเอง มีงานอดิเรกของตัวเอง มีเวลาที่อยากอยู่คนเดียว มีชีวิตบางส่วนที่ไม่ได้เกี่ยวกับแฟนเลย ตอนแรกฟังแล้วรู้สึกเหมือนมันเป็นเรื่องของการ “เว้นระยะ” จากกัน แต่จริงๆ การทำให้ความสัมพันธ์ได้ "หายใจ" ได้มากขึ้น มันเป็นเรื่องดีนะ
เราออกไปใช้ชีวิตของเรา เจอเพื่อน ทำสิ่งที่ชอบ มีเรื่องใหม่ ๆ กลับมาเล่าให้กันฟัง ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตลอด ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างของกันและกัน และไม่จำเป็นต้องให้คนคนเดียวรับผิดชอบความสุข ความเหงา ความมั่นคง หรือทุกปัญหาในชีวิตของเรา
เพราะบางทีความสัมพันธ์ที่ดี อาจไม่ใช่การที่คนสองคนกลายเป็น “โลกทั้งใบ” ของกันและกัน แต่อาจเป็นการที่เรายังมีโลกของตัวเองอยู่ แล้วก็เลือกที่จะกลับมาแบ่งปันโลกนั้นให้กันฟัง
อาจจะไม่ใช่ “เธอคือทุกอย่างของฉัน” แต่อาจเป็น “ฉันมีชีวิตของฉัน และดีใจมากที่มีเธออยู่ในนั้น”
แปล
มีงานอดิเรกเหอะ จะได้เลิกไปตกหลุมรักเรี่ยราดอย่างไร้สติ คนที่สมองว่างจัดมักจะเอาความเหงามาตีค่าสลับกับความรักเสมอ แต่คนที่มีอะไรให้ทำหัวไม่ว่างมักจะมีมาตรฐาน
เพราะพอในแต่ละวันมันถูกอัดแน่นไปด้วยเรื่องอย่างการยกเวท สร้างงาน อ่านหนังสือ เรียนรู้เรื่องนู้นเรื่องนี้ ก็จะเลิกวิ่งแจ้นไปตามจิกตามจี้คนอื่นเพื่อหาความตื่นเต้นใส่ตัว เพราะคนเรามันดันมีนิสัยเสียขั้นสุดในการเอาเศษความสนใจที่คนอื่นโยนมาให้ไปโรแมนติไซส์ซะดิบดี ทั้งที่ความจริงแล้ว ความสนใจเหล่านั้นมันไม่ได้มีความเข้มข้นหรือเจตนาแบบเดียวกันพุ่งมาที่เราสักนิด ส่วนใหญ่แล้วมันก็แค่ "อยากหาอะไรทำแก้เบื่อ" เท่านั้นแหละ ไม่ใช่ความรู้สึกโหยหาแบบที่กำลังสับสนอยู่หรอก
และชั้นก็เชื่อสุดใจเลยว่า ความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดมันเกิดขึ้นตอนที่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบของคนสองคนเดินมาจอยกัน ไม่ใช่เอาเศษซากคนเหงา 2 คนมาพยายามยัดเยียดให้อีกฝ่ายกลายเป็นงานอดิเรกแก้เหงา เพราะความสัมพันธ์สภาพนั้น มันจะสร้างแรงกดดันมหาศาลจนสุดท้ายก็พังพินาศยับเยินไม่เป็นท่าอยู่ดี
///// retweeted
วันนี้ได้ฟังPodcastของพี่ฟาโรห์
คนเราเกิดมาไม่ได้สมบูรณ์แบบและพร้อมเสมอไป และคนเราเกิดมาก็มีผิดมีถูก
เรียนรู้และพร้อมที่จะเปิดรับ
เลยอยากตัดช่วงสั้นๆมาให้ทุกคนฟัง🤍
“โอกาสไม่ได้เข้าข้างคนที่โชคดีที่สุด
แต่มักเข้าข้างคนที่เตรียมตัวมาดีที่สุด
เพราะเมื่อโอกาสเดินทางมาถึง
คนที่พร้อมเท่านั้นที่จะมองเห็นมัน
และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นความสำเร็จได้”
🌷— Chance favors the prepared mind
Cr youtu.be/LmXd7Fd5BCM?si=6sel…
Ep 141 Louis Pasteur

















































