แม่งเอ้ยยย (@itimnt) profile picture

Happy girl

Joined January 2015
Photo by แม่งเอ้ยยย (@itimnt)Photo by แม่งเอ้ยยย (@itimnt)Photo by แม่งเอ้ยยย (@itimnt)Photo by แม่งเอ้ยยย (@itimnt)Photo by แม่งเอ้ยยย (@itimnt)Photo by แม่งเอ้ยยย (@itimnt)Photo by แม่งเอ้ยยย (@itimnt)Photo by แม่งเอ้ยยย (@itimnt)Photo by แม่งเอ้ยยย (@itimnt)Photo by แม่งเอ้ยยย (@itimnt)
แม่งเอ้ยยย retweeted
ทุกคนสิ่งนี้มันฟรีได้ไงมีประโยชน์มาก ๆ แทบจะจับมือทำละจริง ๆ ดูเพิ่มเติมในบทความได้เลย มีคนแชร์วิธีใช้ Claude สร้างทีม AI 50 ตัว ช่วยทำการตลาดบนโซเชียลภายใน 30 วัน ตั้งแต่หาเทรนด์ วิเคราะห์คู่แข่ง เขียนสคริปต์ ไปจนถึงสรุปผลรายสัปดาห์ สิ่งที่น่าสนใจคือ เขาไม่ได้ใช้ AI แค่ช่วยเขียนคอนเทนต์ แต่แบ่งหน้าที่เป็น 10 แผนก แผนกละ 5 AI Agents สัปดาห์ที่ 1: ศึกษาตลาดและคู่แข่ง วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายว่าคือใคร สนใจอะไร และมีปัญหาอะไร ติดตามคู่แข่งและแบรนด์ที่ลูกค้าสนใจ เพื่อดูว่าคอนเทนต์แบบไหนกำลังได้ผล สัปดาห์ที่ 2: หาแพตเทิร์นของคอนเทนต์ที่ประสบความสำเร็จ ค้นหาคลิปที่ยอดวิวสูงกว่าค่าเฉลี่ยของช่องตัวเองมาก ๆ วิเคราะห์ครีเอเตอร์ที่ทำคลิปไวรัลได้ซ้ำ ๆ รวบรวม Hook หรือประโยคเปิดคลิปที่ดึงดูดคนดู ศึกษารูปแบบวิดีโอและเทรนด์ที่กำลังมาแรง จุดสำคัญคือ ไม่ได้ดูแค่ว่าคลิปไหนมียอดวิวเยอะ แต่ดูว่าคลิปนั้นทำผลงานดีกว่าปกติแค่ไหนด้วย สัปดาห์ที่ 3: ผลิตคอนเทนต์ นำข้อมูลที่ได้มาเขียนสคริปต์วิดีโอสั้น 20-30 วินาที ให้เข้ากับสินค้าและสไตล์ของแบรนด์ นำคอนเทนต์ที่ได้ผลดีมาต่อยอดเป็นหลายไอเดีย โดยรักษาโครงสร้างที่น่าสนใจ แต่เปลี่ยนเนื้อหาให้เป็นของตัวเอง สัปดาห์ที่ 4: สร้างระบบทำงานอัตโนมัติ ให้ AI สรุปทุกวันจันทร์ว่าคลิปไหนกำลังมาแรง อะไรควรทำต่อ อะไรควรหยุด และสัปดาห์นี้ควรผลิตอะไร สร้างระบบจดจำข้อผิดพลาดและคำแนะนำ เพื่อให้ AI ปรับปรุงการทำงานครั้งต่อไป เครื่องมือหลักที่เขาใช้คือ Claude, Claude Code และ Virlo ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับวิเคราะห์คอนเทนต์โซเชียล สิ่งที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่จำนวน AI 50 ตัว แต่เป็นวิธีคิดในการทำคอนเทนต์ แทนที่จะเริ่มจากการนั่งคิดว่าวันนี้จะโพสต์อะไร เขาเริ่มจากการเก็บข้อมูลว่ากลุ่มเป้าหมายกำลังสนใจอะไร คอนเทนต์แบบไหนได้ผล แล้วค่อยนำข้อมูลนั้นมาวางแผนผลิตงาน แต่ระบบนี้ยังต้องตรวจสอบคุณภาพข้อมูล ความถูกต้องของสคริปต์ และต้นทุนเครื่องมือ ไม่ได้หมายความว่าตั้งค่า AI แล้วจะสร้างรายได้ตามที่เจ้าของบทความอ้างได้ทันที สำหรับคนทำคอนเทนต์หรือการตลาด นี่เป็นอีกแนวทางที่น่าศึกษา เพราะ AI อาจไม่ได้ช่วยแค่ทำงานให้เร็วขึ้น แต่ช่วยให้เราตัดสินใจจากข้อมูลได้มากขึ้นด้วย #มินนี่แปลให้
863
6
1,538
45,111
🇬🇧 ใครฝันอยากเรียนต่อมหา’ลัยระดับโลกอย่าง ‘𝗨𝗻𝗶𝘃𝗲𝗿𝘀𝗶𝘁𝘆 𝗼𝗳 𝗢𝘅𝗳𝗼𝗿𝗱’ ตอนนี้มีทุนใหญ่อย่าง ‘Weidenfeld-Hoffmann’ ประจำปีการศึกษา 2027/28 เปิดรับสมัครแล้วค่ะ! ✨ . 🎓 สำหรับเรียนต่อระดับ ป.โท ในหลักสูตรที่กำหนด ครอบคลุมสายธุรกิจ กฎหมาย นโยบายสาธารณะ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน สาธารณสุข และอีกมากมาย . 💷 ครอบคลุมค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตร พร้อมสนับสนุนค่าครองชีพอย่างน้อย £21,805 และได้เข้าร่วม Leadership Programme เพื่อพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ การสื่อสาร ทักษะด้านธุรกิจ และ Networking 🤝🏻 . [ 🌟ข้อควรรู้ ] ➜ ทุนนี้ไม่ได้พิจารณาเพียงผลการเรียนหรือความสามารถทางวิชาการ แต่ยังให้ความสำคัญกับภาวะผู้นำ เป้าหมายทางอาชีพ ผลงานที่สร้างผลกระทบ และมองถึงสิ่งที่ผู้สมัครต้องการทำเพื่อสังคมในระยะยาวด้วย 🎯💼 . 📅 หมดเขตรับสมัคร: ธันวาคม 2026 หรือ มกราคม 2027 (ขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่เลือก) . 🔎 ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ dek-d.com/studyabroad/69287
1
40
1
86
5,989
แม่งเอ้ยยย retweeted
แนะนำของดีสำหรับคนที่จ่ายรายเดือน Google One เอาพื้นที่: มันมี Gemini Pro แถมมาด้วยนะ ลองโหลด Antigravity มาใช้ดู หน้าตาดีมากกกกกกก มีทั้งหน้าตาแบบแชท & หน้าตา IDE (ถ้าคนชอบสไตล์ VS Code) ตอบดี วิเคราะห์เก่ง ฉลาดสุด ๆ ทำรูปได้ด้วย ยังกะ ChatGPT แต่รวมมากับ Subscription แล้ว ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ป.ล. ประทับใจมากตรงที่น้อนทำเกินหน้าที่ได้เก่งมาก ลองเทส Second brain โดยส่ง Note ปลอม ๆ ให้มันสรุป Achievement มันก็แนะนำทิปการเขียนให้ด้วย เก่งมากกกก ลองไปใช้กันดูครับ เดี๋ยวแปะลิงค์โหลดไว้ในเม้น (ไม่จ่ายเงินก็ใช้ได้นะ แค่ว่าจะติดลิมิทหน่อย)
7
81
2
178
25,266
แม่งเอ้ยยย retweeted
สำหรับคนที่อยากประสบความสำเร็จ อยากมีรายได้ดี ๆ แต่ไม่รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหน บทความนี้น่าอ่านมาก 1. เลือกทิศทางก่อน ไม่ต้องวางแผนทั้งชีวิต ลองถามตัวเองว่าอยากมีชีวิตแบบไหน อยากเก่งเรื่องอะไร และอยากทำงานลักษณะไหน ไม่จำเป็นต้องมีคำตอบที่สมบูรณ์ แค่เลือกทิศทางที่สนใจแล้วเริ่มเดินก่อน เพราะบางครั้งเราจะรู้ว่าต้องการอะไร ก็ต่อเมื่อได้ลองทำจริง 2. เลือกฝึกทักษะที่มีมูลค่าเพียงอย่างเดียวก่อน อย่าพยายามเรียนเขียนโค้ด การตลาด ดีไซน์ AI และการขายพร้อมกันทั้งหมด เลือกสักหนึ่งทักษะที่มีคนต้องการ สามารถฝึกเองได้ และมีโอกาสสร้างรายได้ เช่น ตัดต่อวิดีโอ การตลาด การขาย หรือวิเคราะห์ข้อมูล ฝึกให้เก่งจริงสักอย่าง ดีกว่ารู้ทุกอย่างแต่ทำอะไรได้ไม่ลึก 3. เรียนพื้นฐานแล้วรีบลงมือทำ อยากเขียนเก่งก็ต้องเขียน อยากออกแบบเก่งก็ต้องออกแบบ อยากเขียนโปรแกรมเป็นก็ต้องลองสร้างโปรแกรม ใช้วิธีเรียน → ลงมือทำ → ดูข้อผิดพลาด → ปรับปรุง → ทำใหม่ อย่าใช้เวลาหลายเดือนเรียนคอร์สอย่างเดียวโดยไม่มีผลงานจริง 4. สร้างผลงานให้คนเห็น ไม่จำเป็นต้องรอให้มีลูกค้าคนแรกก่อนถึงจะมี Portfolio อยากเป็นนักออกแบบก็ลองออกแบบงานเอง อยากเป็น Copywriter ก็ลองเขียนตัวอย่างโฆษณา แล้วเผยแพร่ผลงาน เพราะการบอกว่าเราทำเป็น กับการมีผลงานให้เห็นจริง ๆ ต่างกันมาก 5. ใช้ผลตอบรับช่วยตัดสินใจ ลองเผยแพร่ผลงานแล้วสังเกตว่าอะไรได้รับความสนใจ อะไรมีคนถามต่อ หรือมีใครติดต่อมาจ้างงานหรือไม่ ถ้าทำงานออกแบบ 10 ชิ้น แล้วงานโลโก้ได้รับความสนใจมากที่สุด นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าควรลองพัฒนาทักษะด้านนี้ต่อ ไม่ต้องเดาทุกอย่างเอง ให้ผลลัพธ์จริงช่วยบอกทางด้วย 6. สร้างระบบแทนการรอแรงบันดาลใจ กำหนดให้ชัดว่าแต่ละวันจะเรียน ฝึก และทำผลงานเมื่อไหร่ เช่น เรียน 1 ชั่วโมง ฝึก 90 นาที แล้วสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ ไม่จำเป็นต้องทำตามเวลานี้เป๊ะ ๆ แต่ควรมีตารางที่ทำได้จริง เพราะแรงบันดาลใจไม่ได้มาทุกวัน 7. อย่าเปลี่ยนเส้นทางทุกครั้งที่เห็นคนอื่นหาเงินได้ วันนี้เห็นคนทำ AI ได้เงินก็อยากทำ พรุ่งนี้เห็นคนตัดต่อคลิปได้เงินก็เปลี่ยนอีก สุดท้ายเริ่มไปหลายอย่าง แต่ไม่มีอะไรที่ฝึกจนเก่งจริง ลองให้เวลาตัวเองกับทักษะหนึ่งนานพอที่จะผ่านช่วงเริ่มต้น ก่อนตัดสินว่ามันเหมาะกับเราหรือไม่ 8. เปลี่ยนแผนได้เมื่อมีข้อมูลใหม่ การเปลี่ยนเส้นทางไม่ใช่ความล้มเหลวเสมอไป บางคนเริ่มจากเรียนออกแบบ แต่ค้นพบว่าชอบสร้างแบรนด์มากกว่า บางคนเริ่มเขียนบทความแล้วพบว่าตัวเองชอบงานวิจัย ประสบการณ์จะช่วยให้เรารู้ว่าควรเดินต่อหรือปรับทิศทาง สรุปง่าย ๆ เลือกหนึ่งทักษะ → เรียนพื้นฐาน → ลงมือทำ → สร้างผลงาน → รับฟีดแบ็ก → ปรับปรุง → ทำซ้ำ สิ่งที่ทำให้หลายคนไปไม่ถึงไหน อาจไม่ใช่เพราะไม่มีความสามารถ แต่เพราะมัวรอให้มั่นใจว่าตัวเองเลือกถูก ก่อนจะยอมเริ่มต้น เราไม่จำเป็นต้องมองเห็นเส้นทางทั้งหมดตั้งแต่วันแรก แค่เริ่มเดินให้ไกลพอที่จะเห็นว่าก้าวต่อไปควรไปทางไหน #มินนี่แปลให้
290
2
553
10,166
#สะสมtripcoin โดยไฮไลท์ของการทำเงินในอากาศที่เราจะมาป้ายยาคือ "โปรแกรมสร้างรายได้ของครีเอเตอร์" ค่ะ! 🤩 ในแอปจะมีพื้นที่ชื่อ Trip Moments ให้เราลงคอนเทนต์เที่ยว รีวิวที่ต่างๆที่เราไป ซึ่งเป็นอะไรก็ได้เลยจริงๆค่ะ โดยที่แอปจะจ่ายค่าตอบแทนให้ตาม 'ยอดวิวคนดู' (Unique View) เรทปัจจุบันคือ: ทุกๆ 1,000 วิว = ได้ 300 Trip Coins (คิดเป็นเงินก็ 100 บาท!)โดยระบบจะสรุปยอดที่เราได้ทุกวัน และตัดยอดทุกสิ้นเดือน และรับเป็นเงินเข้าแอคเค้าทุกวันที่ 11 ของเดือนได้เลย แบบชิวๆค่ะ 5555
มาตามสัญญาแล้วค่า 🙋🏻‍♀️ วิธี "หาเงินในอากาศ" สำหรับสายเที่ยว ชอบไปคาเฟ่แบบเรา สิ่งนี้คือการ “#สะสมtripcoin” ค่ะ ✈️💸 จุดเริ่มต้นเรื่องนี้คือเราเป็นคนชอบเที่ยว ชอบไปคาเฟ่ แล้วรูปในมือถือคือเยอะมากกก เปลืองเมมสุดๆ 🤣 และพอดีเราชอบจองนู่นนี่ผ่าน trip.com อยู่แล้ว จนวันนึงค้นพบว่า เห้ย! แล้วรูปพวกนี้มันเอามาเปลี่ยนเป็นเงินได้ว่ะ ผ่านโปรแกรมปั้น Creator ของทางแอป แล้วก็ดูไม่ได้ยากมาก เอ้อ ทำไมจะไม่ทำละ เพราะงั้นใครสายชอบถ่ายรูปแต่ปล่อยให้น้องนอนเปลืองเมมอยู่ในเครื่องเฉยๆแบบเรา มาค่ะ เรามาทำเงินจากมันกันดีกว่าค่ะ 55555  แต่บอกก่อนนะคะว่าวิธีนี้อาจจะไม่ได้เป็นกอบเป็นกำ มันคือการสะสมไปเรื่อย อย่างเราทำไปทำมา ก็ได้มาหมื่นกว่าบาท ซื้อตั๋วเครื่องบินฟรีมาหลายเที่ยวละค่ะ ใครสนใจตามอ่านจาก #สะสมtripcoin ได้เลยน้า✨🥰 เดี๋ยวทยอยเขียนให้ค่ะ
6
67
6
121
20,657
แม่งเอ้ยยย retweeted
(ความลับนางฟ้า) คือ IELTS คะแนนฝั่งการเขียน ไม่ได้ซีเรียสเรื่อง article เท่าไหร่ ( tense อาจจะใช่) หลักๆ คือ 1) clarity 2) sentence variations ก็พอแล้วสำหรับคะแนน 7.0 จากพาท Writing
ลองทำ writing ielts คือ grammar เรื่อง tense ถูกหมด 100/100 ไม่มีหัก แต่ตกม้าตายเรื่องง่ายๆ อย่าง article รัวๆ a/an/the in/on/at โดนหักคะแนนหลายจุดเลย 🫠 พระเจ้า คือยอมรับเลยว่าชั้นไม่เคยใส่ใจตอนคุยกะฝรั่งเลย เพราะเปนเรื่องเร้กน้อย ไม่เป๊ะเขาก้ะเข้าใจ จั้นต้องฝึกเพิ่ม ✌🏻
2
1,905
1
3,427
88,856
แม่งเอ้ยยย retweeted
โอ้ววววว เรื่องจริงซะด้วย แปะลิ้งค์ให้เผื่อใครสนใจ uqcollege.uq.edu.au/study/en…
เขาว่า U of Queensland มีคลาส IELTS ฟรีทาง edx (น่าจะ audit ได้ฟรีแต่ไม่ได้เซอร์) เผื่อใครสนใจลองเข้าไปดูกันนะ
433
1,000
33,701
แม่งเอ้ยยย retweeted
昆士兰大学放了免费雅思课,系统讲听说读写!!!😱😱😱😱😱😱😱😱😱😱😱 不收钱!!!!窗口好像只到今年底!!!! 备考的别等,先收藏再看!!!!!! 传送门:edx.org/learn/test-prep/the-…
83
2,818
85
11,923
670,810
แม่งเอ้ยยย retweeted
เซฟค่ะ!!! วิธีเปลี่ยนชีวิตตัวเองใน 6-12 เดือน - เริ่มจากการยอมรับก่อนว่า ชีวิตตอนนี้คือผลรวมของสิ่งที่เราทำซ้ำ ๆ สิ่งที่เรายอม สิ่งที่เราเรียนรู้ สิ่งที่เราหนี และสิ่งที่เราเชื่อมาตลอดถ้าอยากให้ชีวิตเปลี่ยน ก็ต้องเปลี่ยนระบบที่ทำให้เราใช้ชีวิตแบบเดิมทุกวัน - แบ่งออกเป็น 2 ช่วงใหญ่ ๆ คือ ช่วงแรก ใช้ประมาณ 20 ชั่วโมงจัดชีวิตใหม่ - ชั่วโมง 1-3 เช็กชีวิตตัวเองก่อน แบ่งชีวิตเป็น 6 เรื่อง สุขภาพ / เงินและงาน / ความรู้และทักษะ / ความสัมพันธ์ / สภาพแวดล้อม / สภาพจิตใจ แล้วให้คะแนนแต่ละเรื่อง 1-10 ตามความเป็นจริง จากนั้นลองดูว่า ปัญหาที่เกิดซ้ำ ๆ มาจากพฤติกรรมอะไร เช่น อยากเก่งขึ้นแต่เอาแต่ดูคลิปไม่เคยฝึกจริง อยากสุขภาพดีแต่นอนดึกทุกวัน อยากมีความสัมพันธ์ที่ดีแต่ไม่เคยเป็นฝ่ายทักหาใคร ลองจดเวลา 7 วันด้วยว่าแต่ละวันหมดไปกับอะไรบ้าง เพราะบางทีสิ่งที่เราบอกว่าสำคัญ กับสิ่งที่เราใช้เวลาให้จริง ๆ อาจเป็นคนละเรื่องกันเลย สุดท้ายเลือกมาแค่ 3 ปัญหาที่ถ้าแก้ได้ ชีวิตจะดีขึ้นมากที่สุด ไม่ต้องพยายามแก้ทุกอย่างพร้อมกัน - ชั่วโมง 4-5 คิดให้ชัดว่าอยากมีชีวิตแบบไหน อย่าเพิ่งเอาความสำเร็จของคนอื่นมาเป็นคำตอบของตัวเอง เห็นคนมีรถแพงไม่ได้แปลว่าเราต้องอยากรวยแบบเขา เห็นคนเที่ยวตลอดไม่ได้แปลว่าเราต้องอยากใช้ชีวิตแบบนั้น ลองถามตัวเองง่าย ๆ ว่า วันอังคารธรรมดา ๆ ที่เรามีความสุข หน้าตาเป็นยังไง อยากทำงานแบบไหน มีเงินประมาณไหนถึงรู้สึกมั่นคง อยากมีใครอยู่รอบตัว สุขภาพอยากเป็นยังไง เพราะชีวิตจริงไม่ได้มีแต่วันที่น่าตื่นเต้น ส่วนใหญ่คือวันธรรมดานี่แหละ จากนั้นลองเขียนภาพตัวเองในอีก 12 เดือนให้ชัด แล้วตั้งกฎกับตัวเองไม่กี่ข้อที่ไม่อยากกลับไปทำเหมือนเดิมอีก - ชั่วโมง 6-8 เลิกเอานิสัยแย่ ๆ มานิยามตัวเอง แทนที่จะบอกว่า เราเป็นคนขี้เกียจ ลองเปลี่ยนเป็น ช่วงนี้เรามีนิสัยชอบเลี่ยงงานที่ต้องใช้เวลานาน เพราะอย่างแรกเหมือนกำลังบอกว่านี่คือตัวเรา แต่อย่างหลังคือพฤติกรรมที่ยังแก้ได้ - ถ้าอยากเป็นคนมีวินัย ก็ไม่ต้องเริ่มจากเปลี่ยนตัวเองทั้งชีวิต ลองให้สัญญาเล็ก ๆ กับตัวเอง เช่น ทุกเช้าจะทำงานสำคัญที่สุด 45 นาที แล้วทำให้ได้จริง ความมั่นใจไม่จำเป็นต้องมาจากการพูดกับตัวเองว่าเราทำได้ แต่มันค่อย ๆ มาจากหลักฐานว่า เราพูดว่าจะทำ แล้วเราทำจริง และต้องยอมให้ตัวเองเป็นมือใหม่ด้วย ช่วงแรกทำช้า ทำพลาด ดูไม่เก่ง เป็นเรื่องปกติ - ชั่วโมง 9-11 กลับมาจัดการร่างกายและสมาธิ อย่าสร้างชีวิตที่ทะเยอทะยานบนการนอนน้อยทุกวัน จัดเวลานอนให้พอ ออกกำลังกายในแบบที่ทำต่อได้จริง กินให้ดีขึ้น และพักให้เป็น ส่วนเรื่องสมาธิ ลองปิดแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น เอามือถือออกจากโต๊ะเวลาทำงาน เลิกเปิดโซเชียลโดยไม่รู้ตัว และกำหนดเวลาเล่นให้ชัด ไม่จำเป็นต้องเลิกดูหนัง เล่นเกม หรือเล่นโซเชียลทั้งหมด แค่ไม่ปล่อยให้มันกินเวลาทุกช่วงที่ว่างcแล้วฝึกคิดด้วยตัวเองมากขึ้น เวลาเจอข้อมูลอะไร ลองถามว่า มีหลักฐานอะไรสนับสนุน มีอะไรที่แย้งกับมัน เรากำลังเชื่ออะไรอยู่ แล้วอะไรจะทำให้เราเปลี่ยนใจได้ - ชั่วโมง 12-14 เพิ่มทักษะที่ทำให้ตัวเองมีมูลค่ามากขึ้นcไม่ต้องเรียนพร้อมกัน 15 อย่าง เลือกมา 1 ทักษะที่มีคนต้องการจริง และเข้ากับสิ่งที่เราอยากทำจะเป็นการขาย การเขียน การตลาด โปรแกรมมิง ดีไซน์ วิเคราะห์ข้อมูล การสื่อสาร ตัดต่อวิดีโอ หรืออย่างอื่นก็ได้ แต่เรียนแล้วต้องทำจริง เรียน → ทำงานจริง → เอาออกไปให้คนเห็น → รับฟีดแบ็ก → แก้ → ทำใหม่ อย่าใช้เวลา 6 เดือนดู Tutorial แล้วไม่มีผลงานออกมาสักชิ้น เรื่องเงินก็เหมือนกัน อย่างน้อยต้องรู้ว่าได้เงินเท่าไหร่ ใช้เท่าไหร่ มีเงินสำรองไหม มีหนี้ดอกเบี้ยสูงหรือเปล่า แล้วค่อยเรียนเรื่องออม ลงทุน ภาษี และความเสี่ยงต่อ - ชั่วโมง 15-16 จัดสภาพแวดล้อมให้ช่วยเรา ถ้าอยากอ่านหนังสือ ให้วางหนังสือไว้ใกล้มือ ถ้าอยากใช้เงินน้อยลง เอาสิ่งที่กระตุ้นให้ซื้อออกไป ทำสิ่งที่อยากทำให้เริ่มง่ายขึ้น และทำสิ่งที่อยากเลิกให้ทำยากขึ้น รวมถึงลองเช็กคนรอบตัวด้วย ใครสนับสนุนเรา ใครกล้าพูดความจริงกับเรา ความสัมพันธ์ไหนที่เราละเลย และตรงไหนที่ควรมีขอบเขตมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องตัดใครออกเพียงเพราะเขาไม่ได้มีเป้าหมายเหมือนเรา - ชั่วโมง 17-18 สร้างระบบที่ทำได้แม้วันที่ไม่มีแรง อย่าฝากชีวิตไว้กับแรงฮึด เพราะแรงฮึดไม่ได้มาทุกวัน สร้างโครงง่าย ๆ ให้ชีวิต เช่น ตื่นเวลาใกล้เคียงกัน รู้ว่างานสำคัญของวันนี้คืออะไร มีช่วงเวลาทำงานแบบไม่ถูกรบกวน มีเวลาฝึกทักษะ ออกกำลังกาย เจอคนสำคัญ และเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ ทุกสัปดาห์ลองถามตัวเองว่า สัปดาห์นี้ทำอะไรสำเร็จ หนีอะไรอยู่ อะไรทำแล้วเห็นผลที่สุด อะไรเสียเวลาโดยไม่จำเป็น อาทิตย์หน้าต้องเปลี่ยนอะไร แล้วเรื่องสำคัญที่สุดมีแค่เรื่องเดียวคืออะไร วันที่แย่มากก็ไม่ต้องทำเต็มร้อย ให้มี เวอร์ชันขั้นต่ำของวัน เช่น ขยับร่างกาย 10 นาที ทำงานจริงจัง 20 นาที เรียน 10 นาที คุยกับใครสักคนดี ๆ และเข้านอนในเวลาที่เหมาะสม อย่างน้อยวันแย่ ๆ จะไม่กลายเป็นวันที่เราทิ้งทุกอย่างไปเลย - ชั่วโมง 19-20 เลือกเป้าหมายใหญ่ของปีแค่ 3 เรื่อง ไม่ต้องมี 25 เป้าหมายที่สำคัญเท่ากันหมด เลือกมา 3 เรื่อง แล้วกำหนดสิ่งที่ทำได้จริงเพื่อพาไปถึงตรงนั้น อยากสุขภาพดี → ดูว่าออกกำลังกายสม่ำเสมอไหม อยากเก่งขึ้น → ดูว่าได้ฝึกจริงกี่ครั้ง อยากการเงินดีขึ้น → เช็กรายรับรายจ่ายและเงินออมทุกเดือน อยากความสัมพันธ์ดีขึ้น → ได้คุยกับคนสำคัญจริง ๆ บ่อยแค่ไหน แล้วทำ ลิสต์สิ่งที่จะเลิกทำ ด้วย เพราะถ้าเพิ่มนิสัยใหม่ 5 อย่าง แต่ชีวิตยังเต็มเหมือนเดิม สุดท้ายก็ไม่มีเวลาทำอยู่ดี - จากนั้นคือแผน 6-12 เดือน เดือนแรกหยุดวงจรเดิมก่อน จัดเวลานอน เริ่มออกกำลังกาย ลดแจ้งเตือน เช็ก Screen Time เลือกทักษะหลักหนึ่งอย่าง เริ่มทำผลงานจริง กลับไปหาคนที่ละเลย และจดบันทึกสั้น ๆ ทุกวัน เดือนแรกไม่ต้องทำให้สุด แต่ต้องทำให้ต่อเนื่อง - เดือน 2-3 สร้างความสามารถ จริงจังกับทักษะที่เลือก ทำโปรเจกต์ สร้าง Portfolio เอางานออกไปให้คนเห็น รับฟีดแบ็ก แล้วแก้จุดที่ยังไม่ดี อย่าวัดว่าดูคลิปไปกี่คลิปหรืออ่านหนังสือไปกี่เล่ม ให้ดูว่า ตอนนี้เราทำอะไรได้มากกว่าเมื่อสามเดือนก่อน รวมถึงฝึกการสื่อสารให้ดีขึ้น เพราะต่อให้เก่งแค่ไหน ถ้าอธิบายงานไม่เป็น ฟังคนอื่นไม่เป็น หรือสื่อสารสิ่งที่คิดไม่ได้ โอกาสหลายอย่างก็หายไปเหมือนกัน - เดือน 4-6 เอาสิ่งที่เรียนไปใช้กับโลกจริง สมัครงาน รับงาน เสนอบริการ ทำโปรเจกต์ให้คนใช้จริง หาประสบการณ์ หรือร่วมงานกับคนอื่น เพราะบางจุดอ่อนจะไม่มีวันเห็น ถ้ายังเรียนอยู่คนเดียว ช่วงนี้ให้กลับมาดูเรื่องเงินด้วยว่า เพิ่มรายได้ตรงไหนได้ ลดอะไรได้ มีแผนออมหรือยัง และทักษะอะไรที่จะทำให้เรามีค่ามากขึ้นในสายงาน รวมถึงพาตัวเองไปอยู่ในที่ที่ได้เจอคนและโอกาสใหม่ ๆ แต่ไม่ใช่เข้าไปหาใครเพราะหวังจะได้อะไรจากเขาอย่างเดียว - เดือน 7-12 เลิกเริ่มใหม่ แล้วทำของเดิมให้เก่งขึ้น ดูว่าสิ่งไหนใน 6 เดือนที่ผ่านมาได้ผลจริง แล้วทำต่อ อะไรไม่เวิร์กก็ตัดออก เป้าหมายไหนตั้งไว้เกินจริงก็ปรับ ไม่ต้องสร้างตัวตนใหม่ทุกเดือน ไม่ต้องเห็นอะไรใหม่แล้วเปลี่ยนเป้าหมายตลอด บางทีสิ่งที่ทำให้เราไปได้ไกลกว่าเดิมคือ อยู่กับสิ่งที่เลือกไว้นานพอจนเริ่มเก่งจริง ข้อผิดพลาดที่ทำให้หลายคนกลับไปอยู่จุดเดิม คือพยายามเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน แล้วหมดแรงในไม่กี่วัน เสพความรู้เยอะกว่าลงมือทำ เปลี่ยนเป้าหมายตลอดจนไม่มีอะไรไปได้ไกล เอาความเร็วของคนอื่นมาตัดสินความก้าวหน้าของตัวเอง คิดว่ามีวินัยแปลว่าต้องทรมานตัวเอง คาดหวังว่าทุกเดือนต้องรู้สึกตื่นเต้น ทั้งที่ช่วงกลางมันน่าเบื่อเป็นเรื่องปกติ พลาดวันเดียวแล้วคิดว่าทุกอย่างพัง ต้องเริ่มใหม่หมด จริง ๆ แล้ววันที่พลาดก็แค่กลับมาทำสิ่งที่ควรทำในครั้งถัดไป ไม่ต้องรอวันจันทร์ เดือนหน้า หรือปีใหม่ ไม่ได้บอกให้สร้างชีวิตที่ Productive ทุกนาที แต่บอกให้สร้าง ชีวิตที่เราไม่ต้องคอยอยากหนีออกจากมัน ดูแลร่างกายตัวเองได้ มีทักษะที่เอาไปสร้างอะไรได้จริง จัดการเงินตัวเองได้ รักษาความสัมพันธ์ที่สำคัญ คิดด้วยตัวเองเป็น ทำเรื่องยากได้ในเวลาที่จำเป็น แล้วรู้ว่าอะไรควรค่าแก่เวลาของเรา เพราะอีก 12 เดือนยังไงก็ต้องมาถึงอยู่ดี คำถามคือ เราจะปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉย ๆ หรือจะใช้มันค่อย ๆ สร้างชีวิตที่อยากมี #มินนี่แปลให้
1
2,571
11
4,006
104,127
แม่งเอ้ยยย retweeted
คุณโฟร์ทสรุปครบ
3 Supercycle พลิกประวัติศาสตร์ โลกไม่ได้แค่เจอ “แรงกระเพื่อม” ธรรมดา แต่เรากำลังเข้าสู่ 3 Supercycle ลูกใหญ่ที่จะพลิกประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลก! #เศรษฐกิจโลก #Supercycle #นฤมลจิวังกูร #Citibank #NATIONFORUM2027
1
142
236
17,974
แม่งเอ้ยยย retweeted
มาตรวจสุขภาพฟรีที่เซ็นทรัลเวิลด์จ้า ไม่มีคนเลยแม่ ตรวจไว เจาะเลือดไปสาม ตรวจสายตาตัดแว่นได้ มีตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแบบ swap test / xray ปอด แจ้งผลในแอปหมอกทม. Pulse อยู่ตรงชั้น 7 ข้างๆ ซูชิโระแล้วขึ้นบันไดเลื่อนไปเจอจุดตรวจเลย
25
7,496
22
5,805
462,551
ชาวกทม. มีตรวจสุขภาพฟรีตามรายการนี้นะฮะ อยากตรวจไขมันด้วยก็งดอาหารไปซัก 8 ชม. ก่อน วัคซีนไข้หวัดใหญ่ก็มี ท่านรองบอกว่าเหงามากกกกก😆 29 ตค.-1 พย. CTW ,เซนปิ่น,พระราม2,พระราม3,พระราม9,เอสปรานาด รัชดา💉💊
33
11,303
276
7,074
1,772,854
แม่งเอ้ยยย retweeted
ขอบคุณคนที่เฉลยเรื่องการไปพักที่เซินเจิ้นมาก​ พอดูราคาแล้ว​ บินฟลูเซอร์วิส​ + โรงแรม​ 4 ดาว​ ยังเหลือตังอีก​หมื่น​ แถมได้โรงแรมหรู​ ไฮเทคมากอีก​ 😭😭
อยากไปเที่ยวฮ่องกง งบ 20,000 จะรอดไหมค่ะ ถ้าไป 4 วัน 😳😳
3
4,290
5
3,230
144,980
แม่งเอ้ยยย retweeted
แปลให้ค่า ชี้ทางรวยย - เขาแชร์ว่าทำ TikTok ได้เกิน 10 ล้านวิว โดยไม่ถ่ายวิดีโอเอง ไม่ใช้ครีเอเตอร์ และไม่ต้องมีคนตัดต่อ เพราะคอนเทนต์ทั้งหมดเป็น Slideshow - เขาบอกว่านี่เป็นหนึ่งในวิธีทำคอนเทนต์ที่ต้นทุนต่ำที่สุดที่เคยลอง และจากประสบการณ์ที่เคยทำ UGC รวมกันกว่า 150 ล้านวิว เขามองว่า Slideshow ยังเป็นช่องทางที่หลายคนมองข้าม [ สิ่งที่เขาเรียนรู้หลังไปไล่ดู Slideshow มากกว่า 500 เพจ มีประมาณนี้ ] - หน้าแรกสำคัญที่สุด เพราะคนจะตัดสินใจจากตรงนั้นว่าจะปัดดูต่อไหม Hook ที่ดีต้องทำให้คนรู้ทันทีว่าโพสต์นี้เกี่ยวกับเขายังไง และทำให้อยากรู้ว่าสไลด์ต่อไปมีอะไร - อย่างเพจสูตรอาหารที่เขายกตัวอย่าง มีโพสต์หนึ่งใช้ Hook ประมาณว่า 5 เมนูมื้อเย็นสำหรับคนขี้เกียจ แล้วได้ถึง 42 ล้านวิว - ถ้าเจอ Hook ที่เวิร์กแล้ว ไม่จำเป็นต้องคิดใหม่ทุกโพสต์ ใช้โครงเดิมแล้วเปลี่ยนเนื้อหาข้างในได้ - มีเพจหนึ่งใช้ประโยคเปิดเดิมซ้ำหลายโพสต์ แล้วแต่ละโพสต์ยังได้ประมาณ 8.7–9.2 ล้านวิว อีกเพจใช้ Hook เดิม 3 ครั้ง ได้ 11 ล้าน / 4.4 ล้าน / 3.5 ล้านวิว - เพจควรมีภาพจำชัด ๆ จะใช้ตัวละครเดิม ธีมเดิม หรือรูปแบบภาพเดิมก็ได้ เพราะพอคนเห็นผ่านหน้าฟีดบ่อย ๆ จะเริ่มจำได้ว่าเป็นเพจไหน - ถ้าแต่ละโพสต์คนละทิศคนละทาง คนกดเข้าหน้าโปรไฟล์มาก็ไม่รู้ว่าเพจนี้ทำเรื่องอะไร สุดท้ายก็ไม่มีเหตุผลให้กดติดตาม - เพลงก็มีผลมากกว่าที่คิด เขายกตัวอย่างเพจสูตรอาหารที่ปกติเฉลี่ยประมาณ 1.4 ล้านวิว แต่โพสต์ที่ใช้เพลงบางเพลงกลับเฉลี่ยเกือบ 10–12 ล้านวิว เพราะคนอาจอยู่ปัดต่อเพื่อฟังเพลงด้วย [ แล้วทำไม Slideshow ถึงน่าสนใจ? ] - เพราะวิดีโอต้องมีคนถ่าย มีคนตัด แต่ Slideshow ใช้แค่รูปไม่กี่รูป + Hook ที่ดี ปัจจุบันยังใช้ AI ช่วยทำภาพและทำสไลด์ได้อีก เลยสามารถทำวันละ 2-3 โพสต์ได้ง่ายกว่า - เคสของเขาคือมีแอปสูตรอาหารเก่าอยู่แล้ว เลยเอาสูตรที่มีมาทำเป็น Slideshow ง่าย ๆ - รูปอาหาร → ชื่อเมนู → วัตถุดิบ/วิธีทำ → สไลด์สุดท้ายพาไปที่แอป โพสต์วันละ 1-2 ครั้ง ทำไปทั้งหมด 193 โพสต์ ได้ประมาณ 8.6 ล้านวิว และโพสต์ที่ดีที่สุดได้ 981K วิว หลังจากนั้นเขาเลยลองทำระบบให้ AI ช่วยแทบทั้งหมด - หาเพจใหญ่ใน Niche เดียวกัน แล้วใช้ ViewTrack ดูว่าโพสต์แบบไหนของเพจนั้นทำผลงานดีที่สุด - ส่งข้อมูลให้ Viktor ซึ่งเป็น AI ที่เขาเชื่อมไว้กับ Slack, ViewTrack, Claude, Higgsfield และ Postiz ช่วยวิเคราะห์ว่ารูปแบบไหนทำวิวได้ดี - ในเคสนี้ Viktor วิเคราะห์ Slideshow 353 โพสต์ แล้วเจอ 3 รูปแบบที่ทำผลงานดีที่สุด ก่อนส่ง Brief ให้ Claude วางคอนเทนต์ล่วงหน้า 2 เดือน - Claude ทำเนื้อหาและสไลด์ ส่วน Higgsfield ช่วยสร้างภาพ สุดท้ายได้ 120 Slideshow ในครั้งเดียว คนตรวจและกดอนุมัติ จากนั้น Viktor ส่งทั้งหมดไปให้ Postiz ตั้งเวลาโพสต์ ตั้งแต่ 1 พ.ย. ถึง 30 ธ.ค. - ทุกสัปดาห์กลับมาดูว่าโพสต์ไหนกำลังไปได้ดี แล้วทำ Part 2 ต่อ ส่วนโพสต์ที่ไปได้ดีมากก็เอาสไลด์เดิมไปต่อยอดเป็นวิดีโอ - ส่วนเรื่องทำเงิน เขาบอกว่าอย่าหยุดแค่ยอดวิว สไลด์สุดท้ายควรพาคนไปยังแอป และ Caption ควรเขียนชื่อแอปให้ชัด - จากข้อมูลของเขาเอง 5 ล้านวิวอาจสร้างรายได้ประมาณ $2,000 - $5,000 แต่ตัวเลขนี้ขึ้นอยู่กับแอปและระบบเปลี่ยนคนดูให้กลายเป็นลูกค้าด้วย ไม่ใช่ว่าได้ 5 ล้านวิวแล้วจะได้เงินเท่านี้ทุกคน [ สรุป Workflow ของเขาคือ ] - หาเพจที่ทำได้ดี → ดูว่า Format ไหนเวิร์ก → ให้ AI ช่วยผลิต Slideshow จำนวนมาก → ตั้งเวลาโพสต์ → ดูผลทุกสัปดาห์ → ทำซ้ำสิ่งที่เวิร์ก → เอาตัวที่ไวรัลไปต่อยอดเป็นวิดีโอ → พาคนจากคอนเทนต์เข้าแอป - สิ่งที่น่าสนใจสุดสำหรับเราคือ เขาไม่ได้พยายามคิดคอนเทนต์ใหม่ทุกวัน แต่สร้างระบบที่คอยหา Pattern ที่เวิร์ก แล้วทำ Pattern นั้นซ้ำในหลายรูปแบบ ปล. บทความนี้มีสปอนเซอร์จาก Viktor และ Postiz เพราะงั้นตัวเลขและคำแนะนำเกี่ยวกับเครื่องมือควรอ่านโดยรู้บริบทนี้ด้วยนะค้าบ #มินนี่แปลให้
4
1,162
17
2,158
118,814
แม่งเอ้ยยย retweeted
คืออันนี้คุณภาพมาก ต้องอ่านครั้งนึงก่อนตายอะ ต้นทางยาวมากแต่ขอมาสรุปแบบกระชับนะฮะ - อย่างแรกคือ ถ้าอยากเปลี่ยนชีวิต แค่บังคับตัวเองให้ทำอะไรใหม่ ๆ อาจยังไม่พอ เพราะถ้าเรายังใช้ชีวิตเหมือนเดิม สุดท้ายก็มีโอกาสกลับไปจุดเดิมอยู่ดี - เช่น อยากผอม เลยฝืนคุมอาหารจนกว่าจะถึงน้ำหนักที่ต้องการ แต่ในหัวคิดตลอดว่า พอผอมแล้วจะได้กลับไปกินเหมือนเดิม แบบนี้ต่อให้ลดได้ สุดท้ายก็อาจกลับมาอ้วนอีก - เขาเลยมองว่า ถ้าอยากรักษาผลลัพธ์นั้นไว้ เราต้องหาวิธีใช้ชีวิตแบบที่ทำต่อได้เรื่อย ๆ ไม่ใช่ฝืนทำชั่วคราวเพื่อให้ถึงเป้า - อีกอย่างคือ บางทีเราพูดว่าอยากได้อย่างหนึ่ง แต่สิ่งที่เราทำกลับเป็นอีกอย่าง อยากเปลี่ยนงาน แต่ไม่เคยสมัครงานใหม่ อยากเริ่มธุรกิจ แต่เลื่อนมาตลอด อยากทำคอนเทนต์ แต่ไม่กล้าโพสต์เพราะกลัวเสร่อ - บางครั้งที่เราไม่ทำ ไม่ได้แปลว่าขี้เกียจเสมอไป แต่อาจเป็นเพราะเรากลัวผลที่จะตามมา กลัวทำแล้วพัง กลัวโดนคนอื่นมอง หรือรู้สึกว่าการอยู่แบบเดิมมันปลอดภัยกว่า - แล้วหลายความคิดที่เรามีก็อาจไม่ใช่สิ่งที่เราเลือกเองตั้งแต่แรก ตั้งแต่เด็กเราอาจโตมากับความคิดว่า ต้องเรียนให้ดี หางานมั่นคง อย่าเสี่ยง ทำเหมือนคนอื่นแล้วจะปลอดภัย - พอโตมาแล้วอยากลองทำอะไรที่ต่างออกไป เราเลยกลัวขึ้นมา ทั้งที่จริง ๆ อาจไม่ได้ไม่อยากทำ แค่ไม่เคยชินกับการเลือกทางอื่น เขาเลยให้ลองใช้เวลาสักวันถามตัวเองตรง ๆ ว่า ตอนนี้มีอะไรในชีวิตที่ไม่ชอบ แต่ทนอยู่กับมันมานานแล้ว มีเรื่องอะไรที่บ่นซ้ำ ๆ แต่ไม่เคยลงมือแก้ ถ้ายังใช้ชีวิตแบบนี้ต่ออีก 5 ปี เราจะโอเคไหม แล้วถ้าเป็น 10 ปี ยังอยากมีชีวิตแบบนี้อยู่หรือเปล่า - จากนั้นค่อยคิดกลับกันว่า ถ้าอีก 3 ปีเลือกชีวิตตัวเองได้จริง ๆ เราอยากใช้ชีวิตยังไง อยากทำงานอะไร อยากมีเงินแค่ไหน อยากตื่นมาแล้วเจออะไรในแต่ละวัน แล้วถามง่าย ๆ ว่า ถ้าอยากไปถึงชีวิตนั้น ตอนนี้เริ่มทำอะไรได้บ้าง - ระหว่างวันก็คอยเช็กตัวเอง ตอนนี้กำลังทำสิ่งที่พาไปหาชีวิตที่อยากได้ หรือกำลังทำแบบเดิมเพราะมันง่ายกว่า มีอะไรที่รู้อยู่แล้วว่าควรทำ แต่ยังหนีอยู่ วันนี้มีช่วงไหนที่รู้สึกว่าตัวเองมีความสุขจริง ๆ แล้วมีช่วงไหนที่รู้สึกว่าไม่อยากใช้ชีวิตแบบนี้ต่อแล้ว - สุดท้ายไม่ต้องวางแผนชีวิตเป็นสิบปีให้ซับซ้อน เอาแค่ ชีวิตแบบไหนที่ไม่เอาแล้ว ชีวิตแบบไหนที่อยากมี อีก 1 ปีอยากให้ตัวเองไปถึงไหน เดือนนี้ต้องทำอะไร แล้วพรุ่งนี้จะเริ่ม 2-3 อย่างอะไรบ้าง - เขาเปรียบเหมือนเล่นเกม เป้าหมายใหญ่คือด่านที่อยากไปให้ถึง ส่วนสิ่งที่ทำในแต่ละวันก็คือเควสต์เล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ พาเราไปตรงนั้น - อ่านแล้วชอบตรงที่มันไม่ได้บอกแค่ว่า ปีนี้ต้องมีวินัยกว่าเดิม แต่ให้ดูก่อนว่าชีวิตที่ใช้อยู่ทุกวัน มันพาเราไปในทางที่อยากไปจริงไหม #มินนี่แปลให้
7,621
21
10,121
297,248
แม่งเอ้ยยย retweeted
ดีใจมากเวลาเห็นคนรีวิวหมอหนี่ เพราะเค้าไม่ค่อยทำการตลาด พูดชื่อไปคนอาจจะไม่อ๋อ แต่ประทับใจทุกครั้งที่หปหา🥺🤍 - คลีนิคสวยสะอาด พนง.บริการดี เรียกกว่าไม่มีขายเลย - ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย คุณหมอให้เวลากับเราเสมอ สายสวยมินิมอล อะไรไม่จำเป็นก็บอกตรงๆว่าไม่ต้องทำ (1)
24aesthe หมอหนี่เลย เข้าไปยังไงก็เจอหมอไม่เจอเซล เคยปรึกษาว่าใต้ตาดำฉีดฟิลเลอดีมั้ย หมอไล่ไปรักษาภูมิแพ้ บอกอันนี้มันภูมิแพ้เด้อ บอกหมออยากฉีดโบที่กราม หมอจับละบอกไม่ต้องฉีด เปลืองจ้า ไม่ได้มีกรามขนาดนั้น จะแก่ละด้วยเดี๋ยวไม่มีอะไรช่วยพยุง ให้ฉีดริ้วรอยพอ 😂 ปัญหาเดียวเลยคือพอเป็นคลินิกที่ไม่เน้นขายคอร์ส มันไม่ค่อยมีโปรกระชากใจอะ คือหมอแนะนำทำที่จำเป็นและเหมาะสมจริงๆ นี่แนะนำคนไปเยอะมากล่ะ ปล. กระซิบว่าจริงๆ ชีเป็นหมอผิวหนังอยู่ศูนย์มศวด้วย
7
1,502
2
2,368
128,673
แม่งเอ้ยยย retweeted
เป็นพื้นที่เขตทหารนะคะ ต่างชาติเลยเข้าไม่ได้ (ต่างชาติมีแฟนเป็นคนไทยก็เข้าบ่ได้นะคะ) แถวหาดมีที่พักชื่อ บ้านรับรองหาดน้ำใส เป็นที่พักที่เต็มตลอด จองยากมาก แต่หาดสวยจริงค่ะ ลิงค์จองที่พัก 😊 reservation.roomscope.co/230…
ทุกคนรู้ยังงง ประเทศไทยมีหาดที่จำกัดให้เฉพาะคนไทยเข้าได้ด้วย 😱‼️ แถมอยู่ใกล้กรุงเทพนิดเดียวเอง ✨สัตหีบ ชลบุรี✨ น้ำใสจนเห็นปลาว่ายเลยอะ สวยตะลึงมากกก 🇹🇭
16
18,989
77
16,376
1,188,601
แม่งเอ้ยยย retweeted
ตั้งแต่วันแรกที่รู้จัก ETF ปันผล บอกเลยว่าตัวนี้ทำผมตกใจมากครับ อัตราปันผลเกือบ 239% ต่อปี แถมจ่ายทุกสัปดาห์ ลองคิดเล่นๆถ้าลงทุนด้วยเงิน 100,000 บาท แล้วสมมติว่าอัตราการจ่ายยังคงเดิมตลอดทั้งปี ต่อปีประมาณ 239,000 บาท ต่อเดือนเฉลี่ยประมาณ 19,900 บาท ต่อสัปดาห์เฉลี่ยประมาณ 4,600 บาท จ่ายเยอะจนแอบสงสัยว่าเขาจะแจกเงิน หรือแจกบัตรเชิญไปสวรรค์กันแน่ 😅 แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้กำไร 239% จริงๆนะครับ อัตราดังกล่าวคำนวณจากเงินจ่ายก่อนหน้านี้หรืออัตราจ่ายล่าสุดที่นำมาคิดเป็นรายปี ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ที่สำคัญเงินที่ได้รับอาจแลกมากับราคาหน่วยลงทุนที่ลดลง และเงินจ่ายบางส่วนอาจเป็นการคืนเงินทุนให้เราเองด้วย ส่วนตัวผมมองว่า ETF ที่มีอัตราจ่ายสูงระดับนี้มีความเสี่ยงสูงมาก ต้องศึกษากลยุทธ์ของกองทุนและดูผลตอบแทนรวมควบคู่กัน ไม่ใช่ดูแค่เงินที่จ่ายออกมา เพราะบางครั้งเงินเข้ากระเป๋าทุกสัปดาห์ แต่เงินต้นอาจกำลังหายไปก็ได้ครับ ใครที่ลงทุน ETF ปันผลสูงๆอยู่ ลองมาแชร์ประสบการณ์กันหน่อยครับ ว่าเงินต้นยังอยู่ครบ หรือหายไปเยอะใหม
ใครที่ร่วมกิจกรรม Learn to Earn รอบวันพุทธอาทิตย์ที่แล้ว อย่าลืมเข้าไปเช็กกันนะครับ ใครตอบถูกครบทั้ง 5 ข้อ และเป็น 200 คนแรก ตอนนี้รางวัลเข้า Voucher กันแล้ว โดยจะได้รับเป็น BNB มูลค่า 200 บาท ใครที่ร่วมกิจกรรมแล้ว ลองเข้าไปเช็กกันได้เลยที่ BINANCE TH App > Reward > Voucher อย่าลืมกดเคลมรางวัลภายในเวลาที่กำหนดด้วยนะครับ ส่วนใครที่พลาดไป ไม่ต้องเสียดายครับ เพราะ Learn to Earn กลับมาทุกวันพุธ เวลา 12:00 น. ใครอยากลองรับรางวัลรอบหน้า ตั้งแจ้งเตือนรอไว้ได้เลย เพราะจะได้ทั้งเรียนรู้โปรเจกต์ใหม่ๆ ฝึกความรู้ด้านคริปโต แถมยังมีโอกาสรับรางวัลอีกด้วยครับ คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ #BinanceTH
5
305
1
619
49,047
24aesthe หมอหนี่เลย เข้าไปยังไงก็เจอหมอไม่เจอเซล เคยปรึกษาว่าใต้ตาดำฉีดฟิลเลอดีมั้ย หมอไล่ไปรักษาภูมิแพ้ บอกอันนี้มันภูมิแพ้เด้อ บอกหมออยากฉีดโบที่กราม หมอจับละบอกไม่ต้องฉีด เปลืองจ้า ไม่ได้มีกรามขนาดนั้น จะแก่ละด้วยเดี๋ยวไม่มีอะไรช่วยพยุง ให้ฉีดริ้วรอยพอ 😂 ปัญหาเดียวเลยคือพอเป็นคลินิกที่ไม่เน้นขายคอร์ส มันไม่ค่อยมีโปรกระชากใจอะ คือหมอแนะนำทำที่จำเป็นและเหมาะสมจริงๆ นี่แนะนำคนไปเยอะมากล่ะ ปล. กระซิบว่าจริงๆ ชีเป็นหมอผิวหนังอยู่ศูนย์มศวด้วย
ใครมีคลินิคความงามที่ไม่ขายครอสแนะนำไหมคะ บางคลินิคบอกว่าไม่มีเซลล์ พอไปจริง หมอเป็นเซลล์เอง ขายเก่งยิ่งกว่า 😔😭
10
1,527
23
2,794
334,024
แม่งเอ้ยยย retweeted
เชียร์ให้ทุกคนทำจริง ๆ ทำแล้วบริหารจัดการเงินเก็บง่ายขึ้นมาก (อันนี้ไม่ใช่ตารางเงินตัวเอง แต่เป็นตารางกึ่ง ๆ manifest ให้ตัวเองมีเงิน 10 ล้าน + ไว้ดูเป็นแนวถ้ามีเราเงินก้อนเข้ามา ก้อนถัดไว้ควรใส่ไว้ที่ไหนเรียงจากบนลงล่าง พอเรารู้ว่าเงินจะไปอยู่ไหน เราจะไม่เผลอใช้)
อันนี้ที่จดไว้เอง พยายามมาดูการเงินของตัวเองทุกรายไตรมาส
3
5,443
14
8,703
259,747