
jenith retweeted
Replying to @imshittingmyslf @RVI1134
เราเริ่มจากการทำให้เค้าเชื่อค่ะว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราจะไม่ตำหนิเค้า และเราอยากฟังมุมเค้า สมมติเค้าบิดนัดเราเราก็ใช้บทประมาณ “วันนี่น่าเสียดายจัง เราอยากเจอเธอมาหลายวันแล้ว เธอเหนื่อยม้ายย มาเล่าให้เราฟังก็ได้นะ เราเหงาอ่าอยากฟังเธอบ่นบ้างจัง งั้นไว้วันหลังนัดกันใหม่น้าา” (+)
jenith retweeted
Replying to @RVI1134
เราใช้เวลาสองปีเลยค่ะกว่าเค้าจะเริ่มตั้งใจฟัง😞 ยากมาก เหนื่อยมากด้วย เราต้องห้ามใส่อารมณ์เลย แบบเลยยย เค้าเหมือนมึนๆแต่จะไวกับการถูกตำหนิมากเพราะมันเป็น trigger เค้า แบบในโพสต์ที่คุณโควตมาก็ถือว่า“แรง”ไปค่ะ ถ้าเราพิมพ์แบบนี้ไปเค้าจะปิดใจเลย ไม่คุยไม่มอง ไม่พูด (+)
jenith retweeted
Replying to @RVI1134
คิด(เอาเอง)ว่าในอดีตเค้าน่าจะเคยพยายามสื่อสารกับใครแล้วไม่สำเร็จ มันผิดหวังมันเสียใจกว่าเดิม ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข แถมโดนคาดโทษอีก เลยปรับตัวเองให้ถอย ให้จัดการแค่ตัวเองไม่ต้องไปสนใจอีกฝั่ง
เดาเอานะคะ สังเกตจากแฟนเราที่ avoidant เหมือนกัน ยิ่งโดนคาดคั้นเค้าจะยิ่งหนี
avoidant ต้องการคนแบบนี้จริงๆ บอกเลยถ้าใครทำให้เรารู้สึกว่าเราเองต้องตัวเล็กลงเพื่อที่จะมีเขาในชีวิต นั่นไม่ใช่ความรักโปรดรักตัวเองตัดมันทิ้งละเดินออกมา
Replying to @imshittingmyslf @RVI1134
เราเริ่มจากการทำให้เค้าเชื่อค่ะว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราจะไม่ตำหนิเค้า และเราอยากฟังมุมเค้า สมมติเค้าบิดนัดเราเราก็ใช้บทประมาณ “วันนี่น่าเสียดายจัง เราอยากเจอเธอมาหลายวันแล้ว เธอเหนื่อยม้ายย มาเล่าให้เราฟังก็ได้นะ เราเหงาอ่าอยากฟังเธอบ่นบ้างจัง งั้นไว้วันหลังนัดกันใหม่น้าา” (+)
jenith retweeted
แต่อย่างแรกทุกคนต้องเข้าใจก่อนนะ
ว่าคนที่มาเป็นแฟน เขาไม่ได้มีหน้าที่มาทำความเข้าใจเราทุกอย่าง เขาไม่ใช่นักบำบัด และตัวเองก็ไม่จำเป็นต้องไปนั่งแก้ไขปมชีวิตใคร นึกออกไหม
ไม่โอเคก็แค่เลิกกัน ไปหาคนที่เขามั่นคง ปลอดภัย
ตัวเราเองก็ต้องทำตัวเองให้มั่นคง ปลอดภัยในทุกๆด้านด้วย
Secure อยู่กะ Anxious ก็ปวดหัว
Secure อยู่กะ Avoidant ก็ประสาทได้เหมือนกัน
จะ Disorganized กันทั้งสองฝ่าย Fearful เลย คนนึงAnxious อีกคนAvoidant ตีกันตาย!
แบบว่า..ลองไปพัฒนาตัวเองให้เป็นคนที่ Secure ก่อนไหมค่อยมีแฟน
Anxious น่ะ ใจมันเหมือนเป็นโอ่ง มันมีรอยรั่ว ให้Secureเทให้ตายมันก็รั่วออก เขาสูบน้ำมาทั้งมหาสมุทรมันก็รั่วอยู่ดี คนอุดรอยรั่วก็ไม่ใช่ Secure เพราะทำดีแทบตายยังไง Anxious ก็ยังต้องการการพิสูจน์ตัวเอง ต้องการคำยืนยัน กลัวถูกทิ้งอยู่ดี ใครมันจะแก้ปมในใจนี้ได้ ล้านคนมาดึงสติ แต่เจ้าตัวคิดไม่ได้เอง มันก็เท่าเดิมอะ
Avoidant นี่ก็สร้างโอ่งแข็งแกร่งเกิน จนกลัวคนมาทุบโอ่งตัวเอง โน่นโอ่งวางอยู่ยอดเขาโน่น กว่าคนจะแกะสลักเข้าไปหาได้เขาก็ท้อ ปีนขึ้นไป วิ่งขาแตกแล้ว ยังพิชิตใจไม่ได้เลย ไอ้สร้างมาตรฐานต่างๆมันก็ดี แต่ก็อย่าเอาอีโก้ตัวเองไปตัดสินว่า ทุกคนต้องดูแลตัวเอง ต้องจัดการตัวเองได้ คนเรามันเปราะบางไม่เท่ากัน
คือแบบ.. มันเป็นอะไรที่ต้องพัฒนาตัวเอง
เราอยากมีความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย เราก็ต้องเป็นคนปลอดภัยก่อน มั่นคงก่อน
อะปมAnxious สมมุติมีปมแฟนเก่าเคยนอกใจ วันนี้มีแฟนใหม่ เอาเรื่องเก่าๆมาตัดสินเขา จับผิดเขา เขาพูดอะไรก็ไม่เชื่อ เขาขี้อยู่ไม่ได้รับสายก็ร้องไห้จะตายแล้วเธอ
แบบนี้รังแต่จะไปทำให้คนปลอดภัยเขามีปม แต่แพนิคมารับทุกสาย ต้องแสตนบายตลอดเงี้ยยยย โอ๊ยยยยยยย ปวดหัว
มาเจอ Avoidant มีปมพ่อแม่ชอบจับผิด พอโตมา เจอแฟนไม่เชื่อใจ มันก็แบบ อยู่บ้านฉันเจอAnxiousมาตลอด จะมีผัวมีเมีย ยังต้องมารับเรื่องแสตนบายด์แก้ปมในใจแฟนอีกหรอ ชีวิตนี้จะไม่ให้หลุดพ้นเลยหรอ พูดแล้วก็ไม่เชื่อแล้วจะให้ทำไงอีก
อื้อ... ก็ไม่ได้ปลอดภัยต่อกันทั้งคู่
ต่างคนต่างไม่มั่นคง แล้วยังคาดหวังให้อีกฝ่ายต้องมาเป็นนักบำบัดด้วยนี้เละเลยแหละ
โน่น.. กลับบ้านไปหาคนที่ทำให้เรามีปมโน่น
อย่าไปโยนภาระให้คนอื่น
ความเห็นนี้เป็นมุมมองที่ขวางโลกระดับนึงนะคะ
คนอื่นไม่รู้เป็นไง แต่เราเป็นแบบนี้
และมองว่าคน anxiety เป็นตัวทำลายความสงบในชีวิตเราเหมือนกัน
( โดนด่ารอบที่ n )
1. เราแก้ความวิตกกังวลให้คนอื่นไม่ได้ ต่อให้เราบอกว่าโอเค แสดงให้เห็นว่าโอเค แต่ถ้าอีกฝ่ายยังคิดไม่หยุด ไม่หยุดความคิดตัวเอง ไม่จัดการความคิดตัวเอง
...เราทำให้ตายมันก็แก้ไขไม่ได้
2. เราเหนื่อยกับการต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อคนอื่นค่ะ เราหนักแน่น ชัดเจนแล้ว
แต่ความไม่มั่นใจของอีกฝ่าย ทำให้เราต้องมาพิสูจน์ตัวเองซ้ำๆ ก็บอกตรงๆว่า.. เราเหนื่อยมากเลย มันเหมือนวิ่งไปไม่ถึงเส้นชัยสักที
3. เราไม่ชอบอธิบายค่ะ ไม่ชอบเลย
ถ้าพูดแล้วจบจะพูด แต่พูดแล้วเจอ anxiety ใส่ พูดตรงๆก็รำคาญค่ะ
anxiety ใส่มันยังพอรับได้นะ แต่ถ้าโจมตีทุกการกระทำ ทุกตัวอักษร ดีเทลทุกเรื่อง มันเหนื่อยค่ะ
4. คือไม่ชอบการเป็นภาระใคร ไม่ชอบให้ความหวังใคร ไม่ชอบให้ใครมาคาดหวัง ..แล้วเราก็ไม่ได้คาดหวังหวังอะไรกับใคร ก็เลยทำเฉพาะสิ่งที่อยากจะทำเท่านั้น แน่นอนว่าสิ่งที่เลือกทำเราจะมีความสุขไม่เดือดร้อนใคร
5. เราบอกรักเท่าที่เราอยากบอกรัก เราดูแลเท่าที่เราทำได้ และก็ย้อนกลับไปข้อสี่ เราอยู่กับปัจจุบันค่ะ เรื่องอดีตไม่เคยเก็บมาคิด เพราะเลือกแล้ว
เรื่องอนาคตไม่ค่อยเอามายัดเยียดให้อีกฝ่ายวางแผน เราเเค่ดื่มด่ำกับช่วงเวลาตรงหน้าแค่นั้น
......
เพราะงั้นถ้าเราเจอคนไม่มั่นคงในตัวเอง หรือในความคิดตัวเอง จัดการความวิตกกังวลของตัวเองไม่ได้
เราก็จะมองว่าเขา Toxic อยู่ด้วยแล้วเหนื่อย
การต้องพิสูจน์ตัวเองตลอดเวลามันน่ารำคาญมากเลยนะ
ก็ไล่อ่านไปตั้งแต่ต้นเลย ทำแล้วยังไม่พอใจ ไม่พอดีอีก จะให้เราต้องทำยังไงอีก
หนทางสุดท้ายเราเลยมองว่า DoorSlamใส่ไปเลยแล้วกัน
เขาแก้ไม่ได้หรอก
ถ้าไปบอกว่าเขาวิตกไปเอง คิดไปอีกมันก็เหมือนด้อยค่าเขาอีก
งั้นให้เขาไปหาคนอื่นที่เติมเต็มเขาดีกว่า เราเติมเต็มเขาไม่ได้หรอก
...เราฝืนเป็นในสิ่งที่เราไม่ได้เป็นไม่ได้หรอก
เดี๋ยวถ้าทำให้ได้ แล้วอยู่ๆเราไม่ทำ
ก็มาหาว่าเราเปลี่ยนไปอีก
...พอดีกว่า
ถามว่าบอกกันก่อน ไม่DoorSlam ได้ไหมละเเจ้ ถ้าบอกไปเเล้วเข้าใจไหมล่ะ จริงๆบางคนไม่เข้าใจตั้งแต่ข้อ 1 แล้วอะ 55555555555555555555
ใช่ไหม?
jenith retweeted
ตอบในฐานะที่เคยอยู่ใน เหตุการณ์คล้าย ๆ กับในแชท
1. ชีวิตมีเรื่องอะไรให้คิด ทำเยอะมาก ไม่ได้มานั่งเล่นอารมณ์ความรู้สึกกับคนที่พร้อม emotional dumb กับเราตลอดเวลา
2. บางทีเราอาจจะเคลียร์ไปแล้ว ว่าจบ แต่เป็นอีกฝ่ายที่ไม่เคลียร์เอง แล้วก็ยังพยายามเหมือนมันไม่จบ (ต่อ)
jenith retweeted
ชั้นที่เป็น avoidant เกือบทั้งชีวิตเพราะเริ่มจากอะไรไม่รู้ที่เชปนิสัยไปเรื่อย ๆ ตอนเด็ก ๆ ไม่ได้เป็นแบบนี้ จำได้ว่าแต่ก่อนมีปัญหาก็พยายามเคลียร์ตลอด พยายามปรับความเข้าใจเสมอ แต่ไม่รู้ว่าตอนไหนที่ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไป พอโตมาเรื่อย ๆ ก็รู้สึกว่าทุกอย่างไม่ใช่แค่ว่าหันหน้าเข้าหากันพูดคุยแล้วมันจบ บางเรื่องพอคุยตรง ๆ แล้วมันก็เกิดปัญหา เหมือนว่าจะหนักขึ้นกว่าเดิม พอรับมือไม่ได้ก็เริ่มหนีปัญหาละ ฟีลไม่อยากอยู่ตรงนั้นแล้ว อยู่ไม่ไหว ๆ โลกนี้มันน่ากลัว มันหนักเกินกว่าที่ความรู้สึกเราจะรับมือไหวอ่ะ ถ้าสมมตินี่เห็นคนพิมพ์แบบนี้ใส่นะ แวบแรกคือใจหล่นไปอยู่ในตาตุ่มเลย แบบ มือไม้สั่น น้ำตาคลอ ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะตอบยังไงดี รู้สึกผิดหวังกับตัวเองที่เป็นแบบนี้เหมือนกัน ใจเจ็บมาเสมอ แต่ว่าต้องใช้เวลาแล้วค่อยเคลียร์จริง ๆ คือเหมือนหนีปัญหานั่นแหละ 😭 แต่ว่าณ เวลานั้นมันทำใจตอบกลับไปเลยไม่ไหวอ่ะ ถ้าเกิดว่าเราพิมพ์อะไรที่ไม่ถูกต้องจนเกิดปัญหาที่ตามมาใหญ่กว่าเดิมล่ะ ถ้าเกิดว่าพูดไปแล้วทุกอย่างมันเกินควบคุมล่ะ จะรับมือไหวไหม เหมือนจะอิกนอร์นะ แต่ว่าพอเอาเข้าจริงเราคิดมากเหมือนกัน แถมเอาเรื่องนี้ออกจากหัวไม่ได้เลยด้วย มันนั่งคิดนอนคิดทั้งคืนจริง ๆ นะเว้ยว่าจะรับมือยังไง
jenith retweeted
ส่วนตัวเคยเป็นคนพูดครสตัวเองตลอด แต่ก็ถูกปัดไปเป็นอะไรที่มัน no valid เลยเริ่มที่จะไม่พูด ไม่แสดง และคิดว่สพุดไปก็ไม่มีค่ายุดี เลยหายไปจัดการตัวเอง ให้คนรอ รอไป ละมันติดเป็นนิสัยมาตลอดนะ การหนีไปจัดการตัวเองเพราะคิดว่าไม่อยากให้อีกคนมารับรู้ความรู้สึกลบ ๆ ของตัวเองด้วย
jenith retweeted
เราว่าบางคนสับสน avoidant กับ self-centered สมมติอยู่ดีๆ ก็ no contact
อะวอยมาจาก overwhelmed กดดันตัวเอง ต่อให้อีกฝ่ายให้ space สุดๆ แล้วแต่ถ้าอะวอยไม่รู้สึกเซฟ ใครก็แก้ให้ไม่ได้
แต่ self-centered มาจากความรู้สึกว่าฉันไม่ต้องง้อใคร ไม่ต้องแคร์ใคร
แย่เหมือนกันแต่คนละสาเหตุ
jenith retweeted
ความเห็นนี้เป็นมุมมองที่ขวางโลกระดับนึงนะคะ
คนอื่นไม่รู้เป็นไง แต่เราเป็นแบบนี้
และมองว่าคน anxiety เป็นตัวทำลายความสงบในชีวิตเราเหมือนกัน
( โดนด่ารอบที่ n )
1. เราแก้ความวิตกกังวลให้คนอื่นไม่ได้ ต่อให้เราบอกว่าโอเค แสดงให้เห็นว่าโอเค แต่ถ้าอีกฝ่ายยังคิดไม่หยุด ไม่หยุดความคิดตัวเอง ไม่จัดการความคิดตัวเอง
...เราทำให้ตายมันก็แก้ไขไม่ได้
2. เราเหนื่อยกับการต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อคนอื่นค่ะ เราหนักแน่น ชัดเจนแล้ว
แต่ความไม่มั่นใจของอีกฝ่าย ทำให้เราต้องมาพิสูจน์ตัวเองซ้ำๆ ก็บอกตรงๆว่า.. เราเหนื่อยมากเลย มันเหมือนวิ่งไปไม่ถึงเส้นชัยสักที
3. เราไม่ชอบอธิบายค่ะ ไม่ชอบเลย
ถ้าพูดแล้วจบจะพูด แต่พูดแล้วเจอ anxiety ใส่ พูดตรงๆก็รำคาญค่ะ
anxiety ใส่มันยังพอรับได้นะ แต่ถ้าโจมตีทุกการกระทำ ทุกตัวอักษร ดีเทลทุกเรื่อง มันเหนื่อยค่ะ
4. คือไม่ชอบการเป็นภาระใคร ไม่ชอบให้ความหวังใคร ไม่ชอบให้ใครมาคาดหวัง ..แล้วเราก็ไม่ได้คาดหวังหวังอะไรกับใคร ก็เลยทำเฉพาะสิ่งที่อยากจะทำเท่านั้น แน่นอนว่าสิ่งที่เลือกทำเราจะมีความสุขไม่เดือดร้อนใคร
5. เราบอกรักเท่าที่เราอยากบอกรัก เราดูแลเท่าที่เราทำได้ และก็ย้อนกลับไปข้อสี่ เราอยู่กับปัจจุบันค่ะ เรื่องอดีตไม่เคยเก็บมาคิด เพราะเลือกแล้ว
เรื่องอนาคตไม่ค่อยเอามายัดเยียดให้อีกฝ่ายวางแผน เราเเค่ดื่มด่ำกับช่วงเวลาตรงหน้าแค่นั้น
......
เพราะงั้นถ้าเราเจอคนไม่มั่นคงในตัวเอง หรือในความคิดตัวเอง จัดการความวิตกกังวลของตัวเองไม่ได้
เราก็จะมองว่าเขา Toxic อยู่ด้วยแล้วเหนื่อย
การต้องพิสูจน์ตัวเองตลอดเวลามันน่ารำคาญมากเลยนะ
ก็ไล่อ่านไปตั้งแต่ต้นเลย ทำแล้วยังไม่พอใจ ไม่พอดีอีก จะให้เราต้องทำยังไงอีก
หนทางสุดท้ายเราเลยมองว่า DoorSlamใส่ไปเลยแล้วกัน
เขาแก้ไม่ได้หรอก
ถ้าไปบอกว่าเขาวิตกไปเอง คิดไปอีกมันก็เหมือนด้อยค่าเขาอีก
งั้นให้เขาไปหาคนอื่นที่เติมเต็มเขาดีกว่า เราเติมเต็มเขาไม่ได้หรอก
...เราฝืนเป็นในสิ่งที่เราไม่ได้เป็นไม่ได้หรอก
เดี๋ยวถ้าทำให้ได้ แล้วอยู่ๆเราไม่ทำ
ก็มาหาว่าเราเปลี่ยนไปอีก
...พอดีกว่า
ถามว่าบอกกันก่อน ไม่DoorSlam ได้ไหมละเเจ้ ถ้าบอกไปเเล้วเข้าใจไหมล่ะ จริงๆบางคนไม่เข้าใจตั้งแต่ข้อ 1 แล้วอะ 55555555555555555555
ใช่ไหม?
avoidant จะรู้สึกว่า intimacy = threat อะ เลยวิ่งหนีดีกว่า ต้อง reassure เขามากๆโดยที่ไม่ overwhelm เขา avoidant ส่วนมากใช้เวลา process ความรู้สึกนาน แต่อีกฝ่ายอาจจะต้องการคำตอบแล้ว ถามว่ารู้สึกยังไงทำไมไม่พูด บางทีในเวลานั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารู้สึกอะไร มันมึนๆอึนๆบอกไม่ถูก
jenith retweeted
Avoidant จะ toxic ก็ต่อเมื่อเป็นเรื่องคสพ. ถ้าอ้างอิงตามมาตรฐานการเข้าสังคมของมนุษย์ คือ ถามมาก็ต้องตอบ การหลีกหนีไม่ตอบ=นิสัยไม่ดี=toxic ก็ใช่ ถ้าพูดแบบนั้น แต่ในฐานะที่เป็น avoidant100% และยังเป็น extreme introvert ด้วย เราไม่ได้อยากคุยกับมนุษย์คนไหนเลย
jenith retweeted
นี่เปน anxiety/avoidant รุ้ตัวเองว่าท้อกซิกจิง กลัวการปะทะ เวลาที่บทสนทนามัน intense เกินไปจะเริ่มปวดหัวมาก เครียด ใจสั่น คิดคำตอบในหัววนๆๆ พยายามหาทางว่าทำยังไงอีกฝ่ายจะไม่ปรี๊ดขึ้นมาหรือคาดคั้นเพิ่ม จนสุดท้ายเว้นช่วงนานไปหน่อย อีกฝ่ายก้ไม่รอคำตอบแล้ว tt
พวกอะวอยแด๊นตอนที่มันต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่มีผลต่ออารมณ์มากๆ แล้วมันหนีไม่ได้ มันนั่งร้องไห้ตรงนั้นได้เป็นชั่วโมงโดยที่ไม่ปริปากบอกความรู้สึกตัวเองหรือสิ่งที่ต้องการได้เลยสักคำ เพราะทำไม่ได้อะ พูดไม่ออก แล้วก็ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ หงุดหงิดมากๆ ด้วยซ้ำที่เป็นคนแบบนี้
jenith retweeted
พูดในสิ่งที่ต้องการ ≠ ดีลง่ายกว่า เพราะเราไม่มีวันให้สิ่งที่ anxious ต้องการได้พอถ้าเขายังไม่ฮีลและเป็น secure ต่อให้เราเข้าใจแค่ไหนและ reassure ไปแล้ว แต่ก็จะมีเรื่องอื่นที่ทำให้ anxious คิดมากจนเราต้อง reassure ทุกเรื่อง ซึ่งมัน draining มาก
jenith retweeted
ไม่มีใคร toxic น้อยกว่า แค่คนละแบบ anxious ก็ไม่รู้จักเคารพ boundaries ชอบคิดมาก คิดไปก่อน คนอยู่ด้วยรู้สึกอึดอัด เหมือนหายใจไม่ออก ต้องคอย reassure ตลอดเวลา แต่สังคมมักเกลียด avoidant มากกว่า เพราะมันไม่แสดงออก ชอบหาย ทำตัวเหมือนไม่รัก
jenith retweeted
avoidant มันเป็นพวกถ้าอะไรหนักๆมันไม่อธิบายมันจะไปเลย บางคนมันอาจให้อีกคนวิ่งตามรอเคลียร์แล้วพอมันโอเคมันจะกลับมาทำตัวปกติแต่ถ้าเขาไม่ตาม ถ้าไม่ไปเลย มันก็จะกระวนกระวายมาแบบมึนๆเอง ซึ่งพ้อยมันเอาตัวเองก่อนอะแหล่ะ จากใจคนที่เคยเป็นนะแต่ถามว่ามันท็อกสิกกว่า Anxious คำตอบคือไม่(คหสตนะ) มันพอกันแค่คนละมุมมอง เพราะanxious มันต้องการรู้ว่าทำไรผิด มันต้องการคำตอบเดี๋ยวนั้น โดยไม่คำนึงถึงครสอีกคน แต่ใช้ความกดดันเพราะว่าตัวเองกลัวถูกทิ้ง กลัวโดน ghost ไรแบบนี้ ซึ่งเข้าใจได้ทั้งสองมุม และอะไรแบบนี้มันจะไม่ได้ฟิกไปตลอดนะ เพราะมันจะขึ้นอยู่กับคสพที่เจอ กุเนี่ยเป็นมาหมดล่ะ55555555555555
ขอโทษสังคมด้วยที่เป็นอะวอยแด๊น แต่สำหรับนี่ การเปิดใจเคลียร์มันไม่เคยให้อะไรดีๆกับเราเลย ก็เลยต้องไปจัดการความรู้สึกตัวเองด้วยการหนี เพราะไม่เชื่อว่าการบอกไปว่าเราเสียใจมันจะมีประโยชน์ ไม่รู้ต้องรู้สึกยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้น รู้แค่มันทรมานมากๆ เป็นแบบนี้มาตลอด
jenith retweeted
คือมันเป็นสิ่งที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของตัวเราแล้วแหละ เราก็รู้ว่าตัวเรามันป่วยใจเลยถอยจากคนอื่น แต่ลึกๆเราอยากพูดออกมาว่าเราอยากได้ความรักจากคนอื่นเหมือนกัน แต่พอมานึกว่าจะพูดไงคือมันจุกคอ🙁























