JF retweeted
ใคร รี ขึ้น มา! ไม่รู้แหละ คนที่ผ่านมาเห็นต้องมีน้ำตาไปกับชั้น😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭
JF retweeted
เชื่อเลยว่าคลิปนี้จะกลายเป็นคลิปในตำนานที่ต้องหยิบมาพูดถึงบ่อยแน่เลย ฟ้าแล่บได่ถูกจังหวะมาก
JF retweeted
เอาจริงๆนะ สิ่งที่ culture shock ที่สุดจากการติ่งเกาหลีแล้วมาติ่งศลปไทย คือชั้นรู้สึกว่าชั้นแทบไม่มีช่องทางที่จะจ่ายเงินเพื่อสนับสนุนผลงานศลปโดยตรงได้เลย
เริ่มเอ๊ะจากการที่อยากให้ซีรีส์เรื่องหนึ่งแมสมากๆ ซึ่งจริงๆก็มีคนดูนะ แต่การจะทำให้ซีรีส์แมสในวงกว้างมันยากด้วยแนวของซีรีส์เอง แล้วชั้นก็เริ่มถามตัวเองว่า ถ้าชั้นอยากสนับสนุนผลงานชิ้นนี้ให้ไปได้ไกลกว่านี้ แล้วไม่ใช่สายปั่นเทรนด์หรือผกกติ๊กต่อก ชั้นทำอะไรให้ผลงานชิ้นนี้ของดาราได้บ้าง คำตอบคือ แทบไม่มี
ชั้นติ่งเกาหลีมา มีอัลบั้ม มีสตรีมเพลง มีคอนเสิร์ต มีเมิช แต่ทุกอย่างเป็นจักรวาลของอัลบั้ม ถ้าชั้นอยากให้น้องมีผลงานไปเรื่อยๆ ชั้นแค่ซื้อบั้ม อยากซื้อเท่าไหร่ก็ได้ นั่นคือช่องทางการสนับสนุนโดยตรงที่ชั้นทำได้แล้ว
แต่พอมาติ่งดาราไทย กลับรู้สึกว่าช่องทาง monetization หลักๆ มันวนอยู่กับ Brand Deal, Event และการซื้อสินค้าเพื่อแลกกับโอกาสเข้าถึงดารา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้อาศัยแค่ผลงานที่ดี แต่มันต้องมี commercial appeal หรือกระแสที่ขายให้แบรนด์ได้ด้วย
นึกภาพง่ายๆ ศิลปินเกาหลีไม่มีแบรนด์เข้ามาจ้างก็ยังมีอัลบั้มใหม่ให้แฟนคลับซื้อ มีเพลงให้ฟัง มีคอนเสิร์ตให้ไป แต่สำหรับดาราไทยในโมเดลที่พึ่งพา Brand Partnership สูงๆ ถ้าไม่มีแบรนด์ ไม่มีงานอีเวนต์ ตาย ชั้นไม่รู้จะเจอดาราจากไหน ดาราเอาเงินไหนกินข้าว จะมีรายได้มั้ย แล้วซีรีส์เรื่องหน้าจะยังมีนายทุนมาลงบ่ จะเอาเงินทุนจากไหนมาสร้างงี้ ซึ่งปัญหาเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับตลาด t-pop ด้วยเหมือนกันนะ
ชั้นเรียกสิ่งนี้ว่า celebrity value กับ artist value ในความมหายคือ celebrity value คือมูลค่าจากชื่อเสียง ภาพลักษณ์ และฐานผู้ติดตามที่สามารถดึงดูดผู้บริโภคให้แบรนด์ได้ ส่วน artist value คือมูลค่าจากผลงาน ความสามารถ และ IP ที่ศิลปินสร้างขึ้น ซึ่งแฟนคลับสามารถสนับสนุนและจ่ายเงินเพื่อบริโภคได้โดยตรง
คือไม่ได้บอกว่า celebrity monetization ผิด เพราะมันเป็นรายได้สำคัญของอุตสาหกรรม แต่ถ้าระบบพึ่งพาสิ่งนี้มากเกินไป ศิลปินก็ต้องรักษา commercial visibility และสร้างกระแสอยู่ตลอดเวลา เพราะไม่งั้นอยู่ไม่รอด กลายเป็นว่าแค่ทำผลงานดี มีคนดูรัก และมีแฟนคลับที่พร้อมติดตามผลงานต่อ ไม่เพียงพอที่จะทำให้มีโอกาสสร้างผลงานชิ้นต่อไป สุดท้ายมันเลยกลายเป็นว่าเราอาจกำลัง monetize ความนิยม มากกว่า monetize ผลงาน
คือในมุมคนเป็นแฟนคลับ ไม่ได้อยากให้ศิลปินมีแค่ brand deal มากขึ้น แต่อยากให้มีช่องทางที่แฟนคลับสามารถจ่ายเงินเพื่อสนับสนุนผลงานและการเติบโตของศิลปินได้โดยตรงด้วยงอะ aka ผลงาน เพราะสำหรับนี่fanbase ไม่ควรมีมูลค่าแค่ตอนที่แบรนด์อยากเข้าถึง แต่มันควรมีมูลค่าในตัวเองแบบวัดได้ ไม่ต้องผ่านยอดซื้ออะไรหรือยอดเอนเกจแบรนด์ใดอะ
การที่ไทยดูกำลัง monetize ความนิยม มากกว่า monetize ผลงาน สิ่งที่น่ากลัวคือ ศลปอาจไม่ได้รับโอกาสสร้างผลงานใหม่เพียงเพราะไม่มี Market buzz ที่ทำให้ผู้ลงทุนเชื่อว่าจะสร้างรายได้ได้ ทั้งๆที่ผลงานก่อนหน้าทำได้ดีอะ วงการบันเทิงควรมีทั้ง 2 ด้านเพราะ ทั้งสองอย่างสร้างรายได้ได้ แต่ถ้ารายได้จาก celebrity monetization เป็นช่องทางหลักมากเกินไป ตัวศลปก็จะผูกกับความต้องการของแบรนด์มากกว่าความต้องการของแฟนคลับ สิ่งที่กระทบต่อมาคือ power dynamic ระหว่างศิลปินกับแฟนคลับด้วยอะ... ฮือ...
*ดิสเคลม* ไม่ได้บอกว่าเกาหลีไม่ celebrity monetization แต่มันต้องบาลานซ์อะ..
JF retweeted
ถิ่นเรามันเทพ วินาทีที่โคตรทรงพลัง ขนลุกมาก ตอนนั่งในคอนกลัวฟ้าผ่ากระบาลฉันมากเพราะลมแรง แต่ใดๆคือไม่ตก ที่พีคคือขำคอมเม้นต่างชาติ — Sponsored by Thor 555255225555555 เอาดีๆ น้าเลขโคตรเท่ และ ทีมงานเทวสัมพันธ์โคตรเก่ง 💚✨
JF retweeted
นี่โฟกัสที่ 16-08-25 เพราะมันคือวันคอนที่ไทย ที่เราตากฝนด้วยกัน🥹 //จั้นน่ะ ยังติดอยู่ที่ราชมังนะ


































