เราสนใจเรื่องคนแชร์เฟคนิวส์มากกว่าคนที่ตั้งใจสร้างเฟคนิวส์ ?
คำถามคือเพจ Godd Dam เป็นคนที่สร้างเฟคนิวส์หรือเป็นเหยื่อที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อกระจายเฟคนิวส์ และคนที่แชร์ต่อจาก Godd Dam ที่เข้าใจว่าข้อมูลนั้นจริงหรือแชร์เพื่อจะบอกว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ส่วนจะจริงหรือเปล่าไม่รู้ ถึงกลายเป็นคนที่มีสถานะเป็นคนสร้างข่าวปลอม
หากเรามาวิเคราะห์ตามปรากฎการณ์สลิปปลอมในครั้งนี้ จะเห็นได้ว่าข้อความที่แชร์ภาพดังกล่าวหายไปจากเพจไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เพราะทันทีที่มีคนทักท้วงและชี้ไปที่จุดสำคัญเรื่องวงเงินในการโอนและความไร้เดียงสาในการจ่ายเงินใต้โต๊ะผ่านระบบธนาคารที่สามารถตรวจสอบได้มันผิดปกติ ไม่สมเหตุสมผลมากๆ การลบออกอย่างรวดเร็วจากเพจต้นทาง แสดงถึงการขาดเจตนาที่จะปล่อยข่าวปลอม แต่รู้ตัวแล้วว่าตนเองพลาด และหลังจากนั้นคนที่แชร์ข้อความดังกล่าวก็ทยอยลบข้อความนั้นออกไป
ใครคือเหยื่อในเรื่องนี้ Godd Dam เป็นทั้งเหยื่อและผู้กระทำ ถามว่าเอาผิดจาก Godd Dam ได้มั๊ย ผมว่าได้ เพราะในฐานะมือปล่อยข่าว แต่สำหรับคนแชร์ผมมองต่าง คนที่เล่น Social มีโอกาสที่จะแชร์หรือเข้าใจเรื่องต่างๆ ผิดไปจากข้อเท็จจริงได้เป็นเรื่องปกติ อย่างเรื่องล่าสุดที่เกี่ยวกับนักวิ่งกับร้านขายอาหารในสวนฯ ความเข้าใจของผู้คนก็พลิกไปพลิกมา แชร์และแสดงความเห็นไปคนละทางสองทาง ผมมองว่าคนแชร์เป็นเหยื่อข้อมูลเท็จ ซึ่งควรจะถูกจัดวางไว้อีกแบบหนึ่ง เช่น เมื่อแชร์แล้วลบหรือเขียนข้อความขอโทษหรือปรับแก้ข้อความ ชี้แจงเพิ่มเติม แบบนี้ผมว่าขาดเจตนา ส่วนสังคมก็มีสิทธิ์ที่จะตำหนิคนแชร์ข่าวเท็จเพื่อสร้างความระมัดระวังให้มากขึ้น แต่จะไปชี้หน้าเอาเป็นเอาตาย โดยที่ไม่ตั้งคำถามว่าใครหรือเจตนาของคนที่สร้างข้อมูลเท็จตัวจริงคืออะไร
แล้วผมขอตั้งข้อสังเกตุว่า เป็นไปได้ว่าคนที่สร้างข้อมูลเท็จชิ้นนี้ไม่จำเป็นจะต้องเป็นฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล หรืออาจจะเป็นฝ่ายตรงข้ามก็ได้ เพราะนี่อาจเป็นปฏิบัติการวางเหยื่อให้ติดกับดัก
คำถามคือ ใครเป็นคนทำสิ่งนี้ แล้วทำไมคนที่เดือดร้อนเอาเป็นเอาตายกับเรื่องนี้ถึงไม่สงสัยไปถึงแรงจูงใจของคนที่ทำสิ่งนี้ แต่เอาเป็นเอาตายกับคนที่เข้าใจผิดแล้วแชร์ออกไป
บก.ลายจุด retweeted
ทีมงานลงพื้นที่ไปเจอยาย ในวันที่น้ำท่วมบ้านแกมาแล้วสองอาทิตย์ เราเห็นภาพหญิงชรา อายุ 72 พยายามใช้ขันนั่งวิดน้ำเน่าออกจากบ้านอยู่คนเดียว
.
ในบ้านของยายเต็มไปด้วยข้าวของจมน้ำ ตู้เย็น ที่นอน ตู้เสื้อผ้า ล้มระเนระนาดอยู่คนละทิศละทาง คุณยายบอก “ของในบ้านไม่เหลือเลย เหลือแต่รูปคนตายบนฝาผนังที่พ้นน้ำ นอกนั้นถูกน้ำท่วมหมด”
.
“ยายมาสร้างบ้านที่นี่ตอนปี 39 บ้านเกิดยายอยู่ริมทางรถไฟเก่าสายปากน้ำ แล้วตอนนั้นโดนไล่ที่ ยายเลยพยายามเก็บเงินจากการขายแผงผักที่ตลาดมาซื้อที่ดิน เก็บมาจนลูกสาวอายุได้ 9 ขวบ ก็ปลูกบ้านหลังนี้ได้
.
“ยายขายผักส่งลูกเรียนจนจบปริญญาตรี จบมาเขาก็มาเปิดร้านขายพวงมาลัยในตลาดสด ตอนนั้นลูกสาวก็เป็นคนซื้อของเข้าบ้านทั้งหมด ตู้ ทีวี ตู้เย็น ที่นอนที่ยายใช้นอน เขาก็ซื้อให้เป็นของขวัญวันแม่
.
“จนวันที่ 9 กุมภา ปี 63 เช้ามืด ลูกสาวขับมอเตอร์ไซค์ออกไปซื้อดอกไม้ทำมาลัย เขาบอกยายว่ากำลังจะกลับบ้าน แต่เวลาผ่านไป ยายติดต่อเขาไม่ได้ ยายก็พยายาม โทร. ตาม จนมีผู้ชายรับโทรศัพท์ เขาบอกยายว่า ‘คุณวันดี เสียชีวิตแล้ว’ หัวใจล้มเหลวคารถ
.
“ยายเสียใจที่สุด ข้าวปลาไม่ได้กิน ของในบ้านที่ลูกซื้อไว้ เสื้อผ้าของเขา อุปกรณ์ร้อยมาลัย ยายก็เก็บไว้ไม่กล้าทิ้ง
.
“แต่วันที่น้ำท่วม ยายเก็บอะไรไม่ได้เลย น้ำมันเข้าหมด ของล้มหมดเลย ที.วี. ก็น้ำท่วม พัดลมก็น้ำท่วม ของที่ลูกเขาซื้อไว้ก็พังหมด ลอยน้ำหมดไม่เหลืออะไร เหลือแค่กระดูกกับรูปของลูก
.
“ยายนั่งวิดน้ำมาสองสามวันแล้ว นั่งทำคนเดียว ก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ของอะไรมันก็เก็บไม่ได้แล้ว ก็เลยต้องปล่อย
.
“ตอนกระจกเงาเข้ามาถาม (สอบถามความต้องการล้างบ้าน) ยายก็ไม่ได้คิดไรหรอกนะ ไม่คิดว่าเขาจะมา แค่เล่าไปตามความจริงว่าเราเจออะไร แล้วพอวันนี้อาสามาช่วยทำให้ ยายดีใจ ยายทำคนเดียวทั้งหมดคงไม่เสร็จ มันเหนื่อยสุดยอดเลย หลังปวดจนต้องกินยา”
.
อาสาล้างบ้านมูลนิธิกระจกเงา เข้าช่วยล้างบ้านให้ยาย
.
สิ่งต่าง ๆ ที่จมน้ำ ถูกเคลียร์ออก รวมถึงของใช้ เสื้อผ้า ตุ๊กตา ที่เคยเป็นของลูกสาว ซึ่งกลายเป็นขยะน้ำท่วม ความทรงจำทั้งหมด เปลี่ยนที่ดำรงอยู่ จากวัตถุ ย้ายไปอยู่ในหัวใจของแม่
.
ชั่วนิรันดร์
————————————————
ส่วนของใช้พื้นฐานที่พังเสียหาย มูลนิธิกระจกเงา ได้นำสิ่งของจากผู้บริจาค ไปเปลี่ยนทดแทนใหม่ พร้อมทั้งทาสี ปูกระเบื้องยาง ปรับปรุงที่พักอาศัย เพื่อให้ชีวิตของคุณยาย ได้เริ่มต้น ดำเนินต่อ อย่างไม่ต้องยากลำบากจนเกินไป
.
แม้ศูนย์อาสาล้างบ้านมูลนิธิกระจกเงาจะปิดลง แต่ทีมเฉพาะกิจ ยังคงเดินหน้าในภารกิจฟื้นฟู ช่วยเหลือผู้คนกลุ่มเปราะบาง ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
.
สนับสนุนภารกิจฟื้นฟูน้ำท่วมกรุงเทพฯ
ได้ที่ กองทุนภัยพิบัติ (Special Force)
โดยมูลนิธิกระจกเงา
เลขที่บัญชี 202-258298-3 ธ.ไทยพาณิชย์
.
#น้ำท่วมกรุงเทพ2569
#อาสาล้างบ้าน #มูลนิธิกระจกเงา
บก.ลายจุด retweeted
รองเท้าคู่เดิม ใช้เดินลุยงานเก็บขยะมาตลอดช่วงหลังน้ำท่วม
.
สัปดาห์ที่แล้ว มูลนิธิกระจกเงานำรองเท้าสกอร์กว่า 300 คู่ ไปให้พี่น้องที่ทำงานกวาดถนนและเก็บขยะได้เลือกคู่ที่ชอบสีที่ใช่ เพื่อนำกลับไปใช้แทนคู่เก่า เป็นกำลังใจและขอบคุณคนทำงานที่ยังคงทำงานหนักเพื่อจัดการขยะ
.
ขอบคุณ บริษัท เอช แอนด์ เอฟ ชูส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ที่มอบรองเท้าสนับสนุน จำนวน 661 คู่
.
Pic of สัปดาห์
.
#ภาพเล่าเรื่อง
#มูลนิธิกระจกเงา
สิ่งที่ อ.เชน ทำได้ดีมากๆคือ บทของคนที่ช่วยประชาสัมพันธ์งานวิจัยภายใต้ อว.ที่มีอยู่แล้วให้ปรากฎเป็นที่รับรู้ผ่านการสื่อสารของแก เวลาแกไปเยี่ยมแล้วมีสื่อเอาไปสื่อสาร
และ อ.เชน เป็นคนที่ให้เกียรติผู้อื่น ถ้าดูสัมภาษณ์ยาวๆ จะรู้ว่า สิ่งที่แกหยิบจับมาสื่อสารนั้นแกให้เครดิตเจ้าของผลงาน แต่คนจำนวนหนึ่งไปคิดว่าเป็นผลงานหรือไอเดียของแกเอง
การที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายเฉพาะ รมต สังกัดพรรคภูมิใจไทย โดยละเว้นพรรคเพื่อไทยนั้นอยู่บนหลักคิดอะไร ?
และการที่มีการนัดกินข้าวระหว่างอนุทินและธรรมนัสโดยหลังจากนั้นปล่อยภาพออกมาสู่สาธารณะ อยู่บนฐานคิดอะไร และเกี่ยวข้องอะไรกับเหตุการณ์แรกหรือไม่ ?
คุณอยู่ฝ่ายคิดมากไปหรือคิดน้อยไป ?
เห็นตัวเลจ74 นึกถึง ที่ บก.ลายจุด ที่บอกในรายการนึง หลัง #เพื่อไทยตระบัดสัตย์
บก.ไปเช็คคนที่เป็นVoter พท.และคนเสื้อแดง ปรากฏคนย้ายออกจาก พท.เยอะมาก และ จะเหลือประมาณ 60-70 ที่นั่ง พิธีกรยังไม่เชื่อเลขนี้เลย
บก.บอกว่า 60-70 นี่คือเหลืแต่แฟน พท.จริงๆ
สรุป พท.ได้ 74 แม่นอยู่นะ
บก.ลายจุด retweeted
บก.ลายจุดคือคนที่ควรพูดเรื่องนี้(aka ด่า)ปยบ.ที่สุดอ่ะในด้านของการใช้ความบันเทิงในการเมือง เพราะในวันที่ทหารเผด็จการครองเมือง ประยุทธ์ยุคแรกๆยังน่ากลัว เขาคือคนที่ออกมาต่อต้านทหารในรูปแบบที่มันบันเทิงไง
บางคนไม่ประสาการเมืองก็อาจมองว่าหมอนี่ลุกมาทำตัวตลกทำไม มาคอสเพลย์ มาตั้งพรรค "เกรียน" ทำไม แต่จริงๆมันคือการต่อต้านแบบผสมความกวน ใช้ความตลกทำให้เรื่องเป็นข่าว
มันคือการไม่สยบยอมง่ายๆ และไปยืนตรงหน้าทหารเผด็จการเพื่อท้าทายต่ออำนาจแบบหนึ่ง ในช่วงเวลาที่หลายคนไม่กล้าออกไปหรือยังไม่เข้าใจสถานการณ์
และเขายังอยู่เบื้องหลังงานที่ทำร่วมกับภาคประชาชนหลายอย่าง เข้าใจการสื่อสารกับประชาชนจริงๆ ใกล้ชิดชาวบ้านมาเยอะ มุมมองจะตรงกันไม่ตรงกันบ้าง แต่เขาก็ยังสื่อสารได้เข้าใจ ไม่ได้พร่ำอะไรอยู่บนหอคอยนักปราชญ์ แบบไม่ดูสถานการณ์บ้านเมืองข้างล่างมั่งอะนะ
เราว่าเรื่อง “บันเทิงธิปไตย” ตอนนี้มันเถียงกันเหมือน ถ้านักการเมืองพูดสนุก มีมุก มีลีลา แล้วจะกลายเป็นไม่มีสาระไปเลย ทั้งที่เอาจริง คนทั่วไปไม่ได้อยากนั่งฟังการเมืองแบบเข้าห้องเรียนตลอดนะ พูดแต่ศัพท์ยาก ๆ เรื่องหนัก ๆ ต่อให้เนื้อหาดี คนก็เลื่อนผ่านได้เหมือนกัน
#บันเทิงธิปไตย #พรรคประชาชน
มุมในคลิปนี้เราว่าเข้าใจง่ายดี คือมีสีสันได้ พูดให้คนอยากฟังได้ แล้วค่อยพาเขาไปดูต่อว่าเรื่องจริง ๆ คืออะไร กฎหมายตรงไหนมีปัญหา นโยบายอะไรต้องแก้ หรือกำลังผลักดันเรื่องไหนอยู่ แบบนี้มันก็ได้ทั้งคนดูและได้สาระด้วย
สำหรับเราเลยดูง่าย ๆ ว่า เรียกคนมาดูได้แล้ว มีอะไรให้เขาตามต่อไหม ถ้ามีแต่ดราม่าแล้วจบก็อีกเรื่อง แต่ถ้าคนเริ่มจากดูเพราะสนุก แล้วสุดท้ายเข้าใจการเมืองมากขึ้น เราว่ามันก็มีประโยชน์ของมันนะ
มีรายงานข่าวว่านักท่องเที่ยวต่างชาติหนีจากเมืองไทยไปเที่ยวเวียดนามกับมาเลเซียมากขึ้น
เวียดนามยังพอเข้าใจแต่มาเลเซียมีอะไรให้ไปเที่ยวครับ? มีคนตอบว่าทะเลมาเลเซียก็สวยอยู่นะ
เรานึกไม่ออกว่าคนพูดถึงทะเลที่มาเลย์ยังไง คนไทยรู้แต่พัทยากับภูเก็ต สมุย ที่ต่างชาติชอบมาเที่ยว
การมีเวทีคู่ขนานการประชุม World Bank IMF บ้างก็ดี เราจะได้มองเห็นทั้งทิศทางการพัฒนาโดยทุนธนาคารโลก และช่องว่างหรือผลกระทบในการลงทุนที่ส่งผลถึงชาวบ้าน
หลายสิบปีที่ผ่านมา Worldbank ให้ทุนลงทุนแก่รัฐแต่ละประเทศ แล้วเกิดการทำลายล้างและส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม เช่นเขื่อนปากมูล และโครงการสร้างเขื่อนในลาวซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ในอนุภาคลุ่มน้ำโขง
ฟังรายการของ ดร สมเกียรติ อ่อนวิมล เรื่องกำเนิด Thaipbs ในช่อง อสมท น่าสนใจดี แกเล่าเรื่องกลุ่มคนด้านนิเทศน์ศาสตร์ที่มาทำงานในกรรมาธิการวิสามัญยกร่างกฎหมาย และแนวคิดเชิงทฤษฏีเรื่อง พื้นที่สาธารณะ โดยเล่าว่าคำว่า Public นั้นมาจากเรื่องที่คุยกันใน Pub หรือร้านเหล้า
บก.ลายจุด retweeted
คนไร้บ้านที่เริ่มเข้ามาทำงานกับจ้างวานข้าในเดือนตุลาคมนี้ ทุกคนเข้าทำงานในภารกิจล้างบ้านให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่เป็นกลุ่มเปราะบาง
.
ชายหนุ่มวัย 40 คือหนึ่งในนั้น
.
“ช่วงน้ำท่วม ปี 2554 เมื่อก่อนผมอยู่เขตลาดกระบัง ตอนนั้นยังมีห้องเช่า ที่ที่ผมอยู่ไม่ได้ท่วมสูงมาก มันคนละอารมณ์กันเลย แต่ถ้าเป็นปีนี้ผมก็คงแย่มาก ๆ แต่ตอนนี้ผมออกมาไร้บ้านและอาศัยเพื่อนนอนเป็นครั้งคราวไป (หัวเราะ) มันแย่กันคนละเรื่องเลยครับ”
.
“พอผมได้เห็นหน้างานจริง ก็คิดเลยว่าเขาอยู่กันได้ยังไงในวันที่น้ำท่วมหนักได้ขนาดนี้ น้ำท่วมถึงเอวบางคนเป็นคุณลุงคุณป้า อยู่คนเดียว พิการด้วย ผมมองย้อนว่า ถ้าเราเป็นคนประสบปัญหาน้ำท่วมนี้เข้าบ้างก็คงต้องแย่ไปเหมือนกัน”
.
“มีความสุขนะที่ได้ช่วยกัน ผมและเพื่อน ๆ ได้รับคำว่าขอบคุณจากเจ้าของบ้านทุกหลังเลย เขาบอกว่าขอบคุณมาก ๆ นะ ทั้งที่ในสถานการณ์นั้นมันเป็นภาพที่เศร้าอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีรอยยิ้มให้กับพวกเรา พอได้ฟังคำแบบนี้ มันรู้สึกมีแรงผลักดันให้เราได้ทำต่อ หลังจากจบงานมันมีรอยยิ้มของทุกคนที่ร่วมทำงานไปกับเราด้วย”
.
“ตอนที่ผมออกมาไร้บ้าน คำว่าบ้านก็ยังเป็นคำว่าความสุขสำหรับผมเหมือนเดิมนะ มันติดอยู่ในหัวและในใจ เพียงแต่ว่าจุดนี้ผมยังมีไม่มากพอที่จะทำให้ตัวเองกลับไปมีบ้านและอาศัยพักพิงได้เหมือนแต่ก่อน แต่ที่ทำได้ดีที่สุดตอนนี้ รวบรวมเงินจากการทำงานจ้างวานข้าให้ได้มากที่สุดแล้วค่อยหาทางเอาตัวเองกลับไปมีบ้านใหม่ มันคือเป้าหมายที่ผมตั้งไว้ตอนได้มาทำงานที่นี่”
.
“ก็ค่อย ๆ เก็บกันไป ผมยังมีแรง ก็จะผลักดันตัวเองให้ได้มากที่สุด”
_______________
สนับสนุนจ้างวานข้าได้ที่
โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 202-2-58289-4 SCB
มูลนิธิดวงประทีป #NGOsที่ฉันรู้จัก
ผมตั้งใจจะเขียนเป็นซีรีย์เล่าเรื่อง NGOs แต่ละองค์กรที่ผมรู้จัก โดยองค์กรแรกคือ มูลนิธิดวงประทีป
ดวงประทีปเริ่มต้นจากโรงเรียนวันละบาท เหมือนศูนย์เด็กเล็กที่ช่วยสอนหนังสือและดูแลเด็กในชุมชนที่พ่อแม่ต้องออกไปทำงานรับจ้างรายวันแถวท่าเรือ แต่หลังครูประทีปได้รับรางวัลแมคไซไซ แกก็เอาเงินก้อนนี้มาตั้งมูลนิธิฯ และมีชื่อเสียงโด่งดัง ผมไม่รู้ว่ามี NGOs ไหนทำงานเรื่องสลัมก่อนดวงประทีปหรือเปล่า แต่ที่นี่คือศูนย์กลางของการเคลื่อนไหวเรื่องสิทธิด้านที่อยู่อาศัยของคนจนเมือง เป็นแกนหลักในการต่อสู้ ต่อรอง ในการแก้ปัญหาเรื่องสลัมและคุณภาพชีวิตของคนจน
จำได้ว่ายุคนั้นการไฟฟ้าและประปาไม่ยอมต่อน้ำเข้าไปในพื้นที่เพราะไม่มีบ้านเลขที่ ชาวบ้านต้องซื้อไฟซื้อน้ำจากคนอื่นด้วยราคาที่แพง เป็นยุคที่มีข่าวไฟไหม้ในสลัมบ่อยมาก บ้างเป็นอุบัติเหตุ บ้างเป็นการเผาไล่ที่ จนการเคหะเข้ามาเป็นตัวกลางในการจัดหาพื้นที่เพื่อเคลื่อนย้ายชุมชนไปอยู่ในที่อยู่ถาวร หนึ่งในนั้นก็คืออชุมชนล่มเกล้าที่เป็นข่าวน้ำท่วมนี่แหละ
ตอนปี 35 มีไฟไหม้ใหญ่ในโกดังเก็บสารเคมีที่ท่าเรือคลองเตย ก็ดวงประทีปนี้แหละที่สู้เรื่องมาตรฐานความปลอดภัยเรื่องสารเคมี ทำให้เกิดมาตรการต่่างๆตามมา
หากไม่มี NGOs ที่ชื่อมูลนิธิดวงประทีป การแก้ปัญหาเรื่องชุมชนแออัดพันกว่าแห่งใน กทม คงหนักหนาสาหัส และยังเป็นองค์กรที่ต่อสู้เรื่องปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัส HIV ปัญหายาเสพติด หรือล่าสุดก็โควิดในชุมชนคลองเตย
คนทำงานที่นี่ส่วนใหญ่มาจากคนในชุมชนคลองเตย เรียกว่าเป็นองค์กรที่โตมาจากคนพื้นที่จริงๆ และในช่วงวิกฤติปี 57 ที่มูลนิธิกระจกเงาถูก คสช อายัดบัญชีธนาคาร ถ้าไม่ได้มูลนิธิดวงประทีปให้การช่วยเหลือในเวลานั้น วันนี้อาจไม่มีมูลนิธิกระจกเงา ดูน้อยลง















