| i ♡ gen5 ; for boynextdoor ★ tws⠀ 🚂 @tthomastc @kongjiro_ 🍓 ⋆。˚ ☁︎ ˚。⋆。 ⠀ 🐻‍❄️ @porsuppakarn @twnpich 🐶(fan acc)

Joined March 2020
ยินดีกับความสำเร็จของอ้วนทอดมากๆ สิ่งนี้เป็นผลจากความตั้งใจของทั้งน้องก้องกับน้องวินเลย จากบทสัมภาษณ์คือรับรู้ได้ถึงความทุ่มเทแล้วก็ใส่ใจลคของทั้งสองคนมากๆ เลยอยากมาแชร์เรื่องน่ารักๆของอ้วนทอดให้ทุกคนได้รู้เพิ่มขึ้นอีกนิด 💛 คือตั้งแต่อ้วนทอดเปิดชั้นก็กดสั่งอยู่เรื่อยๆ พอมีเมนูซอสต้มยำกุ้งออกมาก็ต้องกดสั่งอยู่แล้วไม่พลาดแน่นอน! แต่ตอนนั้นเมนูนี้น่าจะแมสเกินไปจนวัตถุดิบหมด แล้วสิ่งที่หมดดันเป็นกุ้งของโปรดชั้นเอง พอแอดมินแจ้งมาตอนแรกก็แอบลังเลว่ารับเป็นหมึกเพิ่มแทนดีมั้ย (ไม่อยากทำให้ร้านต้องวุ่นวายเพราะตั้งใจสั่งอยู่แล้ว) แต่ดันเป็นคนจริงจังเรื่องกิน อยากกินต้องได้กิน เลยบอกแอดมินไปว่าขอรอกุ้งมาส่งได้มั้ย 🤣 สรุปแอดมินประสานงานให้ดีมากๆๆ ให้แอดไลน์ไปคุย คอยอัพเดตตลอดตั้งแต่กุ้งมาส่งจนทำออเดอร์ แถมส่งออเดอร์มาถึงมือชั้นแล้วแอดมินก็ไม่คิดเงินสักทีจนต้องเตือนอีกรอบ ลคพร้อมโอนมากแต่ไม่รู้ต้องโอนให้ทางไหน 55555 คือมันอาจจะดูเป็นเรื่องเล็กๆที่วัตถุดิบหมดแล้วร้านก็เสนอทางเลือกให้ แต่การที่ลคยังยืนยันที่จะรอแล้วร้านช่วยจัดการให้จนลคได้กินสิ่งที่อยากกิน ชั้นมองว่าสิ่งนี้น่ารักมากๆๆๆ เธอเข้าใจใช่มั้ยว่าการที่เราได้กินของชอบมันทำให้มีความสุขขนาดไหน แล้วสิ่งนี้ก็เหมือนเป็น core value ของอ้วนทอดเลย ชั้นคิดว่าการที่ร้านเข้าใจความต้องการแล้วก็ใส่ใจในความสุขของลคมันคือสิ่งสำคัญที่ทำให้อ้วนทอดเป็นที่รักของทุกคนเลย 💕 ถึงตอนนี้ร้านจะแมสมากๆๆๆ จนต้องกดสั่งล่วงหน้าถึงจะได้กิน ชั้นก็ยังนึกถึงเรื่องน่ารักๆนี้อยู่ตลอดอ่ะ แล้วทุกครั้งที่กดสั่งก็มีความสุขที่ได้อุดหนุนร้านที่น่ารักกับลคจริงๆ ในอนาคตชั้นก็อยากเห็นอ้วนทอดประสบความสำเร็จอย่างที่น้องก้องกับน้องวินตั้งใจไว้ทุกอย่างเลย 😊 (วันนั้นชั้นกดสั่งรอบเที่ยง ได้ออเดอร์มาตอนสี่โมงเย็น แต่ไม่หงุดหงิดเลยเพราะเปิดกล่องมาเจอของอร่อย อิอิ) #fatfries #อ้วนทอด
ถามถึงเฟรนช์ฟรายส์ในปี 2026 คงไม่มีแบรนด์ไหนมาแรงกว่า Fatfries ที่มีชื่อเล่นหรือ aka ว่า “อ้วนทอด” อีกแล้ว . เพราะนอกจากจะมีหนึ่งในเจ้าของแบรนด์เป็นคนดังอย่าง ‘ก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี’ ศิลปินและนักแสดงสังกัด Domundi ที่มีชื่อจากซีรีส์กี่หมื่นฟ้าแล้ว Fatfries ก็เป็นอีกแบรนด์ที่แมสบนโซเชียลมีเดียบ่อยที่สุดในปีนี้ . นั่นก็เพราะ “ปริมาณแน่นเต็มกล่อง” และความ “หน้าล้น” ที่แปลว่าล้นออกมาจากกล่องเลยจริงๆ ที่ทำให้แบรนด์สร้างปรากฎการณ์เป็นแบรนด์กดยากมาตลอดทั้งปี . Brand Inside มีโอกาสได้พูดคุยกับสองผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Fatfries อย่าง ‘ก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี’ และ ‘วิน-ธนนท์ เศวตนาวิน’ เกี่ยวกับจุดเริ่มต้นและเส้นทางกว่าจะมาเป็น อ้วนทอด ในวันนี้ และสรุปเรื่องราวของพวกเขามาให้ทุกคนได้อ่านกัน . [ เด็กปี 2 สองคน ผู้อยากลองทำธุรกิจของตัวเอง ] . ทุกคนอาจจะรู้แล้วว่า หนึ่งในผู้ก่อตั้งของ Fatfries คือ ‘ก้อง’ แต่อาจจะยังไม่รู้ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่ ‘ก้อง’ ทำร่วมกับ ‘วิน’ และทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.3 ในโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และกลายเป็นเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกันจนถึงวันนี้ . วินและก้อง เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ Fatfries ว่า ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ทั้งสองคนยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยในชั้นปีที่ 2 ตอนนั้นแม้จะเรียนอยู่คนละสถาบัน แต่ทั้งคู่มีความคิดว่า อยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจสักอย่างร่วมกัน แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากอะไรดี เลยลองคิดถึงของที่ตัวเองชอบและน่าจะทำได้ก่อน . ในเวลานั้น ก้องชอบกิน ‘ชูโรส’ ที่หลายคนรู้จักในนามปาท่องโก๋สเปนมาก เลยชวนวินว่า หรือเราจะลองมาทำชูโรสขายดูกันดี แต่แค่ได้ลองทำด้วยตัวเองครั้งแรกแล้วก็พบว่า “อาจจะยัง” เพราะนอกจากชูโรสที่ทั้งคู่ช่วยกันทำจะออกมาไม่อร่อยแล้ว ในวันที่ก้องตั้งใจจะพาวินไปชิมชูโรสร้านโปรดที่ก้องยืนยันว่าเป็นร้านที่อร่อยที่สุดที่เคยกินมา ก็ยังพบว่า ร้านนั้นปิดตัวลงไปแล้วด้วย... . ทั้งสองคนเลยมองหน้ากันพร้อมความคิดว่า ขนาดเขาทำอร่อยขนาดนี้ ยังต้องปิดร้านเลย แล้วเราล่ะจะรอดไหม? แผนการเปิดร้านชูโรส เลยถูกพับเก็บกลับเข้าลิ้นชักไปอย่างรวดเร็ว . จนกระทั่งต่อมา ‘วิน’ เกิดไอเดียใหม่จากช่องว่างของตลาดเฟรนช์ฟรายส์ไทยที่ดูเหมือนจะยังไม่มี ‘เฟรนช์ฟรายส์หน้าล้น’ ที่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นเจ้าตลาดเลย . พอเสนอไอเดียนี้ให้กับ ‘ก้อง’ ที่ชอบกินของทอดอยู่แล้วและมีประสบการณ์สั่งของทอดมากินกับครอบครัวตอนดึกๆ ทีละถาดใหญ่ๆ เป็นประจำในช่วงโควิด เลยทำให้พบว่านี่เป็นโปรดักส์ที่เข้าทางทั้งคู่ สุดท้ายเลยตัดสินใจกันว่า จะลองเปิดร้านเฟรนซ์ฟรายส์หน้าล้นดูกัน . [ เปิดร้านครั้งแรก ขายด้วยรถเข็น กลับบ้านด้วยความเฟลเต็มอ้อมแขน ] . พอตัดสินใจแล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันตั้งชื่อ ออกมาเป็น Fatfries จากการผสมคำระหว่าง French fries ที่มาจากสินค้าที่จะขาย กับ Fat ที่มาจากภาพลักษณ์ ‘เด็กอ้วน’ ชอบทานของทอดเข้าด้วยกัน ก่อนกลายมาเป็นชื่อเล่นที่แฟนๆ ของแบรนด์ชอบเรียกว่า “อ้วนทอด” ในวันนี้ . ‘วิน’ เล่าว่า ตอนเริ่มต้นทำ Fatfries เขากับก้องเริ่มต้นด้วยเงินก้อนเล็กๆ ประมาณ 40,000 บาท เพราะรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีประสบการณ์มากนัก อยากเริ่มต้นจากเล็กๆ ก่อน อะไรใช้ของที่มีอยู่ได้ก็ใช้ อย่างสถานที่ขายบนถนนเส้นบรรทัดทองก็เป็นพื้นที่ของบ้านก้อง ขณะที่ ‘รถเข็น’ ก็เป็นของที่มีอยู่แล้วจากบ้านวิน แค่นำมาทาสีเหลืองของแบรนด์เท่านั้น . และแล้ว Fatfries ก็เปิดทำการครั้งแรกในเดือนกันยายนของปี 2023 . แต่ธุรกิจแรกของวินและก้องก็กลับไม่เป็นอย่างฝันไปเสียหมด... . "วันนั้นหลังจากขายเสร็จตอนประมาณ 5 ทุ่ม เที่ยงคืน ตอนเก็บของ เข็นรถเข็นกลับบ้าน... ทั้งความรู้สึกเฟล ความรู้สึกเหนื่อยก็ถาโถมเข้ามา" วินเล่า . สาเหตุที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่า ทั้งคู่ต่างขาดประสบการณ์ในธุรกิจอาหาร จนทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างที่ไม่ได้คาดคิด ตั้งแต่ทอดออกมาแล้วมันฝรั่งกลายเป็นสีคล้ำ เตาทอดดับเพราะกำลังไฟไม่พอ ไปจนถึงรันคิวได้ช้ามากจนลูกค้าต้องรอนาน ทั้งหมดสร้างความผิดหวังให้วินมาก เพราะรู้สึกว่าไม่สามารถบริการลูกค้าให้ได้คุณภาพประสบการณ์และสินค้าตามมาตรฐานที่ตั้งใจไว้ . ทั้งที่ขายดีมาก แต่ผ่านไป 2 วัน ก้องกับวินจึงตัดสินใจปิด Fatfries ไปนานถึง 1 ปีเต็ม . [ ทบทวนตัวเอง ปรับปรุงกระบวนการ กลับมาใหม่แบบมั่นใจกว่าเดิม ] . ตลอด 1 ปีหลัง Fatfries เปิดและปิดให้บริการครั้งแรก วินกับก้อง เล่าว่า นอกจากกลับไปเรียนและทำงานแล้ว ทั้งคู่ยังใช้เวลาไปกับการทบทวนตัวเอง และปรับปรุงหลังบ้านของ Fatfries ใหม่อีกครั้ง ทั้งพัฒนาสูตร ปรับเปลี่ยนกระบวนการทอด ทำแพ็กเกจจิ้งใหม่ เพื่อให้ Fatfries กลับมาได้ดีกว่าเดิม . จนกระทั่งพฤศจิกายนปี 2025 วินและก้องจึงตัดสินใจนำ Fatfries กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ในรูปแบบ Cloud Kitchen ด้วยพื้นที่ครัวขนาด 10 ตารางเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ของบ้านวินเอง เพื่อลดต้นทุนค่าเช่าและใช้ความได้เปรียบจากทำเล ‘บรรทัดทอง’ ในการจัดส่งไปพื้นที่ต่างๆ กลางใจเมือง . รอบนี้ วิน บอกว่า ใช้เงินน้อยกว่าเดิมมาก แค่ราว 20,000 บาทเป็นค่าวัตถุดิบและสั่งผลิตแพ็กเกจจิ้ง โดยตั้งเป้าว่าจะขายให้ได้วันละ 50 กล่องต่อวัน หรือประมาณ 1,000 กล่องต่อเดือน เป็นตัวเลขที่คิดมาแล้วว่าจะสามารถอยู่รอดได้ ไม่ขาดทุนนั่นเอง . [ คนอุดหนุนคนแรกคือ ‘แฟนคลับ’ พ้นช่วงฮันนีมูนเหลือวันละ 10-20 กล่อง ] . ก้อง บอกว่า คนกลุ่มแรกที่แวะเวียนมาซื้อ Fatfries คือ แฟนคลับของก้องเอง ที่เป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ทำให้ Fatfries มีลูกค้าเข้ามาสั่งซื้อตลอดช่วงแรก . หลังจากเปิดให้บริการช่วง 1-2 เดือนผ่านพ้นไป ก็มีช่วงที่ Fatfries ขายได้น้อยกว่าที่ตั้งใจบ้าง ขายได้แค่วันละ 10 กล่องบ้าง วันละ 20 กล่องบ้าง ระหว่างนั้น ก้องกับวินก็พยายามอย่างเต็มที่ในการหาลูกค้าใหม่ ด้วยการออกรสชาติใหม่ๆ ไปจนถึงทำเมนูซีซันนัลต่างๆ . จนกระทั่งเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนในวันที่ Fatfries ออกรสชาติใหม่อย่าง ‘ซอสต้มยำ’ ที่มีท็อปปิ้งเป็นกุ้ง ปลาหมึก และเบคอน . ก้อง บอกว่า ตอนนั้นก้องมีโอกาสได้ไปร่วมงาน Olympop ซึ่งประจวบเหมาะว่าเป็นช่วงเดียวกันกับที่ออกเมนูใหม่พอดี แล้วโชคดีที่มีลูกค้ารีวิวให้บนแพลตฟอร์ม X ปรากฎว่าโพสต์นั้นมียอดเข้าชมมากถึง 4-5 ล้านวิวภายในวันเดียว . ถึงก้องจะเห็นฟีดแบคแล้ว แต่วินไม่เห็น วันต่อมาออเดอร์ที่พุ่งเข้ามาทันทีที่เปิดร้าน ทำให้วินตกใจ เพราะจากปกติที่ขายดีที่สุด 50-60 กล่องต่อวัน กลับขยับขึ้นไปถึงหลักร้อยกล่องในทันที มีพี่ๆ ไรเดอร์มารอเต็มหน้าร้านตั้งแต่เปิดขาย . [ ยอดขายแตะเดือนละ 1 ล้าน ออกงานห้างคนรอเกือบ 300 คิว ] . จากวันนั้นแบรนด์ก็เติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด จนวันนี้ Fatfries ทำยอดขายได้มากกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือนแล้ว โดยกำลังการผลิตในปัจจุบันจะอยู่ที่ราว 300-400 กล่องต่อวัน แต่ยังคงจำเป็นจะต้องจำกัดการรับออเดอร์รอบละ 100 ออเดอร์ เพื่อเคลียร์คิวหน้าครัวไม่ให้พี่ๆ ไรเดอร์ต้องรอนานเกินไป . วันไหนที่ออกบูธร่วมกับเดลิเวอรี่ด้วย Fatfries เคยทำสถิติสูงสุดได้เกือบ 500 กล่องต่อวัน โดย วิน เล่าว่าตอนที่ไปเปิดบูธที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนนั้น หลังห้างจะเปิดเพียงแค่ 9 นาที ก็มีลูกค้ารอคิวหน้าร้านถึง 270 คนแล้ว เพราะหลายคนหวังว่า ถ้ามาหน้าร้านแล้วจะได้ลองทานดู หลังพยายามกดสั่งผ่านเดลิเวอรี่แล้วแต่ไม่สำเร็จ . สองผู้ก่อตั้งจึงคาดว่า ปีนี้ Fatfries จะทำรายได้ราว 8-10 ล้านบาท พร้อมความมุ่งมั่นจะออก Seasonal Menu เมนูหมุนเวียนไปทุกๆ 1-2 เดือน สร้างสีสันให้กับแบรนด์ที่มีเมนูหลักอยู่ราว 10 เมนูในปัจจุบัน โดยเมนูขายดีอันดับ 1 ในช่วงเวลานี้คือต้มยำ ทรัฟเฟิล และหมาล่า . [ คำนวณต้นทุนแล้วจริงๆ แค่ยอมกำไรน้อย ให้ลูกค้าได้คุ้ม ] . หนึ่งในเรื่องตลกที่ ก้อง เล่าว่าตัวเองชอบโดนถามเป็นประจำคือ “ได้คำนวณต้นทุนแล้วใช่ไหม” เพราะปริมาณต่อกล่องของ Fatfries ที่เยอะมาก ทำให้ลูกค้าหลายคนเป็นห่วง กลัวว่าแบรนด์จะอยู่ไม่ได้ . เรื่องนี้ ก้อง ยืนยันว่า คำนวณแล้วจริงๆ แต่พอทุกคนถามเข้ามาแบบนี้ ก็เลยกลับไปคำนวณใหม่อีกที แน่นอนว่ากำไรของ Fatfries น้อยกว่าร้านฟาสต์ฟู้ดทั่วไปจริงๆ โดยเฉพาะเมนูมันกุ้งกระเทียมพริกไทยที่ได้กำไรน้อยที่สุดในร้าน เพราะมีส่วนประกอบอย่างเนื้อปูที่ตั้งใจจะให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์สุดคุ้มจริงๆ . แต่เรื่องนี้วินกับก้องกลับยินดี เพราะอยากให้ลูกค้าเข้าถึงแบรนด์ได้ง่าย ได้สินค้าในปริมาณที่คุ้มค่ากับราคา เพิ่มโอกาสที่จะทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจลูกค้า นำไปสู่เกิดการซื้อซ้ำได้ในระยะยาว . [ เตรียมพบกับหน้าร้านสาขาแรก พร้อมเป้าใหญ่ 10 สาขาเร็วๆ นี้ ] . ภายในไตรมาส 1 ของปีหน้า วินกับก้องตั้งเป้าจะเปิด ‘หน้าร้าน’ สาขาแรกให้กับแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้าได้ทานของทอดที่ทั้งร้อนทั้งอร่อยแบบ 100% โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตเอาไว้ไม่ต่ำกว่า 300-500 กล่องต่อวัน ส่วนในระยะยาวอย่าง 2-3 ปีข้างหน้า ตั้งใจจะขยายสาขาไปสู่ 10 สาขา ก่อนขยายสู่หัวเมืองหลักทั่วประเทศภายใน 5 ปี . วินบอกว่า ฝันไกลๆ ของเขากับก้องคือ 100 สาขา พร้อมส่ง Fatfries ไปเป็นแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดไทยแบรนด์แรกๆ ที่สามารถขยายออกสู่ตลาดต่างประเทศได้ในอนาคต . เราจะเห็นว่าเส้นทางของ Fatfries อาจจะไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะสองซีอีโอเจ้าของ “อ้วนทอด” เองก็ต้องการเวลาในการบ่มเพาะความรู้ความเชี่ยวชาญ ก่อนจะพาธุรกิจมาเป็นที่รู้จักของคนมากมายในโลกโซเชียล และสร้างยอดขายได้ถึง 1 ล้านบาทต่อเดือนในวันนี้ . ที่สำคัญคือฝันของพวกเขาสองคนไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ เพราะพวกเขาอยากพาแบรนด์ไทยไปให้ไกลถึงต่างแดน... . #BrandInside #ธุรกิจคิดใหม่ #Fatfries #อ้วนทอด #เฟรนช์ฟรายส์หน้าล้น #แบรนด์ไทย
49
91
7,848
𓈒 * paelonn .☘︎ ˖꙳ retweeted
เด็กคนนี้แกล้งลูก มัมต้องจัดการให้ลูกน้ะ #teeteepor
56
9,024
218
15,457
98,590
𓈒 * paelonn .☘︎ ˖꙳ retweeted
ก็ว่าคุ้นๆ54555554655555 ก็รู้ว่าเหมือนแต่อย่าเหมือนขนาดนี้ ไม่ใช่แค่เมะที่กลัวแม่ก็กลัว #theewave #thomaskong
1
1,410
6
2,940
27,354
𓈒 * paelonn .☘︎ ˖꙳ retweeted
คลิปพี่ธีร์ตีน้องเวฟ1️⃣นาที @.แม่เมะ @.แม่เมะ @.แม่เมะ @.แม่เมะ @.แม่เมะ @.แม่เมะ @.แม่เมะ @.แม่เมะ @.แม่เมะ @.แม่เมะ @.แม่เมะ @.แม่เมะ @.แม่เมะ @.แม่เมะ @.แม่เมะ @.แม่เมะ (( แม่เคะหลับตาตอนเวฟตีไม่เห้นอะไรทั้งนั้น 🧘🏻‍♀️ )) THEE WAVE x LINE MAN LIVE #LINEMANถูกสุดทุกวันxธีร์เวฟ
10
455
14
945
11,444
𓈒 * paelonn .☘︎ ˖꙳ retweeted
จากใจคนเรียนจีนและพูดกับคนจีนทุกวัน นางเก่งมาก ๆ เป็น accent ภาษาจีนที่ติดไปทางติดฝอที่สุด คนแรกคนเดียวที่เคยเจอ นางออกเสียงภาษาจีนยังไงให้ abcd ขนาดนี้วะ เอ็นดูจาตรายละ 🥺☝🏻หน้าหมวย พูดจีนติดฝอ POR RADIANT SMILE #BIXDOwithPor
1
2,586
13
4,037
55,378
𓈒 * paelonn .☘︎ ˖꙳ retweeted
บุคคลอันตราย @artitbank
64
2,855
53
5,989
58,942
𓈒 * paelonn .☘︎ ˖꙳ retweeted
เค้กเกือบไม่ถึงมือเวฟ หมูหิว🐷 #LINEMANถูกสุดทุกวันxธีร์เวฟ #tthi_eks
105
221
1,216
อืม อัยหยกชั้น ขอโทด ชั้นจะไม่ตัดคลิปให้แกโดนด่าแล้ว
33
𓈒 * paelonn .☘︎ ˖꙳ retweeted
#preorder — Itzavibe x chococat 💘🐱 🎼 sale up to 30% ♡ price : ราคาตามในภาพ ( air / ship ) ♡ ( free shipping ) #พรีออเดอร์เกาหลี #พรีเกาหลี
10
1
83
3,588
𓈒 * paelonn .☘︎ ˖꙳ retweeted
เซอร์พรายยย Thank you na kub @ironstudiox @earnie__j 💚
24
506
22
750
18,679
𓈒 * paelonn .☘︎ ˖꙳ retweeted
tokyo, casually #porsuppakarn
1,163
16,408
442
35,642
245,124
𓈒 * paelonn .☘︎ ˖꙳ retweeted
ถามถึงเฟรนช์ฟรายส์ในปี 2026 คงไม่มีแบรนด์ไหนมาแรงกว่า Fatfries ที่มีชื่อเล่นหรือ aka ว่า “อ้วนทอด” อีกแล้ว . เพราะนอกจากจะมีหนึ่งในเจ้าของแบรนด์เป็นคนดังอย่าง ‘ก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี’ ศิลปินและนักแสดงสังกัด Domundi ที่มีชื่อจากซีรีส์กี่หมื่นฟ้าแล้ว Fatfries ก็เป็นอีกแบรนด์ที่แมสบนโซเชียลมีเดียบ่อยที่สุดในปีนี้ . นั่นก็เพราะ “ปริมาณแน่นเต็มกล่อง” และความ “หน้าล้น” ที่แปลว่าล้นออกมาจากกล่องเลยจริงๆ ที่ทำให้แบรนด์สร้างปรากฎการณ์เป็นแบรนด์กดยากมาตลอดทั้งปี . Brand Inside มีโอกาสได้พูดคุยกับสองผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Fatfries อย่าง ‘ก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี’ และ ‘วิน-ธนนท์ เศวตนาวิน’ เกี่ยวกับจุดเริ่มต้นและเส้นทางกว่าจะมาเป็น อ้วนทอด ในวันนี้ และสรุปเรื่องราวของพวกเขามาให้ทุกคนได้อ่านกัน . [ เด็กปี 2 สองคน ผู้อยากลองทำธุรกิจของตัวเอง ] . ทุกคนอาจจะรู้แล้วว่า หนึ่งในผู้ก่อตั้งของ Fatfries คือ ‘ก้อง’ แต่อาจจะยังไม่รู้ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่ ‘ก้อง’ ทำร่วมกับ ‘วิน’ และทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.3 ในโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และกลายเป็นเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกันจนถึงวันนี้ . วินและก้อง เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ Fatfries ว่า ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ทั้งสองคนยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยในชั้นปีที่ 2 ตอนนั้นแม้จะเรียนอยู่คนละสถาบัน แต่ทั้งคู่มีความคิดว่า อยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจสักอย่างร่วมกัน แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากอะไรดี เลยลองคิดถึงของที่ตัวเองชอบและน่าจะทำได้ก่อน . ในเวลานั้น ก้องชอบกิน ‘ชูโรส’ ที่หลายคนรู้จักในนามปาท่องโก๋สเปนมาก เลยชวนวินว่า หรือเราจะลองมาทำชูโรสขายดูกันดี แต่แค่ได้ลองทำด้วยตัวเองครั้งแรกแล้วก็พบว่า “อาจจะยัง” เพราะนอกจากชูโรสที่ทั้งคู่ช่วยกันทำจะออกมาไม่อร่อยแล้ว ในวันที่ก้องตั้งใจจะพาวินไปชิมชูโรสร้านโปรดที่ก้องยืนยันว่าเป็นร้านที่อร่อยที่สุดที่เคยกินมา ก็ยังพบว่า ร้านนั้นปิดตัวลงไปแล้วด้วย... . ทั้งสองคนเลยมองหน้ากันพร้อมความคิดว่า ขนาดเขาทำอร่อยขนาดนี้ ยังต้องปิดร้านเลย แล้วเราล่ะจะรอดไหม? แผนการเปิดร้านชูโรส เลยถูกพับเก็บกลับเข้าลิ้นชักไปอย่างรวดเร็ว . จนกระทั่งต่อมา ‘วิน’ เกิดไอเดียใหม่จากช่องว่างของตลาดเฟรนช์ฟรายส์ไทยที่ดูเหมือนจะยังไม่มี ‘เฟรนช์ฟรายส์หน้าล้น’ ที่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นเจ้าตลาดเลย . พอเสนอไอเดียนี้ให้กับ ‘ก้อง’ ที่ชอบกินของทอดอยู่แล้วและมีประสบการณ์สั่งของทอดมากินกับครอบครัวตอนดึกๆ ทีละถาดใหญ่ๆ เป็นประจำในช่วงโควิด เลยทำให้พบว่านี่เป็นโปรดักส์ที่เข้าทางทั้งคู่ สุดท้ายเลยตัดสินใจกันว่า จะลองเปิดร้านเฟรนซ์ฟรายส์หน้าล้นดูกัน . [ เปิดร้านครั้งแรก ขายด้วยรถเข็น กลับบ้านด้วยความเฟลเต็มอ้อมแขน ] . พอตัดสินใจแล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันตั้งชื่อ ออกมาเป็น Fatfries จากการผสมคำระหว่าง French fries ที่มาจากสินค้าที่จะขาย กับ Fat ที่มาจากภาพลักษณ์ ‘เด็กอ้วน’ ชอบทานของทอดเข้าด้วยกัน ก่อนกลายมาเป็นชื่อเล่นที่แฟนๆ ของแบรนด์ชอบเรียกว่า “อ้วนทอด” ในวันนี้ . ‘วิน’ เล่าว่า ตอนเริ่มต้นทำ Fatfries เขากับก้องเริ่มต้นด้วยเงินก้อนเล็กๆ ประมาณ 40,000 บาท เพราะรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีประสบการณ์มากนัก อยากเริ่มต้นจากเล็กๆ ก่อน อะไรใช้ของที่มีอยู่ได้ก็ใช้ อย่างสถานที่ขายบนถนนเส้นบรรทัดทองก็เป็นพื้นที่ของบ้านก้อง ขณะที่ ‘รถเข็น’ ก็เป็นของที่มีอยู่แล้วจากบ้านวิน แค่นำมาทาสีเหลืองของแบรนด์เท่านั้น . และแล้ว Fatfries ก็เปิดทำการครั้งแรกในเดือนกันยายนของปี 2023 . แต่ธุรกิจแรกของวินและก้องก็กลับไม่เป็นอย่างฝันไปเสียหมด... . "วันนั้นหลังจากขายเสร็จตอนประมาณ 5 ทุ่ม เที่ยงคืน ตอนเก็บของ เข็นรถเข็นกลับบ้าน... ทั้งความรู้สึกเฟล ความรู้สึกเหนื่อยก็ถาโถมเข้ามา" วินเล่า . สาเหตุที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่า ทั้งคู่ต่างขาดประสบการณ์ในธุรกิจอาหาร จนทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างที่ไม่ได้คาดคิด ตั้งแต่ทอดออกมาแล้วมันฝรั่งกลายเป็นสีคล้ำ เตาทอดดับเพราะกำลังไฟไม่พอ ไปจนถึงรันคิวได้ช้ามากจนลูกค้าต้องรอนาน ทั้งหมดสร้างความผิดหวังให้วินมาก เพราะรู้สึกว่าไม่สามารถบริการลูกค้าให้ได้คุณภาพประสบการณ์และสินค้าตามมาตรฐานที่ตั้งใจไว้ . ทั้งที่ขายดีมาก แต่ผ่านไป 2 วัน ก้องกับวินจึงตัดสินใจปิด Fatfries ไปนานถึง 1 ปีเต็ม . [ ทบทวนตัวเอง ปรับปรุงกระบวนการ กลับมาใหม่แบบมั่นใจกว่าเดิม ] . ตลอด 1 ปีหลัง Fatfries เปิดและปิดให้บริการครั้งแรก วินกับก้อง เล่าว่า นอกจากกลับไปเรียนและทำงานแล้ว ทั้งคู่ยังใช้เวลาไปกับการทบทวนตัวเอง และปรับปรุงหลังบ้านของ Fatfries ใหม่อีกครั้ง ทั้งพัฒนาสูตร ปรับเปลี่ยนกระบวนการทอด ทำแพ็กเกจจิ้งใหม่ เพื่อให้ Fatfries กลับมาได้ดีกว่าเดิม . จนกระทั่งพฤศจิกายนปี 2025 วินและก้องจึงตัดสินใจนำ Fatfries กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ในรูปแบบ Cloud Kitchen ด้วยพื้นที่ครัวขนาด 10 ตารางเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ของบ้านวินเอง เพื่อลดต้นทุนค่าเช่าและใช้ความได้เปรียบจากทำเล ‘บรรทัดทอง’ ในการจัดส่งไปพื้นที่ต่างๆ กลางใจเมือง . รอบนี้ วิน บอกว่า ใช้เงินน้อยกว่าเดิมมาก แค่ราว 20,000 บาทเป็นค่าวัตถุดิบและสั่งผลิตแพ็กเกจจิ้ง โดยตั้งเป้าว่าจะขายให้ได้วันละ 50 กล่องต่อวัน หรือประมาณ 1,000 กล่องต่อเดือน เป็นตัวเลขที่คิดมาแล้วว่าจะสามารถอยู่รอดได้ ไม่ขาดทุนนั่นเอง . [ คนอุดหนุนคนแรกคือ ‘แฟนคลับ’ พ้นช่วงฮันนีมูนเหลือวันละ 10-20 กล่อง ] . ก้อง บอกว่า คนกลุ่มแรกที่แวะเวียนมาซื้อ Fatfries คือ แฟนคลับของก้องเอง ที่เป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ทำให้ Fatfries มีลูกค้าเข้ามาสั่งซื้อตลอดช่วงแรก . หลังจากเปิดให้บริการช่วง 1-2 เดือนผ่านพ้นไป ก็มีช่วงที่ Fatfries ขายได้น้อยกว่าที่ตั้งใจบ้าง ขายได้แค่วันละ 10 กล่องบ้าง วันละ 20 กล่องบ้าง ระหว่างนั้น ก้องกับวินก็พยายามอย่างเต็มที่ในการหาลูกค้าใหม่ ด้วยการออกรสชาติใหม่ๆ ไปจนถึงทำเมนูซีซันนัลต่างๆ . จนกระทั่งเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนในวันที่ Fatfries ออกรสชาติใหม่อย่าง ‘ซอสต้มยำ’ ที่มีท็อปปิ้งเป็นกุ้ง ปลาหมึก และเบคอน . ก้อง บอกว่า ตอนนั้นก้องมีโอกาสได้ไปร่วมงาน Olympop ซึ่งประจวบเหมาะว่าเป็นช่วงเดียวกันกับที่ออกเมนูใหม่พอดี แล้วโชคดีที่มีลูกค้ารีวิวให้บนแพลตฟอร์ม X ปรากฎว่าโพสต์นั้นมียอดเข้าชมมากถึง 4-5 ล้านวิวภายในวันเดียว . ถึงก้องจะเห็นฟีดแบคแล้ว แต่วินไม่เห็น วันต่อมาออเดอร์ที่พุ่งเข้ามาทันทีที่เปิดร้าน ทำให้วินตกใจ เพราะจากปกติที่ขายดีที่สุด 50-60 กล่องต่อวัน กลับขยับขึ้นไปถึงหลักร้อยกล่องในทันที มีพี่ๆ ไรเดอร์มารอเต็มหน้าร้านตั้งแต่เปิดขาย . [ ยอดขายแตะเดือนละ 1 ล้าน ออกงานห้างคนรอเกือบ 300 คิว ] . จากวันนั้นแบรนด์ก็เติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด จนวันนี้ Fatfries ทำยอดขายได้มากกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือนแล้ว โดยกำลังการผลิตในปัจจุบันจะอยู่ที่ราว 300-400 กล่องต่อวัน แต่ยังคงจำเป็นจะต้องจำกัดการรับออเดอร์รอบละ 100 ออเดอร์ เพื่อเคลียร์คิวหน้าครัวไม่ให้พี่ๆ ไรเดอร์ต้องรอนานเกินไป . วันไหนที่ออกบูธร่วมกับเดลิเวอรี่ด้วย Fatfries เคยทำสถิติสูงสุดได้เกือบ 500 กล่องต่อวัน โดย วิน เล่าว่าตอนที่ไปเปิดบูธที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนนั้น หลังห้างจะเปิดเพียงแค่ 9 นาที ก็มีลูกค้ารอคิวหน้าร้านถึง 270 คนแล้ว เพราะหลายคนหวังว่า ถ้ามาหน้าร้านแล้วจะได้ลองทานดู หลังพยายามกดสั่งผ่านเดลิเวอรี่แล้วแต่ไม่สำเร็จ . สองผู้ก่อตั้งจึงคาดว่า ปีนี้ Fatfries จะทำรายได้ราว 8-10 ล้านบาท พร้อมความมุ่งมั่นจะออก Seasonal Menu เมนูหมุนเวียนไปทุกๆ 1-2 เดือน สร้างสีสันให้กับแบรนด์ที่มีเมนูหลักอยู่ราว 10 เมนูในปัจจุบัน โดยเมนูขายดีอันดับ 1 ในช่วงเวลานี้คือต้มยำ ทรัฟเฟิล และหมาล่า . [ คำนวณต้นทุนแล้วจริงๆ แค่ยอมกำไรน้อย ให้ลูกค้าได้คุ้ม ] . หนึ่งในเรื่องตลกที่ ก้อง เล่าว่าตัวเองชอบโดนถามเป็นประจำคือ “ได้คำนวณต้นทุนแล้วใช่ไหม” เพราะปริมาณต่อกล่องของ Fatfries ที่เยอะมาก ทำให้ลูกค้าหลายคนเป็นห่วง กลัวว่าแบรนด์จะอยู่ไม่ได้ . เรื่องนี้ ก้อง ยืนยันว่า คำนวณแล้วจริงๆ แต่พอทุกคนถามเข้ามาแบบนี้ ก็เลยกลับไปคำนวณใหม่อีกที แน่นอนว่ากำไรของ Fatfries น้อยกว่าร้านฟาสต์ฟู้ดทั่วไปจริงๆ โดยเฉพาะเมนูมันกุ้งกระเทียมพริกไทยที่ได้กำไรน้อยที่สุดในร้าน เพราะมีส่วนประกอบอย่างเนื้อปูที่ตั้งใจจะให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์สุดคุ้มจริงๆ . แต่เรื่องนี้วินกับก้องกลับยินดี เพราะอยากให้ลูกค้าเข้าถึงแบรนด์ได้ง่าย ได้สินค้าในปริมาณที่คุ้มค่ากับราคา เพิ่มโอกาสที่จะทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจลูกค้า นำไปสู่เกิดการซื้อซ้ำได้ในระยะยาว . [ เตรียมพบกับหน้าร้านสาขาแรก พร้อมเป้าใหญ่ 10 สาขาเร็วๆ นี้ ] . ภายในไตรมาส 1 ของปีหน้า วินกับก้องตั้งเป้าจะเปิด ‘หน้าร้าน’ สาขาแรกให้กับแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้าได้ทานของทอดที่ทั้งร้อนทั้งอร่อยแบบ 100% โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตเอาไว้ไม่ต่ำกว่า 300-500 กล่องต่อวัน ส่วนในระยะยาวอย่าง 2-3 ปีข้างหน้า ตั้งใจจะขยายสาขาไปสู่ 10 สาขา ก่อนขยายสู่หัวเมืองหลักทั่วประเทศภายใน 5 ปี . วินบอกว่า ฝันไกลๆ ของเขากับก้องคือ 100 สาขา พร้อมส่ง Fatfries ไปเป็นแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดไทยแบรนด์แรกๆ ที่สามารถขยายออกสู่ตลาดต่างประเทศได้ในอนาคต . เราจะเห็นว่าเส้นทางของ Fatfries อาจจะไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะสองซีอีโอเจ้าของ “อ้วนทอด” เองก็ต้องการเวลาในการบ่มเพาะความรู้ความเชี่ยวชาญ ก่อนจะพาธุรกิจมาเป็นที่รู้จักของคนมากมายในโลกโซเชียล และสร้างยอดขายได้ถึง 1 ล้านบาทต่อเดือนในวันนี้ . ที่สำคัญคือฝันของพวกเขาสองคนไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ เพราะพวกเขาอยากพาแบรนด์ไทยไปให้ไกลถึงต่างแดน... . #BrandInside #ธุรกิจคิดใหม่ #Fatfries #อ้วนทอด #เฟรนช์ฟรายส์หน้าล้น #แบรนด์ไทย
7
1,876
72
1,908
119,782
𓈒 * paelonn .☘︎ ˖꙳ retweeted
อื้อหือออออออออออ🔥🥵
7
942
62
4,437
439,631
𓈒 * paelonn .☘︎ ˖꙳ retweeted
เลือกผู้ชายให้เลือกเหมือนซ้ออิง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเลือกหล่อไว้ก่อน สันดานช่างมัน
ขอคนเข้าใจหน่อย ทำไมน้องหยกหล่อ เบ้าหน้าก็ดี ส่วนสูงโครตใช่ ไส้ดิบมากครับ
3
5,130
9
4,767
75,019
วาง 10 บาท...กุว่าพี่แบงค์เข้าใจผิด 5555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555
26
7,045
44
7,568
317,799
𓈒 * paelonn .☘︎ ˖꙳ retweeted
ขอบคุณ ขอบใจ ขอบพระทัย แต้งกริ้ว
20
3,013
18
7,102
119,330
𓈒 * paelonn .☘︎ ˖꙳ retweeted
พี่ชายจั้นฮีเป่นตากล้องงานไลฟ์นี้ดิวธีอ่ะ อมกกก 😭😭😭 แล้วฮีบอกตอนสุดท้ายที่แกล้งเอากล้องกลับมาชัดคือฮีทำ 555555555
6
922
1
2,196
69,265
𓈒 * paelonn .☘︎ ˖꙳ retweeted
ที่กองเลิกเลทนั้นนนนน ดูออนไลน์เวอร์ชัน UNCUT ทุกวันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์ เวลา 20.00 น. บนแอป iQIYI และเว็บ IQ.com ที่เดียวเท่านั้น สามารถติดตามข่าวสารและคอนเทนต์ของ iQIYI Original 'Fool in Love คนโง่รักเข(ล)า' ได้ที่แอคเคาท์ iQIYI Original #foolinlove #iQIYIOriginal #iQIYI #Tailai #YSeries188Group"
35
4,729
53
9,053
227,693
𓈒 * paelonn .☘︎ ˖꙳ retweeted
#ARMSHAREEP216 อาร์ม ชวน "กัน แซมมี่ และไทแทน" บุกรังหมาป่า PROJECT ALPHA NEW CLAN! พร้อมท้าเหล่าผู้เข้าแข่งขันทั้ง 21 คนจาก PROJECT ALPHA NEW CLAN! มาเล่นเกมกัน งานนี้แต่ละคนจัดเต็มมาก เพราะบทลงโทษสุดฮาที่ทำเอาคนแพ้ถึงกับต้องร้องขอความเห็นใจ วันนี้ เวลา 18:00 น. ทาง Youtube : GMMTV Official #ARMSHARE #GMMTV @arm_wc @AtthaphanP @sammysammauy @TytanT @ProjectAlphaTH
10
947
44
2,491
123,491
𓈒 * paelonn .☘︎ ˖꙳ retweeted
คนที่น่าอิจฉาที่สุด คือคนที่ไม่เป็นสิว กับคนที่นอนแล้วหลับเลย
79
30,877
257
42,665
871,184