Pinned Tweet
ระบบสืบค้นวิดีโอการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร
asrs.parliament.go.th
สามารถค้นหาจาก คำ,ชื่อ สส,พรรคการเมือง, วดป ได้
ขอบคุณเจ้าหน้าที่สภาฯทุกท่าน ที่นำความเห็นที่ดีของ คณะกรรมการโปร่งใส ที่หมออ๋องตั้งขึ้นมาในระหว่างเป็นรองประธานสภาฯ ไปต่อยอดการทำงานของสภาฯให้โปร่งใสมากขึ้นนะครับ
เมื่อวานที่ประชุมวุฒิสภามีการพิจารณาคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินรายใหม่ ซึ่งถ้าเป็นไปอย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ก็ควรเปิดเผยผลการตรวจสอบประวัติให้กับประชาชนได้ตรวจสอบเช่นกันว่าที่ไปที่มาของคนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นอย่างไร
แต่ระบบน้ำเงินในวุฒิสภามีมติไม่ให้เปิดเผย !!
นี้เป็นปัญหาใหญ่เพราะหากได้คนที่มีความอิสระมีความรู้ความสามารถมาถ่วงดุลฝ่ายบริหารได้ ประเทศนี้ก็จะมีฝ่ายตรวจสอบที่ดีและเข้มแข็ง แต่หากได้คนมีประวัติด่างพร้อยแล้วผ่านเข้ามาได้ก็จะเป็นคำถามว่ามีดีลหรือข้อตกลงกับระบอบสีน้ำเงินหรือไม่ อย่างไร? หรือหากสนิทสนมกับนายกหรือรัฐมนตรีจะช่วยกันหรือไม่?
สิ่งนี้เกิดขึ้นจริงแล้วในประเทศไทยจากผลการฮั้ว สว. ที่ไม่ต่างจากระบอบประยุทธ์ นี้ไม่ใช่คำถามกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นคำถามเชิงระบบ
ผลที่ตามมาวันนี้ที่หนักกว่า คือ เรามีนายกที่ตอบคำถามนักข่าวไม่ได้ก็เบี่ยงประเด็น ท่องบทท่องกลอน ประชาชนเสียหายก็โยนขี้ให้คนอื่น เป่าแซ็ก และกินข้าวตอนค่ำก็ยังมาเอามทำข่าว พรรคพวกก็เสพสุขผ่าน AI passport โครงการโซล่าเซล Data center ที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ประโยชน์ แต่ที่คนไทยได้เต็มๆคือ ขยะนำเข้าปนเปื้อนแหล่งน้ำมากมาย น้ำมันแพง คนไทยกำลังอดตาย เอาใจทั้งนายทุนแถมเป็นนายทุนเสียเอง
ความสุขสีหน้าความมั่นใจของพวกเขามาพร้อมกับการกินรวบทั้งสภาล่าง สภาบน องค์กรอิสระ ทหาร และข้าราชการสายน้ำเงิน แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนคือความย่อยยับของบ้านเมือง ซึ่งพึ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
พรุ่งนี้ สว.มีวาระให้ความเห็นชอบ 'ขจรเดช เจนวัฒนานนท์' นั่ง คตง. พร้อมขอมติให้รายงานเป็นลับ
.
พรุ่งนี้ (26 ต.ค. 69) ที่ประชุมวุฒิสภาจะมีวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบ นายขจรเดช เจนวัฒนานนท์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) แทนนางยุพิน ชลานนท์นิวัฒน์ ที่ครบวาระ โดยนายขจรเดชผ่านการสรรหาด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 จากประสบการณ์ด้านกฎหมายกว่า 10 ปี และเคยผ่านงานสำคัญ เช่น ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลอุทธรณ์ภาค 2
.
ทั้งนี้ นายขจรเดชเคยสมัครรับการสรรหาเป็นกรรมการ ป.ป.ช. ในปี 2567 และผู้ตรวจการแผ่นดินในปี 2568 เป็นต้น ขณะที่สถิติของวุฒิสภาชุดปัจจุบันตั้งแต่ปลายปี 2567 มีการสรรหา คตง. ใหม่ 6 คน โดยให้ความเห็นชอบ 4 คน และตีตก 2 คน
.
สำหรับการพิจารณาในวันพรุ่งนี้ คณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติฯ ที่มีนายธวัช สุระบาล เป็นประธาน ได้จัดทำผลการตรวจสอบเป็น "รายงานลับ" โดยอ้างความจำเป็นในการปกปิดข้อมูลบางประการ และเตรียมขอมติให้วุฒิสภาดำเนินการ "ประชุมลับ"
.
อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องไม่เปิดเผยรายงานนั้น ที่ผ่านมาผมได้อภิปรายท้วงติงมาตลอดว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 129 วรรค 6 กำหนดให้การเปิดเผยรายงานการประชุมเป็นบรรทัดฐานปกติ เพื่อเป็นหลักประกันความโปร่งใสและยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง สอดคล้องกับข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ข้อ 110 วรรคสอง ที่ระบุให้ทำรายงานลับได้เพียง "บางส่วน" แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่ารายงานของ กมธ. เกือบ 100% ถูกจัดทำเป็นรายงานลับทั้งหมด ซึ่งผมเสนอว่ามันไม่ควรลับเลย ไม่มีอะไรต้องเสียหายแถมยังเป็นหลักประกันความโปร่งใส ความรับผิดชอบในการทำงานของคณะกรรมาธิการฯแก่ประชาชน แน่นอนผมแพ้โหวตในที่ประชุมเสมอมา
📷 ร่วมผลักดันรัฐสภาโปร่งใส ประชาชนเข้าถึงและตรวจสอบได้
.
📷วันนี้ 26 ตุลาคม 2569 ผมเข้าร่วมงาน AAPO Regional Con 2026 เวทีแลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนารัฐสภาในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชน ณ อาคารรัฐสภา
.
📷 AAPO (Asian Alliance for Parliamentary Openness) คือเครือข่ายพันธมิตรเอเชียเพื่อความโปร่งใสของรัฐสภา โดยร่วมขับเคลื่อนการเปิดเผยข้อมูล การตรวจสอบการทำงาน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ผ่านเครื่องมือสำคัญอย่าง APOI (Asian Parliamentary Openness Index) ดัชนีประเมินความเปิดกว้างของรัฐสภาในเอเชีย
.
📷 อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของงาน คือการนำเสนอ APOI (Asian Parliamentary Openness Index) หรือดัชนีประเมินความเปิดกว้างของรัฐสภาในเอเชีย ซึ่งพัฒนาร่วมกันโดยภาคประชาสังคมและนักวิชาการจาก 10 ประเทศ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือประเมินและพัฒนาการทำงานของรัฐสภา โดยให้ความสำคัญกับ 3 มิติหลัก ได้แก่
.
📷 การเปิดเผยข้อมูล ประชาชนเข้าถึงข้อมูลของรัฐสภาได้ง่ายและครบถ้วนหรือไม่
📷 ความรับผิดชอบและการตรวจสอบ การทำงานและการตัดสินใจของสมาชิกรัฐสภาสามารถตรวจสอบได้มากน้อยเพียงใด
📷 การมีส่วนร่วมของประชาชน ประชาชนมีโอกาสเข้าถึง แสดงความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในกระบวนการของรัฐสภาอย่างมีความหมายหรือไม่
.
ผมได้ฟังความพยายามจากภาคประชาสังคมที่ร่วมกันสร้างตัวชี้วัดนี้ ตัวแทนสมาชิกรัฐสภาหลายประเทศ ที่พยายามผลักดันเปิดเผยข้อมูลให้กับประชาชนของแต่ละประเทศ ส่วนใหญ่พบอุปสรรคคล้ายกัน คือผู้มีอำนาจมักไม่ให้ความร่วมมือในการผลักดันเท่าที่ควร ซึ่งไม่แตกต่างจากประเทศไทยมากนัก
ผมเชื่อว่ารัฐสภาที่เข้มแข็งต้องไม่เพียงทำงานเพื่อประชาชน แต่ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล ติดตาม และตรวจสอบการทำงานได้อย่างแท้จริง เพื่อร่วมกันพัฒนาประชาธิปไตยให้โปร่งใสและยึดโยงกับประชาชนมากยิ่งขึ้น
#ทนายคิว #คิวพงษ์สรณัฐ #พรรคประชาชน #AAPORegionalCon2026
[ 🗑️ กองขยะริมคลอง ซอยวุฒากาศ 30 🍂 ]
.
สาเหตุของกลิ่นเหม็น คลองระบายน้ำไม่ดี ทัศนียภาพไม่น่ามอง💢
.
📌 วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ผมลงพื้นที่บริเวณซอยวุฒากาศ 30 เพื่อติดตามการวางท่อระบายน้ำของการประปาเนื่องจากมีพี่น้องประชาชนอยากให้ช่วยติดตามดูการทำงานและความเรียบร้อย
.
ซึ่งบริเวณต้นซอยผมเห็นมีกองขยะอยู่ริมคลอง คาดว่าน่าจะเป็นที่ทิ้งประจำกันมานาน แต่เกิดปัญหาคือขยะล้นจนตกลงไปในคลอง ทำให้ขยะพัดไปตรงประตูระบายน้ำคลองต้นไทร และเกิดการอุดตันทำให้การระบายน้ำไม่เต็มประสิทธิภาพ⚠️
.
📩 วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ผมได้ยื่นหนังสือประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาดำเนินการแก้ไข เพื่อให้คลองสะอาด ลดปัญหาขยะสะสม และช่วยกันดูแลสภาพแวดล้อมของชุมชนให้ดีขึ้นครับ 🧡
.
#ทนายคิว #คิวพงษ์สรณัฐ #พรรคประชาชน #จอมทอง #วุฒากาศ
พงษ์สรณัฐ ทองลี -คิว- retweeted
"ไอซ์ รักชนก" ลั่นพอแค่นี้ไหมคะ วันนี้ไม่ได้นัดหมายให้สื่อ-มีงานต่อ ย้ำปม “ปิยบุตร” ควรจบได้แล้ว ขอไม่ต่อความยาวสาวความยืด วอนประชาชนอะไรที่ไม่เป็นประโยชน์ไม่ต้องสนใจก็ได้ ยัน "ปชน." ไม่แตกแยก
#เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวการเมือง #ไอซ์รักชนก #ปิยบุตร
พงษ์สรณัฐ ทองลี -คิว- retweeted
ในนาม #พรรคประชาชน ขอแสดงความอาลัยต่อการจากไปของ
คุณวราวุธ วุฒิ อดีตผู้สมัคร สส.พรรคอนาคตใหม่/พรรคก้าวไกล และสมาชิกพรรคประชาชน บนหนทางนักสู้ “พี่ตู่ สุราษฎร์” ได้สะท้อนอุดมการณ์แนวคิด ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จนกว่าจะถึงวันที่ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน อย่างครบถ้วนแล้วทุกประการ…
การกล้าตั้งคำถามแรง ๆ ต่อคนรู้จัก เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่ผู้นำหรือสมาชิกที่มีตำแหน่งในพรรคถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมพรรคแต่เดิมที่มีอยู่แล้ว และก็เห็นอยู่กันเป็นประจำ ไม่ได้มีความแปลกประหลาดแต่อย่างใด หนักกว่านั้นก็คือการเปลี่ยนตัว ส.ส. ผมว่าที่เอา ๆ กันมาลงก็ปั่นกันทั้งนั้น เพราะว่าพวกนี้ก็เป็นเรื่องหยุมหยิม โกรธกันง่ายจริง แต่ก็หน่ายเร็ว ไม่ได้มีอีโก้พวกลูกท่านหลานเธอ
เพราะสิ่งสำคัญก็คือมองเป้าข้างหน้าว่าเราจะเปลี่ยนประเทศนี้และสร้างความหวังให้คนในประเทศได้อย่างไร
[ 🚌 ข่าวดีชาวจอมทอง-บางขุนเทียน! เตรียมพบรถเมล์สายใหม่ 4-72 🧡 ]
.
ข่าวดีสำหรับพ่อแม่พี่น้องชาวจอมทอง-บางขุนเทียนครับ!
มีแผนเดินรถโดยสารสาธารณะสายใหม่ 4-72 วงกลมวัดสหธรรมาราม–ถนนพระรามที่ 2 ครอบคลุมเส้นทางชายทะเลบางขุนเทียน ไปจนถึงสะพานรักษ์ทะเลบางขุนเทียน พร้อมเชื่อมต่อสถานที่สำคัญหลายแห่งในพื้นที่ เพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้กับประชาชน
.
เส้นทางนี้เกิดจากความต้องการของประชาชนในพื้นที่และการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้กรมการขนส่งทางบกเปิดรับคำขอเพื่อพิจารณาผู้ประกอบการเดินรถ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเพิ่มการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะให้กับพี่น้องชาวบางขุนเทียน โดยเฉพาะพื้นที่ชายทะเล
.
โดยตามแผนมีกำหนดเดินรถวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ครับ🧡
.
#ทนายคิว #คิวพงษ์สรณัฐ #พรรคประชาชน #รถเมล์สายใหม่ #สาย4_72 #ชายทะเลบางขุนเทียน
พงษ์สรณัฐ ทองลี -คิว- retweeted
เข้าชื่อร่าง พ.ร.บ.บัตรคอนเสิร์ตกันครับ 😀
3 เดือนที่แล้ว ช่วยประสานกลุ่มผู้เสียหายถูกหลอกบัตรคอนเสิร์ต แม้จับกุมผู้หลอกลวงได้แล้ว แต่ปัจจุบันผู้เสียหายก็ไม่ได้เงินคืนเสียที ทำให้รู้ว่า ปัญหานี้มันหนักหน่วงจริง ๆ
เลยชวนภาคประชาชนกลุ่มผู้เสียหาย ทำกฎหมาย พ.ร.บ.บัตรคอนเสิร์ต
ปัจจุบัน ประธานสภาได้อนุญาตให้ภาคประชาชนเข้าชื่อ ร่าง พรบ.บัตรคอนเสิร์ตแล้วครับ : ) fairticket.org
ต้องการ 10,000 รายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อยื่นเข้าสู่สภา ลองอ่านรายละเอียดก่อนได้ครับ
#fairticket #พรบบัตรคอนเสิร์ต
[รถไฟฟ้าขนขยะที่มีการจัดเตรียมไว้แล้วหรือไม่?]
ภาพที่ปรากฎอยู่นี้ เป็นภาพที่เคยถูกใช้ในการอภิปราย ญัตติการตั้งคณะกรรมการวิสามัญแก้ปัญหาจัดหารถขยะของกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568
.
โดยสมาชิกสภากรุงเทพมหานครในขณะนั้น ได้ตั้งคำถามไว้หลายประการในโครงการจัดหารถไฟฟ้าขยะของกรุงเทพมหานคร ทั้งเรื่องการทดลองวิ่งว่าสามารถทำได้จริงหรือไม่ ความพร้อมของสถานีชาร์จแบตเตอรี่ และหยิบยกความเห็นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติที่เคยให้คำแนะนำต่อกรุงเทพมหานครไว้มาอภิปราย
.
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ผมสะดุดมากที่สุด คือ คำถามที่ว่ารถขนขยะจำนวนมากกว่า 1000 คันที่จะหมดสัญญาลง และจำเป็นต้องมีการจัดซื้อจัดจ้างหารถขยะไฟฟ้าใหม่ภายใน 8 เดือน นั้น
.
ทำอย่างไรจึงจะสามารถหารถขยะไฟฟ้าจำนวนดังกล่าวได้ภายในระยะเวลา 8 เดือน!
.
คำถามดังกล่าวแม้จะเป็นคำถามที่ตั้งด้วยความสงสัย แต่เมื่อพิจารณาประกอบกับรูปภาพมุมสูงที่ถ่ายจากโดรนที่คล้ายกับรถบรรทุกและมีถังบรรจุท้ายรถสีเขียว ที่สมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่อภิปรายนำมาอ้างอิง และตั้งข้อสงสัยด้วยว่า “มีการจัดเตรียมรถขนขยะไฟฟ้าไว้แล้วหรือไม่? ก็ทำให้ผมต้องตกใจเป็นอย่างยิ่ง
.
ภายหลังญัตติดังกล่าว ผมยังไม่ได้ยินคำตอบจากผู้บริหาร และรายงานของคณะกรรมการที่อธิบายถึงข้อสงสัยของสมาชิกสภากรุงเทพที่อภิปรายไว้ ถ้าท่านไหนมีคำตอบหรือรายงานก็สามารถส่งให้ผมได้
.
ผมเห็นว่าสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร มีสิทธิโหวตเห็นด้วยกับโครงการใดก็ตามที่จำเป็นและเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน
.
ในทางตรงกันข้าม หากโครงการใดที่สุ่มเสี่ยงต่อการใช้งบประมาณ และมีความยังไม่แน่นอนในเรื่องข้อมูลผมก็เห็นว่าสมาชิกฯก็มีสิทธิตั้งคำถาม หากไม่สามารถตอบคำถามได้ ก็มีสิทธิโหวตไม่เห็นด้วย
.
เพราะท้ายที่สุดแล้วในฐานะสมาชิกสภาฯ คงไม่มีใครสามารถใช้คำว่าแค่ “เชื่อใจ” ในการตัดสินใจเรื่องเงินซึ่งเป็นภาษีของประชาชนได้
ลิ้งการประชุมสภากรุงเทพมหานครสมัยประชุมสามัญ สมัยแรก ครั้งที่ 2 ประจำปี พ.ศ. 2568 วท 15/1/2568 (ช่วงที่สอง)
youtube.com/live/nMpS54PvQG8…
พงษ์สรณัฐ ทองลี -คิว- retweeted
3 ปัญหาหลักที่ผมสังเกตเห็นเกี่ยวกับมติเสียงข้างมากของ กกต. ในวันนี้ (ซึ่งมีการสั่งฟ้อง “เพียงแค่ส่วนน้อย” ของผู้ถูกกล่าวหาในคดีโกง สว. โดยเป็นการสั่งฟ้อง สว. เพียง 26 คน และไม่มีการสั่งฟ้องผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (รัฐมนตรี / สส. / กรรมการบริหารพรรค) แม้แต่คนเดียว)
.
1. กกต. ปฎิเสธความเป็น “ขบวนการ” ของการโกง สว.
.
หลักฐานที่ปรากฏต่อสาธารณะ ชี้ชัดว่าการโกง สว. ที่เกิดขึ้น เป็นการกระทำในรูปแบบของ “ขบวนการ” ที่ครอบคลุมผู้สมัคร สว. จำนวนและผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก - เช่น:
- หมายเลขผู้สมัคร สว. ที่ปรากฎในโพยใบสั่ง และในบัตรเลือกตั้งมีอย่างน้อย 130 คน
- การนัดหมายผู้สมัครและการดำเนินกิจกรรมที่ศูนย์ทำโพยตามโรงแรมใกล้เคียง กทม. (เช่น อยุธยา / ปทุมธานี / นครนายก) 1-2 วันก่อนการเลือกระดับประเทศ มีขั้นตอนและรูปแบบที่เหมือนๆกัน
- จำนวน สว. ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการรวมตัวกันที่โรงแรมพูลแมน หลังได้รับเลือก เพื่อเข้ารับการ “ปฐมนิเทศ” และตกลงเรื่องการเลือกประธาน-รองประธานวุฒิสภา มีหลายสิบ (หรืออาจเกินร้อย) คน
.
ดังนั้น การที่ กกต. สั่งฟ้อง สว. แค่ 26 คน เป็นการปฏิเสธข้อเท็จจริงที่ว่า การกระทำความผิดที่เกิดขึ้นนั้น เป็นการกระทำในรูปแบบของขบวนการ ที่ไม่ควรตัดทอน แบ่งแยก หรือสั่งฟ้องเฉพาะบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยพิจารณาแต่ละเหตุการณ์แยกขาดจากกัน
.
2. กกต. ไม่ให้น้ำหนักกับกับโพยใบสั่ง ทั้งที่เป็นหลักฐานที่ชัดกว่าหลักฐานในคดีที่ กกต. เคยสั่งฟ้องในอดีต
.
การที่ กกต. ไม่ได้มีมติสั่งฟ้อง สว. ทั้ง 130+ คน ที่อยู่ในโพยใบสั่ง (ซึ่งคณะไต่สวนฯชุดที่ 26 และ เลขาธิการฯ เห็นตรงกันว่าควรสั่งฟ้อง) ถือว่าเป็นการใช้ดุลพินิจที่ขัดต่อมาตรฐานของ กกต. เองในอดีต:
- ในคดีเมื่อปีก่อน กกต. เคยมีมติสั่งฟ้องไปที่ศาล แม้มีหลักฐานเพียงข้อความ LINE ไม่กี่ข้อความ ระหว่างผู้สมัคร สว. 2 คน ที่มีการขอจับคู่-แลกคะแนนกัน (โดยไม่มีการเสนอเงินหรือผลประโยชน์อื่นใดเพิ่มเติม)
- แต่ในคดีนี้ กกต. กลับไม่สั่งฟ้อง สว. ในโพยทั้งหมดไปที่ศาล ทั้งๆที่โพยใบสั่ง (และผลการลงคะแนนที่ตามมา) เป็นหลักฐานของการแลกคะแนนกันอย่างเป็นระบบ เสียยิ่งกว่าการจับคู่--แลกคะแนนกันระหว่างผู้สมัคร 2 คน
.
3. กกต. นำการกลับคำให้การของ เอกราช ช่างเหลา มาเป็นข้ออ้างหลักในการตัดตอนให้เรื่องไม่สาวไปถึงนักการเมืองในภูมิใจไทย
.
กกต. แถลงชัดว่าเหตุผลหลักที่ไม่สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (รัฐมนตรี / สส. / กรรมการบริหารพรรค) จากพรรคภูมิใจไทย เป็นเพราะพยานรหัส 16 (เอกราช ช่างเหลา) มีการกลับคำให้การ
.
อย่างไรก็ตาม (ตามที่ผมได้สื่อสารเมื่อวานเช้าก่อน กกต. ลงมติ) ผมเห็นว่าการกลับคำให้การดังกล่าว ไม่เป็นเหตุผลเพียงพอให้ กกต. ไม่สั่งฟ้องกลุ่มนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย เพราะ:
- 1. นอกจากคำให้การของ เอกราช ยังมีหลักฐานอื่นที่เชื่อมโยงกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย (เช่น ประวัติการโทร / การกระทำของผู้ช่วยหรือทีมงานประจำตัว)
- 2. การกลับคำให้การเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำรัฐบาล และเป็นการให้การเป็นหนังสือ จึงอาจถูกตั้งคำถามได้ว่ามีแรงจูงใจทางการเมืองหรือมีการข่มขู่-กดดันโดยคนจากซีกรัฐบาล ณ เวลาดังกล่าวหรือไม่
- 3. การให้คำให้การครั้งที่ 2 (ซึ่งเป็นการกลับคำให้การครั้งที่ 1) มีเนื้อหาที่ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏชัดต่อสาธารณะ (เช่น ปฏิเสธว่าไม่มีโพยฮั้ว สว. / ปฏิเสธว่าไม่มีการยึดโพยจากผู้สมัคร)
.
ยิ่งไปกว่านั้น ในเมื่อหลายคนในบรรดา 77 คน ที่ กกต. สั่งฟ้อง ล้วนมีความเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย (เช่น ศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาจากพรรคภูมิใจไทย / สมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ สส. พรรคภูมิใจไทย / อดีตผู้สมัคร สส. พรรคภูมิใจไทย / ผู้บริหารท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย) จึงเป็นเรื่องที่เชื่อได้ยากว่าบุคคลสำคัญในพรรคภูมิใจไทย จะไม่รับรู้หรือมีส่วนกับขบวนการดังกล่าว
.
#สั่งฟ้องสว #สั่งฟ้อง229
พงษ์สรณัฐ ทองลี -คิว- retweeted
วันนี้ (14 ก.ย.) กกต. มีมติเสียงข้างมากสั่งฟ้องเพียงส่วนน้อยของผู้ถูกกล่าวหาในคดีโกงเลือก สว. ตามที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 เสนอ โดยสั่งฟ้อง สว. เพียง 26 คน และไม่มีการสั่งฟ้องผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งรัฐมนตรี สส. หรือกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยเลยแม้แต่คนเดียว
มติดังกล่าวเป็นการตัดตอนไม่ให้เรื่องของผู้ถูกกล่าวหาส่วนใหญ่ถูกพิสูจน์ในชั้นศาลฎีกา ทั้งที่หลักฐาน ทั้งโพยใบสั่ง สถิติบัตรลงคะแนน เส้นทางการเงิน คลิปเสียง การนัดหมายศูนย์ทำโพย และประวัติการโทรศัพท์ ล้วนบ่งชี้ชัดเจนว่าเป็นการกระทำผิดในรูปแบบขบวนการ ที่ไม่ควรถูกตัดทอนแยกพิจารณา อีกทั้งหลักฐานชุดนี้ยังมีความชัดเจนยิ่งกว่าหลักฐานของคดีเลือก สว. ในอดีต ที่ กกต. เคยสั่งฟ้องจากหลักฐานเพียงข้อความแชต LINE ไม่กี่ข้อความ
พรรคประชาชนเห็นว่าการใช้ดุลยพินิจของ กกต. เข้าข่ายขัดต่อกฎหมายและมาตรฐานเดิม ถือเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตาม พ.ร.ป.กกต. จึงจะเดินหน้าดำเนินการใน 5 ด้าน ได้แก่
(1) ดำเนินการและสนับสนุนการดำเนินคดีทางกฎหมายกับ กกต. ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญาและ พ.ร.ป.กกต.
(2) ดำเนินการทุกช่องทางทางกฎหมาย เพื่อนำหลักฐานของผู้ถูกกล่าวหาคดีโกง สว. ที่ยังไม่ถูก กกต. สั่งฟ้อง เข้าสู่การพิจารณาในชั้นศาล
(3) ตรวจสอบนักการเมืองที่เกี่ยวข้องผ่านกลไกรัฐสภา เช่น การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการรณรงค์ในสังคม เพื่อสร้างความรับผิดชอบทางการเมือง
(4) ผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อจำกัดอำนาจวุฒิสภา ปฏิรูปองค์กรอิสระให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และเพิ่มอำนาจประชาชนในการตรวจสอบถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
(5) เดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามผลประชามติ 8 ก.พ. 2569 ผ่าน สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน โดยไม่เปิดช่องให้ สว. มีอำนาจหรือเงื่อนไขพิเศษมาขัดขวางเจตจำนงของประชาชน
อยากให้ท่านภูมิธรรมระลึกตนเอง
ไม่ใช่พรรคส้มไม่ไว้ใจ แต่อดีตมันพิสูจน์ความซื่อสัตย์
เมื่อเคยตระบัดสัตย์มา 1 รอบ รอบที่ 2 และ 3 ทำไมจะเกิดขึ้นไม่ได้?
แต่ก็แปลก ทีพรรคส้มต่อรองกันตั้งแต่ ตำแหน่งประธานสภา ทีพรรคน้ำเงินประเคนให้ประธานสภาเขาทันที
ไม่รู้แบบนี้ ใครรักใครมากกว่ากัน
สรวงศ์ยืนยันข้อเสนอเพื่อไทยจะยุบสภาทันที แต่
คนดี อย่างส้มไม่สนใจ
รักน้ำเงินมากกว่าเพื่อไทย
...อะไรที่น้ำเงินพูดดีไปหมด น่าเชื่อถือไปหมด
“คิดเอง ทำเอง
แล้วจะไปชี้มือโทษใคร
นอกจากหันกลับมาชี้มือใส่ตัวเอง...ถ้ากล้าหาญพอ”
facebook.com/share/v/1EWTeX6…
[พยานคดีฮั้ว สว. กลับคำให้การน่าเชื่อถือหรือไม่ อย่างไร]
.
พยานบุคคลถือเป็นพยานหลักฐานประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญ ซึ่งการจะเป็นพยานในคดีใดได้ย่อมต้องเป็นผู้ที่รู้เห็นถึงการกระทำที่อ้างว่าได้เกิดขึ้นหรือเป็นความผิดนั้นโดยตรง และคำให้การของพยานจะน่ารับฟังได้หรือไม่ ต้องพิจารณาจากการมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยพิจารณาว่าเป็นผู้กระทำ ผู้มีส่วนร่วม หรือผู้รู้เห็นการกระทำนั้นด้วยตนเอง ซึ่งพยานในกรณีนี้เรียกว่าประจักษ์พยาน
.
อย่างไรก็ดี แม้จะอ้างตัวว่าเป็นประจักษ์พยาน แต่ก็ต้องประกอบด้วยหลักฐานแวดล้อมอิสระที่สนับสนุนว่าผู้นั้นเป็นประจักษ์พยานจริง เช่นว่า มีหลักฐานกล้องวงจรปิดว่าอยู่ในที่เกิดเหตุ หรือจะมีผู้รู้เห็นว่าประจักษ์พยานนั้นอยู่ในที่เกิดเหตุจริง
.
การที่ประจักษ์พยานซึ่งเป็นสมาชิกหรือเคยเป็นพรรคสมาชิกพรรคภูมิใจ สมัครใจเข้าให้การกับพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษเอง ว่ามีการโกงการเลือก สว. เกิดขึ้น ผมเชื่อว่าพนักงานสอบสวนเองย่อมต้องมีวิจารณญาณพิจารณาพยานหลักฐานแวดล้อมที่เกี่ยวกับผู้ที่อ้างตัวเป็นพยานดังกล่าวว่า เกี่ยวกับคดีโกง สว. ด้วยหรือไม่ ?
.
ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานการโทรเข้า-ออก หลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชี หลักฐานการพักที่โรงแรม หลักฐานการเดินทางไปสถานที่ต่าง ๆ และหลักฐานอื่นใดประกอบ จึงจะเชื่อได้ว่าบุคคลดังกล่าวเป็นประจักษ์พยานที่เป็นผู้มีส่วนร่วมจริง ๆ
.
ดังนั้น คำให้การข้างต้นที่ผ่านการสอบสวนและมีหลักฐานสนับสนุนคำให้การ ย่อมไม่กลายเป็นไม่ชอบหรือรับฟังไม่ได้ เพียงเพราะ พยานดังกล่าวภายหลัง “กลับคำให้การ” ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4815/2528 และคำพิพากษาฎีกาที่ 85/2562
.
การส่งสำนวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษไปยังอัยการ หรือการยื่นคำร้องของ กกต. ไปยังศาล จึงควรยึดตามพยานหลักฐานประกอบที่มั่นคงแน่นอนตามหลักของ “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” มิใช่เพียงเพราะรับฟังเพียงแค่การกลับคำให้การเท่านั้น
.
อีกทั้ง การยกเลิกผลการสอบสวนเดิมและการยกเลิกการกล่าวหาผู้กระทำความผิดเดิม เพราะเหตุการกลับคำให้การ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกลับคำให้การนั้น เกิดขึ้นภายหลังวันที่ 7 กันยายน 2568 ที่มีพรรคภูมิใจไทยขึ้นเป็นรัฐบาล ก็ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยต่อการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ที่พยายามทำให้การพิจารณาคดีเปลี่ยนหรือไม่ ?
.
วันนี้ ประชาชนทั่วประเทศทราบว่า เพราะเหตุใดแนวทางการส่งคำร้อง และฟ้องของทั้ง กกต และกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงน่ากังวล ใช่เพราะนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกง สว. หรือไม่?
.
ดังนั้น วันที่ 14 กันยายน นี้ จึงเป็นวันที่ กกต. ควรยื่นคำร้องคดีต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดต่อศาล และไม่ควรตัดสินใจหรือด่วนสรุปเองว่าคำให้การที่กลับคำไม่ควรรับฟัง เพราะหน้าที่อย่างเดียวของ กกต. คือ พิจารณา “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” มิใช่การตัดสินซึ่งเป็นหน้าที่ของ ”ศาล“
.
และนี้จะพิสูจน์ ข้อครหาที่สังคมสงสัยว่า กกต. ตกอยู่ภายใต้ความครอบงำของรัฐบาลภูมิใจไทยว่าจริงหรือไม่?
[ 💰 งบ DSI กว่า 1,316 ล้านบาท กับคำถามที่ประชาชนควรรู้ ]
.
ปี 2570 DSI ขอตั้งงบประมาณกว่า 1,316 ล้านบาท โดยเป็นงบบุคลากรกว่า 829 ล้านบาท
.
แต่เมื่อใช้งบประมาณและทรัพยากรไปกับการทำคดี คำถามสำคัญคือ ระบบของ DSI สามารถทำให้คดีเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง และไปถึงปลายทางได้หรือไม่
.
ผมจึงชวนกรรมาธิการดู “เส้นเวลา” ของคดีหมูเถื่อน คดีเขากระโดง และคดีฮั้ว สว. พร้อมตั้งคำถามว่า งบประมาณที่ใช้ไป สร้างผลลัพธ์ให้กับคดีได้มากน้อยแค่ไหน
.
#ทนายคิว #คิวพงษ์สรณัฐ #พรรคประชาชน #ประชุมสภา #งบประมาณ70
พงษ์สรณัฐ ทองลี -คิว- retweeted
อภิปรายงบยืดไปอีกวัน!
ไม่รู้ใครยื้อ 🤔
รายงานชำแหละ กกต. อดเข้าสภาพรุ่งนี้ (อีกแล้ว)
พงษ์สรณัฐ ทองลี -คิว- retweeted
[ พรรคประชาชนยื่นญัตติ ทบทวนการทำงานของ ‘ประธาน-รองประธานสภา’ ]
.
วันนี้ (8 ก.ย. 2569) ที่รัฐสภา สส.พรรคประชาชน นำโดย พงษ์สรณัฐ ทองลี, ภัณฑิล น่วมเจิม, ภัสริน รามวงศ์, สกล สุนทรวาณิชย์กิจ, และเอกราช อุดมอำนวย แถลงข่าวยื่นญัตติต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ทบทวนการปฏิบัติหน้าที่ของประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทั้งในด้านการควบคุมการประชุมและการบริหารกิจการสภา หลังพบปัญหาเรื้อรังในสมัยประชุมนี้ที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิและการทำหน้าที่ของผู้แทนราษฎรอย่างต่อเนื่อง
.
พงษ์สรณัฐระบุว่า นับตั้งแต่เปิดสภาสมัยนี้ ปัญหาการใช้อำนาจและดุลพินิจของประธานและรองประธานสภาเริ่มสร้างข้อจำกัดต่อการทำหน้าที่ของ สส. ซึ่งแตกต่างจากสภาสมัยที่แล้วอย่างสิ้นเชิง ที่เปิดโอกาสให้ สส. ได้อภิปราย นำเสนอข้อมูล และสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเต็มที่
.
หากพิจารณารัฐธรรมนูญ มาตรา 119 ประธานสภามีหน้าที่ดำเนินกิจการสภาให้เป็นไปตามข้อบังคับ ต้องวางตนเป็นกลาง และสนับสนุนให้สมาชิกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับพบปัญหาหลัก 2 ด้าน คือ
.
(1) ปัญหาการควบคุมการประชุมที่ลิดรอนสิทธิ สส. โดยมีการใช้ดุลพินิจจำกัดเวลา ตัดทอนเนื้อหาการอภิปราย และปิดกั้นการนำเสนอข้อมูลของสมาชิก จนเกิดข้อเคลือบแคลงต่อความเป็นกลาง ทำให้ สส. ไม่สามารถสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
.
(2) ปัญหาระบบการบริหารกิจการสภา ซึ่งกระทบต่อการทำงานของทั้ง สส. และเจ้าหน้าที่สภาอย่างหนัก โดยเฉพาะการสแกนและปิดบังสไลด์ประกอบการอภิปรายจนทำให้การอภิปรายสะดุด รวมถึงระบบสนับสนุนการประชุมในช่วงค่ำคืนที่ไม่พร้อม
.
ขณะที่ภัณฑิลได้กล่าวถึงปัญหาการบริหารงานสภา โดยยกตัวอย่างกรณีการประชุมที่ลากยาวถึง 21:00–22:00 น. แต่ร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสภากลับปิดทำการทั้งหมด จนกระทบต่อเจ้าหน้าที่และสมาชิกที่ต้องทำงานยามดึก
.
ภัณฑิลย้ำชัดว่า ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่อง ‘ข้าวของ สส.’ และไม่ได้มาเรียกร้องอาหารฟรี แต่สิ่งนี้สะท้อนถึงคำถามสำคัญว่า ประธานสภาในฐานะผู้บริหารสูงสุด ได้จัดระบบและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนให้คนทำงานในสภาปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่แล้วหรือยัง
.
พงษ์สรณัฐกล่าวทิ้งท้ายว่า การยื่นญัตติครั้งนี้ไม่ได้ต้องการเพียงแค่บ่นหรือโจมตีตัวบุคคล แต่เป็นการนำปัญหาเข้าสู่กลไกสภาอย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมกันหาข้อเสนอแนะและปรับปรุงการทำงานของประธานและรองประธานสภา เพราะการประชุมสภามีเพียงสัปดาห์ละ 2 วัน เวลาทุกนาทีจึงมีค่า และไม่ควรถูกจำกัดด้วยดุลพินิจที่ไม่สมเหตุสมผล
.
พรรคประชาชนยืนยันว่า ประธานสภาไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ควบคุมการประชุมให้จบไป แต่ต้องทำให้สภาแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่ตัวแทนของประชาชน สามารถทำงาน ตรวจสอบรัฐบาล และสะท้อนเสียงของพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มศักยภาพสูงสุด


















