ไอ้หนวดที่หัวเคยฟู retweeted
สังเกตป้ะว่าคนที่พูดว่า "ตรงนี้ปี 54 ไม่เห็นท่วมเลย ทำไมรอบนี้ท่วม" คือเขายังไม่เข้าใจว่า #น้ำท่วม สองรอบนี้มันคนละสาเหตุกัน เวลานั้นปี 54 มันคือน้ำท่วมหลากมาจากภาคเหนือ มวลน้ำมันมหึมากระแทกกลืนมาเรื่อยๆ แล้วเขาก็พยายามกั้นไข่แดงกทม.ไว้ มันเลยไปจมหนักๆ อยู่ตรงปริมณฑลกับรอบนอกแทน แต่รอบนี้มันคือน้ำฝนตกหนักใส่หัวเราตรงๆ แบบตกตรงไหนก็ขังตรงนั้นเลย มันไม่ได้มีมวลน้ำเหนือไหลมาจากไหนทั้งนั้น แต่มันคือน้ำฝนปริมาณมหาศาลที่ลงมารวดเดียวแล้วท่อมันระบายออกไม่ทัน เพราะงั้นตรงไหนที่ไม่เคยท่วมปี 54 แต่รอบนี้ดันเป็นจุดต่ำ เป็นแอ่ง หรือท่อระบายไม่ทัน มันก็จมได้หมดแหละ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย เลิกเอาไปเทียบกันได้แล้วว่าปี 54 ไม่ท่วมแปลว่าปลอดภัย เพราะมันคือน้ำคนละประเภทและคนละสาเหตุอย่างสิ้นเชิง
เรามีมาตรการดูแลผลกระทบทางจิตใจผู้ที่ผ่านเหตุการณ์ #กราดยิง ไหมวะ
ไปดูบอลที่คนในชุมชนเตะกัน ปรากฏมีบ่าวไทยบ้านเมาละตีกัน แม่กันเราออกไม่ให้โดนลูกหลง แล้วถลาเข้าไปลักเปิด1ในนั้นแล้วเดินยิ้มกริ่มออกมา
คำว่า“นักแสดง”อ่ะ คือการที่คุณแสดงเป็นตัวละครนั้นๆ ให้คนเชื่อว่าคุณเป็นตัวละครนั้น ไมเคิล บี ในsinnerที่เล่นเป็นแฝดดีไซน์ยันการเกร็งหน้าให้คนนึงมีลักยิ้ม อีกคนไม่มีด้วยซ้ำ ในขณะที่บางคนตัดฉากหลายเรื่องมาต่อกันก็ยังนึกว่าเรื่องเดียวกัน
อันนี้ไอเดียดีมากเลย อยากให้คนหันมาทำบุญกับคนเจ็บคนป่วยสถานพยาบาลเยอะๆนะ
จากคนที่ไม่กินผัดมะเขือมาตลอดชีวิต ล่าสุดกลับบ้านมาเจอวางอยู่บนโต๊ะกินข้าว โดนไปคำนึง เออก็อร่อยดีนิ่
ยังคงชอบประโยคที่ว่า
“สักวันนึงเราจะกลายเป็นคนแปลกหน้าของกันและกัน“
ตอนมัธยมเคยมีเพื่อนคนนึงที่สนิทกันมากๆ แบบนอนคาสายกัน 6-7 ชั่วโมง เรานอนกลางวันมันก็คาสายรอเราตื่น
ไม่รู้เหมือนกันว่าเริ่มห่างกันตั้งแต่ตอนไหน เหมือนแค่ตื่นมาวันนึงมุมมองเราสองคนก็ไม่ตรงกันแล้ว
จำได้ว่าครั้งนึงมันเคยพูดว่า
“งานแต่งกู มึงต้องมานะ”
แต่ตอนนี้… เรากลายเป็นแค่คนที่รู้เรื่องมันผ่านสตอรี่ไอจี ไม่ได้คุย ไม่ได้ทักกันแล้ว
แล้วแบบนี้งานแต่งมัน จะยังมีชื่อเราอยู่ในการ์ดเชิญไหมวะ
เคยมีคนพูดว่า คนเราจะตาย2ครั้ง ครั้งแรกตอนหมดลมหายใจ อีกครั้งคือตอนหายไปจากความทรงจำใครซักคน ตอนนี้ผมคงตายไปครั้งนึงแล้วสินะ
ไอ้หนวดที่หัวเคยฟู retweeted
ทฤษฎีสมคบคิด Reptilian (เรปทีเลียน)
อันนี้น่าสนใจ ที่น่าสนใจไม่ใช่ ตัวทฤษฎีสมคบคิดเรปทีเลียน ที่ว่า ผู้นำระดับโลกหลายคนเป็นเอเลี่ยนกิ้งก่า จากดาวดาโก้ ที่แปลงร่างเป็นมนุษย์ และคอยควบคุมโลก สร้างภัยพิบัติอยู่เบื้องหลัง
แต่ที่น่าสนใจคือ อะไรทำให้ “ลุงแท็กซี่” เป็นเช่นนี้
ในทางจิตวิทยา ทฤษฎีสมคบคิดกลายเป็นทั้ง ที่พึ่งทางอารมณ์ และ ชมรมที่ต้อนรับ เยียวยาจิตใจ ให้ กลุ่มคนเชื่อที่อะไรคล้ายกัน ได้เหมือนมีเพื่อนคิด มีโลกทำให้เค้ามีตัวตน ได้รับการยอมรับ กันอย่างอบอุ่น ไม่รู้สึกโดดเดียว
โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่
– อยู่คนเดียว
– แยกจากสังคม
– ขายของไม่ได้
– ชีวิตไม่มีอำนาจต่ออะไรเลย
“มีใครบางคนควบคุมทุกอย่าง แกไม่ได้บ้า โลกมันบ้าเอง”
นี่สะท้อนว่า ชีวิตลุงแท๊กซี่ อาจรู้สึกว่า “คุมอะไรในชีวิตไม่ได้เลย” เช่น
– รายได้ไม่แน่นอน
– ลูกหลานไม่คุยด้วย
– รัฐทำงานยังไงก็ไม่รู้
– เจอความอยุติธรรมเรื่อย ๆในท้องถนน
ทฤษฎีสมคบคิด จึงทำให้เค้ารู้สึกว่า
“เราเข้าใจเบื้องหลังโลก เราเลยไม่ได้อยู่ในโลกที่ควบคุมไม่ได้ซะทีเดียว”
นั้นคือความสบายใจในแบบบิดเบี้ยว
ลุงแท็กซี่หลายคนใช้ผู้โดยสารเป็น “พื้นที่ระบาย” ของชีวิต
พอเจอคนฟัง = เขารู้สึกเป็นคนสำคัญ
พอเจอคนไม่เถียง = เขารู้สึกชนะ
พอเจอคน “เล่นด้วย” เหมือนคุณ = เขารู้สึกผูกพันทันที
วิธีปฏิบัติตนเมื่อเจอคนแบบนี้ (โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เราไม่ปลอดภัย)
นี่คือสิ่งที่ใช้ได้จริง 100% ในชีวิตจริง โดยเฉพาะเวลาอยู่ในรถคนเดียว:
1) “อย่าเถียง” การเถียงจะทำให้เขา defensive อารมณ์แรงขึ้น
2) “เทคนิค Soft Pacing” เออออห่อหมก ไปกับเค้าเลย
3) “De-escalation” เทคนิคตัดสัญญาณสื่อสารทางสมอง หรือเปลี่ยนเรื่องคุย
เวลาเจอคนหลงทฤษฎีสมคบคิดในสถานการณ์ที่เราเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ไม่ต้องชนะ ไม่ต้องแก้ไข ไม่ต้องสอน
เราแค่ต้องปลอดภัย
การยอมตามเล็กน้อยอย่างชาญฉลาด คือทักษะชีวิตที่ควรได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติ
Replying to @somsomwrs
ลุงเอาแต่พูดๆๆ ไม่รู้จะทำยังไงให้ลุงสนใจฟังเรา เลยเอาความรู้จากที่เคยฟังรายการ I want to believe ทฤษผฎีสมคบคิดของพี่เผือกมาคุยว่า “หนูรู้จักมนุษย์กิ้งก่านะ นายกประเทศนี้ๆๆเป็นพวกเรปทีเลียน” ลุงก็ว้าว “หนูนี่สุดยอดไม่ธรรมดาจริงๆ” ทีนี้ลุงตั้งใจฟังเราบอกทาง ถึงบ้านปลอดภัยละ 😥 (2)














