
#Bluelock #Windbreaker #Idolish7 TH/EN/JP All🌱|🥀🌱
Joined February 2017
- Tweets6.4K
- Following474
- Followers561
- Likes8.3K
Pinned Tweet
อัพฟิค Love's (NOT) Sorrow
ตอนพิเศษ 2 : Willst du mich heiraten? (ธีม : สังคีต)
"เพลงนี้... มีชื่อว่าอะไรหรอครับ มิคาเอล?"
Read: readawrite.com/c/5859f9ac1c1…
#readtober2026 #ไคอิ #ไคอิซา
I died in that night retweeted
สิ่งที่ลิซ่าพูดจริง ๆ
1. ลิซ่าเล่าว่าเธอไปกินซูชิกับแม่และเพื่อนสนิท
เธอบอกว่านี่เป็นร้านโปรดของพวกเธอ แล้วเล่าว่าเธอหยอกผู้ชายที่กำลังคุยกันอยู่ว่าเขาจะจ่ายค่าอาหารให้ทั้งสามคนไหม
ผู้ชายตอบว่าไม่ แม้เธอจะพูดเล่นก็ตาม
2. ลิซ่าหวังว่าเขาอาจจะเซอร์ไพรส์เธอภายหลัง
ลิซ่าเล่าว่าเธอคิดว่าเขาอาจพูดปฏิเสธเล่น ๆ แล้วค่อยจ่ายให้ทีหลัง แต่สุดท้ายไม่มีเซอร์ไพรส์ และเธอต้องจ่ายเอง
จากนั้นเธอถามว่าเรื่องนี้ถือเป็น Red Flag หรือเปล่า
3. Jake Shane แสดงความคิดเห็นว่าอย่างไร?
Jake บอกว่า ถ้าผู้ชายกำลังจีบลิซ่าและพยายามทำให้เธอรักเขา เขาก็ควรเล่นไปตามมุกนั้นและเซอร์ไพรส์เธอด้วยการจ่ายเงินให้
นี่เป็นความคิดเห็นของ Jake ไม่ใช่กฎว่าผู้ชายทุกคนต้องจ่ายค่าอาหารให้ผู้หญิง
4. ลิซ่าอธิบายเพิ่มเติมอย่างไร?
ลิซ่าบอกว่าเธอไม่ได้ต้องการให้ผู้ชายจ่ายค่าอาหารให้ทุกครั้ง และเธอก็มีเงินของตัวเอง แต่การที่ใครสักคนทำอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ในคืนนั้น ทำให้เธอรู้สึกถึงความรัก
เมื่อพูดถึง Green Flag เธอยกตัวอย่างการเปิดขวดน้ำให้ แม้เธอจะเปิดเองได้ก็ตาม เพราะเธอชอบเวลาที่คนทำสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้โดยที่เธอไม่ต้องร้องขอ จบ..
I died in that night retweeted
คำทำนายที่ว่า "ระบบนอร์ดิกสุดท้ายจะพัง เพราะคนหมดไฟทำงาน โดนภาษีเอาไปหมด และเอกชนต้นทุนสูงจนแข่งขันไม่ได้" น่าจะพูดมาตั้งแต่ยุค 1970 แล้วนะเนี่ย
ความจริงคือ สวีเดนเคยเจอปัญหานั้นตอนช่วงปี 1970–1980 จริงครับ แต่หลังจากวิกฤตปี 1990 กลุ่มประเทศนอร์ดิกเขา "อัปแพตช์ใหม่" เรียบร้อย
ถ้าเรากางตัวเลขทางเศรษฐกิจจริงในปัจจุบันมาเทียบกับประเทศทุนนิยมสุดโต่งอย่าง สหรัฐอเมริกา ผลมันออกมาน่าดูเลยทีเดียว
ก่อนอื่นต้องตอบคำถามแรกที่ว่า
สวัสดิการทำให้เอกชนแข่งขันยากจริงไหม?
คนมักคิดว่าสวัสดิการทำให้คนขี้เกียจสร้างธุรกิจ
แต่ตัวเลขจริงคือ...
สวีเดน (ที่มีประชากรแค่ 10.5 ล้านคน) คือประเทศที่สร้าง Unicorn (สตาร์ทอัพมูลค่าเกินพันล้านดอลลาร์) ต่อหัวประชากรสูงเป็น อันดับ 2 ของโลก (เป็นรองแค่ Silicon Valley) ทั้ง Spotify, Skype, Klarna, Minecraft, IKEA, Volvo ส่วน เดนมาร์ก ก็มีบริษัทยาที่มูลค่าสูงที่สุดในยุโรปอย่าง Novo Nordisk, Maersk และ LEGO
ดัชนีนวัตกรรมโลก (Global Innovation Index โดย WIPO) สวีเดนครองอันดับ 2 ของโลก ชนะสหรัฐอเมริกาที่อยู่อันดับ 3
ขีดความสามารถในการแข่งขันของโลก (IMD World Competitiveness) เดนมาร์กและสวีเดนติด Top 10 ของโลก
การเลื่อนชนชั้นทางสังคม (WEF Global Social Mobility Index) ถ้าคุณขยันทำงาน โอกาสสร้างตัวเปลี่ยนฐานะการเงินใน เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ สวีเดน คืออันดับ 1–4 ของโลก ในขณะที่ประเทศทุนนิยมจ๋าอย่าง สหรัฐอเมริกา หล่นไปอยู่อันดับ 27 ของโลก
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? ก็เพราะการมี Safety Net ที่แข็งแกร่ง ทำให้คนเก่ง ๆ กล้าเสี่ยง กล้าลาออกมาสร้างนวัตกรรมระดับโลก โดยไม่ต้องกลัวว่าถ้าทำธุรกิจเจ๊งแล้วลูกจะไม่มีที่เรียน หรือพ่อแม่จะไม่มีหมอรักษา ต่างจากระบบทุนนิยมสุดโต่งที่คนไม่กล้าล้มเพราะล้มแล้วตายเลย
หลายคนเข้าใจผิดว่าภาษีนอร์ดิกแพง แปลว่าบริษัทเอกชนต้องโดนรีดภาษีจนต้นทุนสูง เอาล่ะ งั้นมาดูตัวเลขจริงครับ
Corporate Income Tax
สวีเดน: 20.6%
ฟินแลนด์: 20.0%
เดนมาร์ก / นอร์เวย์: 22.0%
ประเทศไทย: 20.0%
สหรัฐอเมริกา (รวมภาษีรัฐบาลกลาง+มลรัฐ): ~25% – 28%!
นอร์ดิกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและ VAT สูงครับ แต่เก็บภาษีบริษัทเอกชนในอัตราที่ต่ำกว่าอเมริกา และพอ ๆ กับไทย เพื่อไม่ให้ไปถ่วงต้นทุนการแข่งขันของเอกชน
ที่สำคัญ ในสหรัฐอเมริกาบริษัทเอกชนต้องแบกต้นทุนจ่ายค่าประกันสุขภาพให้พนักงานเฉลี่ยคนละ $16,000 – $24,000 ต่อปี (ราว 5.5 – 8 แสนบาท/คน/ปี) แต่ในนอร์ดิก เอกชนไม่ต้องแบกภาระค่ารักษาพยาบาลตรงนี้เลยเพราะรัฐดูแลให้หมด และได้แรงงานที่การศึกษาสูง สุขภาพจิตดี ทำให้ Productivity ต่อชั่วโมงสูงติดท็อปโลก
ถ้าสวัสดิการทำให้คนไม่อยากทำงานจริง อัตราคนทำงานในนอร์ดิกต้องต่ำกว่าอเมริกาใช่ไหมครับ? แต่ดูตัวเลขจาก OECD (ประชากรวัยทำงาน 15–64 ปี) ล่าสุดครับ:
อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน (Labor Force Participation Rate)
กลุ่มนอร์ดิก (ไอซ์แลนด์, สวีเดน, เดนมาร์ก, นอร์เวย์) สูงถึง 78% (อัตราการมีงานทำจริง ~73%)
สหรัฐอเมริกา (ทุนนิยมสุดโต่ง) อยู่ที่ ~61% (อัตราการมีงานทำจริง ~59%)
ทำไมคนนอร์ดิกถึงทำงานเยอะกว่าอเมริกา 23% ได้ล่ะ? ก็เพราะเขามีศูนย์เลี้ยงเด็กอ่อนของรัฐที่ดีมาก ทำให้ผู้หญิงกว่า 80% ไม่ต้องลาออกจากงานมาเลี้ยงลูกอยู่บ้าน
นอร์ดิกเปลี่ยนจากสวัสดิการแบบให้เปล่า มาเป็นระบบ Workfare คือเวลาคุณตกงาน รัฐจ่ายเงินชดเชยให้สูงจริง (70–80% ของเงินเดือนเดิมเพื่อไม่ให้ครอบครัวพัง) แต่ห้ามนอนดูซีรี่ย์เอไอแนวตั้งอยู่บ้านนะ!
รัฐจะบังคับให้คุณต้องเข้าคอร์ส Reskill ฟรีตามที่ตลาดต้องการ ต้องส่งการบ้านว่ายื่นสมัครงานไปกี่ที่ในแต่ละสัปดาห์ และต้องไปสัมภาษณ์งานตามที่ศูนย์จัดหางานจับคู่ให้ ถ้าใครอู้ ไม่ยอมไปเรียน หรือปฏิเสธงานที่หามาให้ รัฐจะสั่งตัดเงินช่วยเหลือทันที คนจึงไม่ขี้เกียจ แถมแรงงานทั้งประเทศถูกอัปสกิลใหม่ตลอดเวลา
คำทำนายว่านอร์ดิกจะพังเพราะจ่ายสวัสดิการจนถังแตก ลองกางตัวเลข หนี้สาธารณะต่อ GDP เทียบกันดูครับ
เดนมาร์ก: หนี้สาธารณะแค่ ~26% – 27% ของ GDP
สวีเดน: หนี้สาธารณะแค่ ~32% – 36% ของ GDP
นอร์เวย์: มีกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติใหญ่ที่สุดในโลก มูลค่าทะลุ 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 80 ล้านล้านบาท)
ประเทศไทย: หนี้สาธารณะ ~65% – 68% ของ GDP
สหรัฐอเมริกา (ทุนนิยมสุดโต่ง): หนี้สาธารณะพุ่งทะลุ 120%+ ของ GDP!
แน่นอนว่ากลุ่มนอร์ดิกไม่ใช่ไม่มีปัญหาครับ ปัจจุบันเขาก็มีโจทย์ใหม่เรื่อง "สังคมสูงอายุ" และ "การรับผู้อพยพ" (ที่ทักษะและภาษายังไม่ตรงกับตลาดงานขั้นสูงของเขา) ซึ่งเขาก็กำลังปรับนโยบายแก้กันอยู่
แต่ถ้าวัดกันด้วยตัวเลขเศรษฐกิจจริงในศตวรรษที่ 21 คำทำนายที่ว่า มีรัฐสวัสดิการแล้วคนจะขี้เกียจ เอกชนจะพัง สู้ทุนนิยมเพียวๆ ไม่ได้นั้น ถูกตัวเลขจริงของทั้งอัตราการมีงานทำ จำนวนสตาร์ทอัพ ดัชนีการแข่งขัน และวินัยทางการคลังของกลุ่มนอร์ดิก หักล้างไปจนหมดสิ้นแล้ว
ถ้าเทียบกับคนธรรมดา การเลี้ยงข้าวของลิซ่าคงเป็นการอ้อนขอให้ช่วยเปิดขวดน้ำอ่ะ สมมุติว่า คุยกันแล้วมาเดท
ผญ: เธอครับ เปิดขวดน้ำให้เราหน่อย
ผช: ไม่เปิด! เปิดเองดิ
นี่ว่านี่ก็เรดแฟล็กแหละ
เป็นไปได้ไหมว่า ที่เรย์รินไม่แข็งแร็งเพราะถูกสลับร่างแต่เด็กกับเคย์เก็ทสึ ร่างจริงของเคย์เก็ตสึคือร่างเรย์ริน ส่วนร่างจริงของเรย์รินคือร่างเคย์เก็ทสึ? แต่ถ้างั้นคู่เคย์โชวกับเคย์เก็ทสึจะขมมาก
จะว่าไป คนเขียนชาตินี้พี่ต้องเทพนี่เก่งนะ เขียนตัวละครผญเกิน 20ตัว แต่ทำให้รู้สึกชอบไม่ได้สักคน แบบรู้เลยว่าลึก ๆ เกลียดผญ
ในขณะที่คนชนเขียนผญกี่คนผมก็รักหมด อันนริจัง แม่ยจจัง แม่บาจิระ ครอบครัวจิงิริงี้ ทำได้ไง สุดยอดมาก
นี่ไม่ต้องถึงขั้นแฝด แต่หน้านี่กับหน้ายังใช้แทนกันได้ Orz งงมากว่าเกิดขึ้นได้ไง
กลับไปดูแรงเงาอีกรอบ แล้วสงสัยจุดนี้อ่ะ
คือเป็นฝาแฝดแล้วมันสแกนใบหน้าอีกคนได้ใช่ป่ะ
ใครมีข้อมูลส่วนนี้ไขความสงสัยให้ผ๋มหน่อยย
#แรงเงาEP1 #แรงเงา2026
มีเรื่องหนึ่งที่แอบใส่เรื่องของตัวเองไป ไม่รู้ว่าเขาจะเดาออกกันไหม5555555 //ส่วนออร์เคสตรานี่ชอบมากแต่ไม่ได้ทำงานในวงเลยแอบใช้เวลารีเสิร์ชอยู่
หรือจริง ๆ แล้วบลูล็อกคือเรื่องราวความรักของซาเอะอิซา พระเอกตัวจริงที่มาช้าแต่มานะ ส่วนฝรั่งหางไก่กับรุ่นน้องปากร้ายคือตัวหลอก
#มิดฟิลด์หน้าตายกับสไตรเกอร์แก้มยุ้ย
มันจะมีโอกาสที่พี่ซาเอะกับพูดกับอิซางิประมาณว่า “อิซางิ โยอิจิ ทำหน้าที่ของนายในสถานะสไตรเกอร์ให้เต็มที่ซะ ที่เหลือฉันจัดการเอง” บ้างไหมนะ ถ้ามีจะเขินมาก เพราะจะเป็นประโยคจีบเคะที่ยจจังชอบที่สุด
นึกภาพว่าเท็ดดี้เม้งแตก ปลุกอีโก้สำเร็จแล้วไปยืนชี้หน้าด่าฟ็อกซ์
เท็ดดี้: เลิกพล่ามได้แล้ว ขนาดผมยอมทิ้งอีโก้แล้วตามรับใช้คุณขนาดนั้น แต่คุณก็ยังไม่มีน้ำยาจะพาอังกฤษไปคว้าแขมป์ได้
ฟ็อกซ์: เท็ดดี้ฉัน–!
เท็ดดี้: ก็บอกให้หุบปากไปไง รีบเกษียณไปเลี้ยงหลานได้แล้ว






















