
Movie is my one kind of drug. #studioghibli | #Queen l Thai #Directioner! who waiting for #Hogwarts letter, and sing all #Disney song.
Joined April 2012
- Tweets72.2K
- Following545
- Followers206
- Likes4.2K
Pinned Tweet
เป้าหมาย:
1.ไปแลกเปลี่ยน
2.เล่นกีตาร์ได้
3.พูดอังกฤษได้
สถานะปัจจุบัน: ไม่มีวี่แววว่าจะสำเร็จสักอย่าง
😂😂😂 – at Amphoe Bang Pa-in, Phra Nakhon Si Ayutthaya Province
frog this life retweeted
AOT ประกาศให้ชัดเลยว่าต่อไปนี้ไม่อนุโลมกรณีน้ำดื่มในทุกกรณี ให้ทิ้งก่อนเข้าจุดตรวจ หรือหากตรวจพบ จนท. มีอำนาจหทิ้งทุกกรณี ยกเว้นของเหลวที่จำเป็นต่อ ผดส. อาทิ ยา หรืออาหารเด็ก จะได้จบ ๆ เอาให้ชัดจะได้ไม่ต้องมานั่งตั้งคำถาม ทั้งๆที่แจ้งโต้ง ๆ ก่อนเข้าจุดทุกสนามบินแต่ทำเป็นไม่เข้าใจ
frog this life retweeted
ถ้าเป็นเราจะบอกลูกว่า“ อยากดูไลฟ์พ่อต่อก็ดูเลย แต่รู้ไว้ด้วยนะว่า 500,000เยนที่แม่หามาอย่างยากลำบากนั้นเอาไว้เป็นการศึกษาม.ปลายของลูก และต่อจากนี้ลูกอาจจะไม่ได้เรียนแล้วหล่ะ เพราะแม่ไม่มีเงินมากพอแล้ว ยังไงก็ลองไปขอเงินคืนจากพ่อของลูกดูแล้วกัน ”
ลูกชายวัย 14 ปี แอบใช้บัตรเครดิตของฉันรูดเงินไปถึง 500,000 เยน มันเป็นเงินที่ฉันเก็บไว้สำหรับการเรียนต่อมัธยมปลายของเขา ตอนแรกฉันโกรธเพราะคิดว่าลูกเอาเงินไปเติมเกม แต่ลูกชายกลับตะโกนใส่ฉันว่า “แม่ไม่มีวันเข้าใจหรอก!”
3 วันหลังจากนั้น ฉันเข้าไปตรวจสอบประวัติการซื้ออย่างละเอียด และได้รู้ว่าเงิน 500,000 เยนนั้นถูกใช้ไปเพื่อใคร ฉันถึงกับทรุดลงไปนอนร้องไห้จนแทบยืนไม่ไหว
ฉันอายุ 39 ปี เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวอยู่ที่โอซาก้า มีลูกชายเรียนอยู่ชั้น ม.3 ชื่ออาซาฮิ
10 ปีก่อน สามีทิ้งฉันไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่น ตอนนั้นอาซาฮิอายุแค่ 4 ขวบ ตั้งแต่นั้นมาอดีตสามีไม่เคยจ่ายค่าเลี้ยงดูให้ และแทบไม่ติดต่อมาอีกเลย
ฉันทำงานออฟฟิศตอนกลางวัน และทำงานร้านอาหารช่วงสุดสัปดาห์ เก็บเงินทีละเล็กทีละน้อยจนได้ 500,000 เยนเพื่อเตรียมไว้สำหรับตอนที่ลูกเข้ามัธยมปลาย
แต่เมื่อเดือนที่แล้ว ตอนที่ฉันเช็กยอดบัญชีบัตรเครดิต ฉันถึงกับตาค้างและไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
มียอดชำระเงินเกี่ยวกับบริการเกม รวมแล้วสูงถึง 500,000 เยนภายในเดือนเดียว
พอถามอาซาฮิ ตอนแรกเขาเงียบ แต่ในที่สุดก็ร้องไห้แล้วพูดว่า “ผมขอโทษครับ”
ฉันเองก็ร้องไห้เช่นกัน
“ลูกรู้ไหมว่าแม่ต้องใช้เวลากี่ปี กว่าจะเก็บเงิน 500,000 เยนได้?”
ฉันปรึกษาเจ้าหน้าที่สนับสนุนครอบครัว และตัดสินใจจำกัดฟังก์ชันเติมเงินในมือถือชั่วคราว
ทันใดนั้น อาซาฮิก็ตะโกนใส่ฉัน
“ผมเกลียดแม่ที่สุด! ผมจะไปอยู่กับคุณตา!”
เขาโทรหาพ่อของฉันทันที ไม่ถึงชั่วโมงพ่อก็มาเก็บเสื้อผ้าและของใช้ไปโรงเรียนของลูกชาย
“แกเห็นเงินสำคัญกว่าลูกงั้นเหรอ? แกมันหมดความเป็นแม่คนแล้ว”
แล้วพาอาซาฮิไป
ฉันทำได้แค่นั่งร้องไห้ที่หน้าประตูบ้านและมองพวกเขาจากไป
3 วันต่อมา ฉันเปิดแท็บเล็ตที่ทิ้งไว้ในบ้านเพื่อตรวจสอบประวัติการซื้อของลูกชายอย่างละเอียด
เงิน 500,000 เยนนั้น ประมาณ 430,000 เยน ไม่ได้ถูกใช้ไปกับไอเทมในเกมเลย แต่กลับถูกส่งเป็น “โดเนท” และจ่ายค่าดูสตรีมแบบเอกสิทธิ์เฉพาะกลุ่มให้กับสตรีมเมอร์คนหนึ่ง
ฉันเปิดหน้าของสตรีมเมอร์คนนั้น
พอเห็นหน้าผู้ชายบนจอ ฉันแทบหยุดหายใจ
วินาทีที่เห็นหน้าผู้ชายที่อยู่ในจอ หัวใจของฉันแทบจะหยุดเต้น
นั่นคืออดีตสามีที่ทิ้งฉันกับลูกชายวัย 4 ขวบเมื่อ 10 ปีก่อน
“ทาคุมิ” อดีตสามีของฉัน เป็นสตรีมเมอร์แคสต์เกมไปแล้ว
ฉันไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย แต่ดูเหมือนเขาจะไลฟ์สตรีมแบบนี้มาหลายปีแล้ว
อาซาฮิใช้ชื่อ “อาซะ” ดูไลฟ์ทุกคืน และทุกครั้งที่เขาส่งเงินโดเนท ทาคุมิก็จะเรียกชื่อเขาผ่านหน้าจอ
“อาซะ ขอบใจมากนะสำหรับวันนี้! นายนี่มันสุดยอดจริงๆ”
ลูกชายของฉันยอมเปย์เงินไปหลายหมื่นหลายแสนเยน เพื่อให้ได้ยินประโยคนี้
ในแท็บเล็ตยังมีข้อความเก่าๆ ที่ลูกแชตคุยกับสตรีมเมอร์คนนี้เหลืออยู่
ตอนแรกอาซาฮิปิดบังตัวตน แต่ไม่กี่เดือนก่อน ทาคุมิก็รู้ว่าอาซาฮิคือลูกชายตัวเอง
อาซาฮิ: “พ่อครับ รู้แล้วใช่ไหมว่าผมคือใคร?”
ทาคุมิ: “รู้สิ โตขึ้นมากเลยนะ”
อาซาฮิ: “เราจะได้เจอกันไหม?”
ทาคุมิ: “ช่วงนี้ยุ่งๆน่ะ แต่เดี๋ยวลูกมาดูไลฟ์อีกใช่ไหม?”
หลังจากนั้นลูกชายก็ยังส่งเงินให้พ่ออย่างต่อเนื่อง
ข้อความในวันหนึ่งเขียนไว้ว่า
อาซาฮิ: “เดือนนี้ผมเปย์พ่อเยอะที่สุดเลยใช่ไหม?”
ทาคุมิ: “ใช่แล้ว ถ้าทำได้แบบนี้ต่อไป ลูกจะได้เป็นอันดับหนึ่งเลยนะ”
ฉันกำมือถือแน่นจนสั่นไปหมด
ลูกชายไม่ได้ใช้ 500,000 เยนเพราะอยากได้ตัวละครเก่งๆในเกม
แต่เพราะอยากให้พ่อที่ทิ้งตัวเองไปเมื่อ 10 ปีก่อน หันกลับมาสนใจอีกครั้ง
ฉันรีบไปบ้านพ่อทันที
ฉันถามความจริงจากพ่อ ตอนแรกพ่อก็เงียบ แต่สุดท้ายก็ยอมรับ
“พ่อเป็นคนเชื่อมโยงสองคนนั้นให้เจอกันในเน็ตเองแหละ พ่อคิดว่าเด็กผู้ชายยังไงก็ต้องมีพ่อนะ”
“แล้วพ่อรู้เรื่องเงิน 500,000 เยนนั่นด้วยไหม?”
พ่อเปลี่ยนสีหน้า
“พ่อไม่เคยรู้เลยว่าหลานจะใช้เงินเยอะขนาดนั้น”
ฉันตัวสั่นเพราะความโกรธ
“ทำไมไม่ปรึกษาฉัน?”
พ่อตอบว่า
“แกเกลียดทาคุมิไม่ใช่เหรอ แต่แกไม่มีสิทธิ์ไปพรากพ่อออกจากชีวิตของอาซาฮินะ”
ตอนนั้นอาซาฮิเดินออกมาจากห้องข้างๆ
พอเห็นฉันก็พูดว่า
“แม่ อย่าว่าคุณพ่อนะ คุณพ่ออุตส่าห์จำชื่อผมได้แล้วนะแม่”
ฉันพูดอะไรไม่ออก
ฉันถามอาซาฮิ
“แล้วพ่อเขารู้ไหม ว่าลูกใช้บัตรเครดิตของแม่ไปรูดเงิน?”
ลูกชายส่ายหัว
“ไม่ได้บอกครับ แต่ป่ะป๊าใจดีกับผมมากเลยนะ ในไลฟ์เขาก็พูดขอบคุณผมตลอดเลย”
“แล้วตอนที่ลูกไม่ได้ส่งเงินให้ล่ะ?”
อาซาฮิเงียบไปสักพัก
“เพราะคนคอมเมนต์มันเยอะ บางทีคุณพ่อเขาก็เลยอาจจะไม่ทันสังเกตเห็นน่ะครับ”
ฉันเจ็บใจมาก
ลูกชายของฉันต้องส่งเงินให้พ่อทุกคืนเพียงเพื่อให้พ่อหันมาสนใจ
เขารู้แค่ว่าถ้าโดเนทเงิน พ่อจะเรียกชื่อ ถ้าเปย์หนักๆ พ่อจะชมเชยต่อหน้าทุกคนในไลฟ์
ลูกชายคิดว่านั่นคือความรัก
คืนนั้นฉันโทรหาอดีตสามีทันที
“ทั้งที่รู้ว่านั่นคืออาซาฮิ แต่ทำไมคุณถึงยังยอมรับเงินมากมายขนาดนั้นจากลูกได้?”
ทาคุมิไม่สำนึกผิดเลย
“ฉันไม่ได้บังคับให้จ่ายนี่ ลูกเขาแค่อยากซัพพอร์ตไลฟ์ของฉันเองนะ”
“นั่นลูกชายแท้ๆ ของคุณนะ เขาเพิ่งจะอายุ 14 เอง”
“เงิน 500,000 เยนนั่นมันไม่ได้เข้ากระเป๋าฉันทั้งหมดหรอกนะ แพลตฟอร์มเขาก็หักเปอร์เซ็นต์ไปตั้งเยอะ”
ฉันตะโกน
“ฉันไม่ได้พูดเรื่องนั้น!”
ทาคุมิตอบว่า
“อาซาฮิแค่อยากมีสายสัมพันธ์กับฉันต่างหากล่ะ เรื่องแบบนี้คนอย่างเธอคงไม่มีวันเข้าใจหรอก”
คำพูดนั้นทำให้รู้ว่า 10 ปีผ่านมา เขาไม่เปลี่ยนไปเลย
ฉันเก็บหลักฐานการชำระเงินทั้งหมดไว้ และเริ่มเตรียมตัวปรึกษาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการขอคืนเงินกรณีผู้เยาว์ทำธุรกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต
แต่ปัญหาที่ยากที่สุดไม่ใช่เรื่องเงิน
เพราะตอนนี้ อาซาฮิยังคงเชื่อมั่นและรักพ่อของเขามาก
เมื่อวานพ่อของฉันติดต่อมา
“ดูเหมือนทาคุมิมันก็นึกเสียใจและสำนึกผิดอยู่เหมือนกันนะ แกอย่าไปทำลายความสัมพันธ์ของพ่อลูกเขาเลย”
ฉันถาม
“งั้นถ้าเขาสนใจลูกจริง ทำไมทาคุมิถึงไม่เคยมาหาอาซาฮิเลยสักครั้งเดียวล่ะคะ?”
พ่อไม่ตอบ
คืนนั้นอาซาฮิส่ง LINE มา
“แม่ครับ ผมขอโทษนะ เงินนั้นถ้าผมโตเป็นผู้ใหญ่เมื่อไหร่ผมจะหามาคืนให้อย่างแน่นอน แต่ผมขอแค่ได้ดูไลฟ์ของป่ะป๊าต่อไปได้ไหมครับ ไม่งั้นป่ะป๊าจะลืมผมไปอีกรอบ”
ฉันอ่านข้อความนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ลูกชายของฉันสำนึกผิดเรื่องเงิน 500,000 เยนจริงๆ
แต่เขากลับคิดว่า เพื่อไม่ให้พ่อลืมเขาไป เขาจำเป็นต้องส่งเงินให้พ่อต่อไปเรื่อยๆ
และเขาคิดว่า การที่ฉันสั่งห้ามไม่ให้ดูไลฟ์ มันคือการพรากพ่อไปจากเขาอีกเป็นครั้งที่สอง
ฉันอยากให้อดีตสามีมารับผิดชอบ และอยากให้เขาอธิบายมาให้ชัดเจนว่าทำไมถึงยอมรับเงินก้อนโตทั้งที่รู้ว่านี่คือลูกตัวเอง
แต่ถ้าฉันเปิดเผยความจริงและหลักฐานแชตทั้งหมดนี้ให้ลูกเห็น มันอาจจะเป็นการทำลายความหวังและความเชื่อใจที่เด็กคนหนึ่งเฝ้ารอคอยพ่อมาตลอด 10 ปีลงไปในพริบตา
เช้าวันนี้ อาซาฮิส่งข้อความมาหาฉันอีกประโยคหนึ่ง
“แม่ครับ ถ้าผมไม่ได้ส่งเงินให้ป่ะป๊าแล้ว ป่ะป๊าจะยังรักผมอยู่ไหมครับ?”
จนถึงตอนนี้ ฉันก็ยังไม่ได้ตอบข้อความนั้นเลย
หากคุณเป็นฉัน คุณจะยอมเปิดเผยข้อความแชตทั้งหมดที่คุยกับอดีตสามีให้ลูกรับรู้ เพื่อดำเนินการเอาเงินคืนมาไหม หรือคุณจะเลือกปกป้องความรู้สึกของลูกเอาไว้ก่อน แล้วค่อยๆ หาวิธีเยียวยาความสัมพันธ์ระหว่างลูกกับพ่อทีหลังดี?
พ่กavd มันจะชอบหายตอนที่ตัวมันเองเป็นฝ่ายผิดคร่ะ! ตอนมันถูกมันเถียงเราได้ ตอนมันผิดมันหาย มันไม่กล้าเผชิญหน้า ถ้าเราเกิดไม่พอใจใส่อารมณ์เรียกร้องคำขอโทษคำอธิบาย ชีจะหาย สรุปavdก็คือคนขี้ขลาดคนนึงนั่นแหละ รับมือกับอารมณ์รุนแรงไม่เป็น คนจะคบกับavdต้องยอมเสียตัวตนอ่ะถึงจะรอด
Replying to @imshittingmyslf @RVI1134
เราเริ่มจากการทำให้เค้าเชื่อค่ะว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราจะไม่ตำหนิเค้า และเราอยากฟังมุมเค้า สมมติเค้าบิดนัดเราเราก็ใช้บทประมาณ “วันนี่น่าเสียดายจัง เราอยากเจอเธอมาหลายวันแล้ว เธอเหนื่อยม้ายย มาเล่าให้เราฟังก็ได้นะ เราเหงาอ่าอยากฟังเธอบ่นบ้างจัง งั้นไว้วันหลังนัดกันใหม่น้าา” (+)
frog this life retweeted
รำคานอะวอยแด้น กุไมาเคยเจอหรอก ละขอไม่เจอนะ มีข้ออ้างให้ตัวเองยุนั่น อีปันยาอ่อนเอ้ย ถ้ารุ้ว่ามีปมขนาดนั้นในชีวิตจะระริกระรี้หาผัวหาเมียทำไม ยุในโลกเน่าๆของตัวเองไปสิ ไปดึงคนอื่นเข้ามาละสร้างปมให้คนอื่นต่ออีก ตอนทำงานมึงทนกับความกดดันได้ปะ? ถ้าได้กับคสพ.ก้ไม่น่ายากเนอะอิช้างเย้ด
ควรไล่พนักงานดอนเมืองคนนั่นที่dmไปบอกว่าอนุโลมให้กินได้ เพราะอนุโลมทำให้เสียระบบ และทำให้คนพวกนี้เห็นแก่ตัว
frog this life retweeted
เนี่ย @AOTthailand ไปตามตรวจสอบด้วยนะคะ ที่อินฟลูนำแชทสาวที่อ้างว่าตนเองทำงานในสนบ. ดอนเมืองว่าสามารถอนุโลมให้ดื่มน้ำได้ ว่านี่เป็นช่องโหว่ด้านความปลอดภัยและเบียดเบียนผู้โดยสารท่านอื่นที่เคารพกฎแค่ไหน และไม่ควรปล่อยให้ผู้โดยสารจัดการกับของเหลวด้วยตนเองตามมุมแบบนั้นด้วยค่ะ
frog this life retweeted
อยากให้ aot ฟ้องเป็นกรณีตัวอย่างคนไทย จะได้รู้ว่าเป็นกฎที่ต้องจริงจัง เพราะข้อบังคับนี้เกิดขึ้น เพราะมีคนใช้สารเคมีเหลว ผสมกันเพื่อทำระเบิดบนเครื่องบิน การที่เขาอนุโลมให้ไม่เกิน 100 ml และรวมกันไม่เกิน 1,000 แม้มีสารเคมีที่ใช้ทำระเบิด เล็ดลอดเข้าไปได้จะได้ไม่เกิดความเสียหายมาก
สรุปน้ำเอาเข้าไป 2 ขวด + 1 กระบอก
ที่ทิ้งน่าจะน้ำแร่ด้วย ปกติไม่เอามาชงนมกัน
สำหรับสายการบินในประเทศ นี่คิดว่าคนธรรมดาเข้าไปไม่น่าได้อนุโลม นอกจากในกระบอกด้วย
#แก้มกี้ #สนามบินสุวรรณถภูมิ
frog this life retweeted
ก็หวังว่า @AOTthailand จะไม่บ้าจี้ตามอินฟลูที่อาจจะเคยได้รับการอนุโลมจนคิดว่าเป็นเรื่องปกติพึงทำได้ องค์กรควรปกป้องจนท.ที่ปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองอย่างเคร่งครัด มันเป็นเรื่องของความปลอดภัย และควรเข้มงวดกับจนท.ที่หละหลวมเกินไปมากกว่า
frog this life retweeted
ดังกว่านี้ 😭 อยากให้ @AOTthailand ออกข้อบังคับให้ชัดเจนเรื่องการไม่เปิดให้ต่อรองหรือจัดการของเหลวด้วยตนเอง ณ จุดตรวจคัดกรองความปลอดภัย เพราะใครจะรับประกันได้ว่าสิ่งที่บรรจุมาเป็นน้ำดื่มจริง ไม่ใช่สารอันตราย จนท.มีหน้าที่รักษาความปลอดภัยของส่วนรวม ไม่ใช่ต้องเสียเวลามายืนเฝ้าผู้โดยสารที่ต้องการจัดการของเหลวตามความพอใจ จนกระทบต่อกระบวนการคัดกรองและเบียดเบียนทั้งเวลารวมถึงพื้นที่ของผู้โดยสารท่านอื่น ความสะดวกของคนคนเดียวไม่ควรอยู่เหนือความปลอดภัยของทุกคน มาตรการรักษาความปลอดภัยมีไว้เพื่อป้องกันเหตุ ไม่ใช่รอให้เกิดเหตุก่อนถึงจะเห็นความสำคัญค่ะ
frog this life retweeted
อินฟลู not all ก็แบบนี้หน้ากล้องใจดีจังหลังกล้องแม่งเอาเปรียบพนักงานบริการทุกทาง เคสนี้ดูจากภาษากายก็แบบ.. แต่ก็นะไม่มีเสียงก็ตัดสินอะไรไปก่อนไม่ได้
frog this life retweeted
สุดท้าย AOT จะทำแบบนี้รึเปล่านะ 1.แบนแก้มกี้ไม่ให้บินในประเทศปีนึง เพราะจงใจทำผิดกฎ 2.ฟ้องแพ่งแก้มกี้ที่เหยียดเจ้าพนักงานว่าที่บ้านมีปัญหาแต่จงใจไม่เมนชั่นส่วนนี้ในไลฟ์ทำให้คนหังเกิดความเข้าใจผิดได้ 3.ลงโทษเจ้าพนักงานที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ แฟร์ๆ จบ
frog this life retweeted
Replying to @hlinsugar
อย่าว่าแต่จะเจอบนเครื่องบิน
เจอในสังคมปกติก็รังเกียจครับ
สมองไม่ได้มาตรฐานสังคม
สันดานเสียไม่เคารพกฎเกณฑ์
frog this life retweeted
ไม่เกี่ยวกับดราม่าตอนนี้นะ แต่ครอบครัวนี้คือเปนตัวอย่างครอบครัวที่ไม่อยากเจอบนไฟท์เดียวกันเลย
เปิดกล้องวงจรปิด ดราม่า จนท.สุวรรณภูมิ-แก้มกี้ อินฟลูดัง ปมทิ้งขวดน้ำดื่ม ณ จุดตรวจค้น
#แก้มกี้ #สนามบินสุวรรณภูมิ Suvarnabhumi Airport #BKK #AOT #สุวรรณภูมิ
frog this life retweeted
อยากเห็นท่าทางเฟียสๆแบบนี้ตอนอยู่เมืองนอก อยากเห็นตอนสั่งให้เค้าหยิบน้ำขึ้นมาจากถังขยะแล้วสั่งให้เช็ด
อยากเห็นเอเนอจี้ความมั่นทั้งๆที่ตัวเองกำลังทำผิดกฏกับพนักงานที่ไม่ใช่คนไทยดูบ้าง
This quoted post is unavailable.
frog this life retweeted
เจอระเบิดก็อนุโลมให้หน่อยแล้วกัน เพราะเป็นการบริการ
คนไทยยังคงจะย้ำแต่เรื่องห้ามนำของเหลวขึ้นเครื่อง กฎต้องเป็นกฎ แต่ไม่ได้คิดจะอ่านหรือทำความเข้าใจกรณียกเว้นเลย ถ้ามีเด็กเล็กจะมีอนุโลม กี่ขวดว่าไป แต่ที่เป็นประเด็นคือพฤติกรรม การบริการ คนเราจะด่าใครไหมถ้าไม่ถูกทำให้โมโหก่อน แล้วงานบริการอ่ะ มันทำดีๆกว่านี้ไม่ได้หรอวะ #แก้มกี้
frog this life retweeted
ตอนอัดคลิปเล่าว่ากลัวจนท.ทำท่าจะต่อย
กับที่เห็นจากกล้องวงจรปิดนี่เหมือนไม่ใช่เหตุการณ์เดียวกัน
ไม่ว่าคุณจะรู้สึกว่าตัวเองมีชื่อเสียงแค่ไหน ก็ควรจะเคารพเกียรติและศักดิ์ศรีของคนอื่นด้วย
เวลาจะคบใคร red flag แรกที่ต้องสังเกตคือ มารยาทสังคมและการให้เกียรติคนรอบข้างนี่แหละ
วงจรปิดมีมุมเดียว? "แก้มกี้" โวยหลังสนามบินเผยภาพวงจรปิดเพื่อชี้แจงเหตุการณ์ เผยกล้องมีหลายมุมมาก แต่สนามบินลงภาพแค่มุมเดียว เน้นหน้าผู้โดยสารแต่ไม่เห็นกิริยาของเจ้าหน้าที่
#เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #สนามบินสุวรรณภูมิ #แก้มกี้
frog this life retweeted
ชวนคิด: การดูหมิ่นปรามาสใส่ผู้หญิงที่ชักสีหน้าว่า ทะเลาะกับผัวมาหรอ สงสัยผัวไม่เอา เป็นการแฝงความคิดแบบ misogynist หรือไม่ มันเหมือนกับว่าคุณมองข้ามทุกเหตุผลทุกที่มาของปัญหาไปลงว่าผัวไม่รักผัวไม่เอาตีกับผัวมาแน่ๆ เลยมาลงในที่ทำงาน ประหนึ่งว่าผู้หญิงโดยทั่วไปขาดความสามารถในการแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว
คิดง่ายๆ คุณไม่พอใจอะไรซักเรื่อง แต่ถูกผู้ชายพูดใส่ว่า "เมนมาหรือไง" คุณชอบมั้ย
ปี 2026 แล้วเลิกใช้ประโยค problematic พวกนี้กดผู้หญิงด้วยกันเองเถอะ
พี่แก้มออกมาไลฟ์ชี้แจงใน ตต. ค่ะ ตามไทม์ไลน์กล้องวงจรปิด ไลฟ์ยาวประมาณ 30 นาที ตัดมาช่วงสำคัญและสรุปไว้ให้แล้วค่ะ #แก้มกี้
frog this life retweeted
นี่ยืนยันนะว่า บินในประเทศจากสุวรรณภูมิ หลังผ่านจุด x-ray หน้าเกท A B อะไรก็ตาม หรือแม้แต่หน้าบัสเกท ก็ยังมีน้ำเปล่าขาย เป็นตู้อัตโนมัติและร้านค้าบูธเล็กๆ ราคาอาจจะสูงซักนิด แต่การหาน้ำเปล่าเพื่อชงนมลูกก่อนขึ้นเครื่องไม่ได้ยากขนาดนั้น มันไม่ใช่ไม่มีเลย ดังนั้นจึงไม่ใช่เหตุผลในการขออนุโลมนำน้ำเปล่าในบรรจุภัณฑ์ขนาดเกินกำหนดผ่านเข้าไปได้
จริงๆการที่จนท.อนุโลมน้ำเปล่าให้ 1 ขวดนั้น พูดตามตรงก็คือ เขาก็เอาคอตัวเองไปอยู่บนเขียงมากๆละ คุณยังจะมาขอต่อรองดื่มน้ำในจุดที่ชุลมุนวุ่นวายอีก มันเป็นจุดที่คืนสัมภาระที่เช็คผ่านให้ผู้โดยสาร ซึ่งไม่ควรมีการมายืนแช่หรือออกันหลายคนตรงนั้น เพื่อให้ระบุเจ้าของสัมภาระได้ถูกต้องและป้องกันการหยิบสัมภาระผิด บางคนบอกก็ปล่อยเขาดื่มน้ำไปสิ แต่นั่นแปลว่า ต้องเสียจนท. 1 คนในการเช็คให้แน่ใจว่าคุณดื่มน้ำจริง ไม่แอบเก็บใส่กระเป๋า และการดื่มน้ำให้หมดขวดใช้เวลานาน ไม่มีใครว่างทำแบบนั้นให้คุณ เขามีหน้าที่รักษาความปลอดภัย งานหลักเขาไม่ใช่การบริการ
และจุด x-ray ตรงนั้นเป็นโซนที่วุ่นวายจอแจทำงานแข่งกับเวลามาก ยิ่งเช้าๆกราวสตาฟยืนถือป้าย final call กันหลังผ่านสแกนเพียบ กดดันนะ ต้องรีบสแกนรีบเคลียร์ให้คนได้ขึ้นเครื่อง สแกนเสร็จผู้โดยสารควรรู้ตัวว่าต้องรีบเดินออก ถ้าจะเก็บของจัดกระเป๋าก็ต้องย้ายไปทำตรงจุดที่กำหนด เพราะเขาไม่ให้มายืนแช่ตรงท้ายเครื่อง x-ray
คนละประเด็นกับจนท.สลิ้งแตก เรื่องนั้นยังไงเขาก็โดนลงโทษทางวินัยอยู่ละ เจ้าตัวนั่นแหละเมื่อไหร่จะคิดได้ว่าตัวเองก็ผิดที่ไม่ทำการบ้านเรื่องกฎการบิน จุด security check ไม่ใช่พื้นที่มาต่อรองหรือขอความอะลุ้มอล่วย ถ้าบินบ่อยจะรู้ว่าตอนซื้อตั๋วเขาก็ให้รับทราบกฎการถือสัมภาระทุกครั้ง ส่วนเรื่องคำพูดด้วยความโมโห ต่อให้ในใจจะคิดว่าจนท.กวนส้นเท้าก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีสิทธิ์พูดแบบนั้นกับใครได้ #แก้มกี้

































