𝔚𝔦𝔱 retweeted
TEXAS TURNS BLUE IN A HISTORIC DOUBLE FLIP
Democrat Gina Hinojosa unseats Gov. Greg Abbott, becoming Texas's first Democratic governor since Ann Richards was elected in 1990.
Democrat James Talarico also defeats Ken Paxton in the U.S. Senate race, marking the first Democratic Senate victory in Texas since 1988.
This ends Republicans' 32-year winning streak in Texas statewide elections.
The outcome could also have major implications for Texas's AI data center boom and ERCOT's power grid.
Hinojosa has called for a moratorium on new data center development, stricter power and water regulations, and an end to data center tax breaks.
Jefferies estimates that a Hinojosa victory could put 13.1 GW of announced Texas data center projects at immediate risk.
ข่าว hack ช่วงนี้คนน่าจะตระหนกเกินไปหน่อย ตู้แช่โดนแฮคเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ (พี่เล่นเปิด public ip) ไม่ได้เป็นเรื่องเหลือเชื่อ
เตรียมเงินสดถ้าไม่ลำบากก็กันไว้ก่อนได้ แต่อาจไม่จำเป็นเท่าไหร่นัก ในไทยก็ใช้ระบบตู้แช่ยี่ห้อเดียวกันกับยุโรปแต่ไม่โดน เพราะส่วนใหญ่เป็น Private Network
𝔚𝔦𝔱 retweeted
สรุปคือ เจาะคอมพนักงานหลายคน(วิธีดูด้านล่าง) แล้วไต่สิทธิ์เข้าไปใช้ระบบเซ็นของ Binance เพื่อสั่งย้ายเงินและสร้างสิทธิ์ EIP-7702 จึงโอนเงินออกได้โดยไม่ต้องรู้ private key เลย
ลำดับเหตุการณ์คือ
June : พนักงาน A ฝ่าย wallet DevOps ติดตั้งตัว Homebrew ที่ถูกดัดแปลงมาก่อน แต่ Binance เจอก็เลยเปลี่ยนเครื่องและเปลี่ยนข้อมูลเข้าระบบ แต่ Attacker รู้แล้วว่าใครทำหน้าที่อะไรในทีมกระเป๋าเงิน
Sep : พนักงาน B โดนหลอกสัมภาษณ์งานปลอม มีทั้ง HR และ CEO ปลอม ก่อนให้ดาวน์โหลดโจทย์เขียนโปรแกรมที่ฝังมัลแวร์ลงคอมไปด้วย
20 Oct : ใช้เครื่อง B เป็นทางผ่าน แล้วอาศัยเครื่องมือ AI ภายในบริษัท เข้าถึงเครื่องของ A และพนักงาน C พบข้อมูลสิทธิ์สำหรับติดตั้ง container บนเครื่อง A
29 Oct : ใช้เครื่อง C ร่วมกับสิทธิ์ที่ขโมยจาก A ติดตั้ง container และรันสคริปต์ เข้าถึงระบบเซ็นของกระเป๋า แล้วเริ่มโจมตี
𝔚𝔦𝔱 retweeted
พนักงาน Microsoft จำนวน 60,000 คน ได้รับข้อเสนอลาออกโดยสมัครใจ ซึ่งคิดเป็นราว 27% ของพนักงานทั้งหมด ในสหรัฐฯ แคนาดา อังกฤษ และอินเดีย
นี่ยังไม่ใช่การเลย์ออฟแบบบังคับให้ออก แต่ผมเห็นสัญญาณก่อนพายุลูกใหญ่จะมา
และเอาจริงๆนะ Microsoft ไม่ใช่บริษัทเดียวที่ประกาศ เอาเฉพาะแค่เดือนที่ผ่านมา ชื่อที่คนไทยคุ้นหูเรียงแถวกันประกาศลดคนกันรัวๆครับ
ทำไมถึงเป็นแบบนี้ AI คือสาเหตุเดียวจริงๆ หรือเปล่า?
---
ก่อนไปคุยกันต่อ ผมพาไปดูเร็วๆก่อนว่าใครกำลังลดคนบ้าง
กลุ่มที่ประกาศชัดเจนในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
- Netflix ประมาณ 1,000 คน (ราว 6%) ส่วนใหญ่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี กฎหมาย และ HR
- Amazon ลดคนเพิ่มอีกรอบ หวยไปออกที่ฝ่าย Stores ไม่ถึง 1,000 คน และ Devices & Services ราว 250 คน รวมทั้งปี 2026 ตัวเลขเลย์ออฟทะลุ 16,000 ตำแหน่งไปแล้วครับ
- Kroger ซูเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ ตัดตำแหน่งองค์กรราว 3,000 ตำแหน่งใน 3 ปี โยงกับ AI และประสิทธิภาพ
- ธนาคาร Barclays ราว 5,000 ตำแหน่ง (ราว 5%) ระบุว่า ส่วนหนึ่งมาจาก AI
- American Express ราว 3,500 ตำแหน่ง
- Volvo Cars ราว 2,500 ตำแหน่ง
- GSK ราว 1,200 ตำแหน่ง
- eBay ราว 1,000-1,100 คน (8-9%) ตามประกาศก่อนหน้าเมื่อต้นปี
- Electronic Arts ราว 400 คน พร้อมปิดสตูดิโอ BioWare
- Dropbox ราว 200 คน (คิดเป็น 9%)
กลุ่มที่เริ่มส่งสัญญาณ
- Microsoft เสนอแพ็กเกจลาออกโดยสมัครใจให้พนักงานที่มีสิทธิ์ราว 60,000 คน
หลายบริษัทบอกเหตุผลกว้างๆ ว่า "ปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ" หรือ "ใช้ AI แทนงานซ้ำๆ"
ที่น่าสังเกตคือ มันไม่ใช่แค่บริษัทเทคแล้วครับ ธนาคาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ยา รถยนต์ เกม ครบทุกอุตสาหกรรมเลยตอนนี้
---
ล่าสุด เช้านี้ เจออีกบริษัท นั่นคือ Disney ครับ
ผมอยากเล่าเรื่อง Disney แยกต่างหาก เพราะมันบอกเราว่าการลดคนไม่ได้มาจาก AI อย่างเดียว
Walt Disney เตรียมปรับลดตำแหน่งงานหลายพันอัตรา และผู้บริหารระดับสูงให้ผู้จัดการหลายแผนกตั้งเป้าลดต้นทุนประจำปี 20% (ขอย้ำว่าเป็นเป้าลด "ต้นทุน" ไม่ใช่ลดพนักงาน 20%) ผ่านการผสมระหว่างตัดตำแหน่งงานและตัดงบดำเนินงาน
แผนกที่โดนหนักคือสถานีโทรทัศน์ (รวม ABC) สตูดิโอภาพยนตร์ (รวม Pixar) ฝ่ายกฎหมายและกิจการองค์กรระดับโลก และบางส่วนของสวนสนุก โดยปัจจุบันบริษัทมีพนักงานราว 231,000 คน และเพิ่งลดต้นทุนไปหลายพันล้านดอลลาร์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
บริษัทบอกว่า เป้าหมายคือรักษาการเติบโตของกำไรต่อหุ้นให้เป็นตัวเลขสองหลักตามที่สัญญากับนักลงทุน
เหตุผลเบื้องหลังไม่ใช่ AI ครับ มันคือธุรกิจที่ "อิ่มตัว"
- ทีวีเคเบิลโดนคนเลิกดู (Cord-Cutting) เงินโฆษณาไหลออก
- สตรีมมิงเริ่มเข้าจุดอิ่มตัว แต่ต้นทุนคอนเทนต์สูงลิ่ว
- คู่แข่งอย่าง Amazon, Prime Video และ Apple TV+ มีบริษัทแม่ที่ไม่ต้องพึ่งกำไรจากคอนเทนต์เป็นรายได้หลัก
Dana Walden ประธานดิสนีย์ พูดในงาน Bloomberg Screentime ทำนองว่า บริษัทต้องประเมินโครงสร้างและขนาดองค์กรใหม่อยู่เสมอ เมื่อยักษ์เทคโนโลยีหันมาเล็งธุรกิจของพวกเขา ต้องปรับตัวเพื่อเอาชีวิตรอด
ส่วนเงินที่ประหยัดได้ บริษัทจะเอาไปลงทุนในคอนเทนต์คุณภาพสูง โครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี สวนสนุก และเรือสำราญ ซึ่งเป็น Cash Cow ที่ยังสร้างเงินสดได้แข็งแรง
พูดอีกแบบคือ Disney ขยับน้ำหนักจากสิ่งที่ "คัดลอกง่ายผ่านหน้าจอ" ไปเป็นการขาย "ประสบการณ์ที่ต้องพาตัวเองไปสัมผัส" อย่างสวนสนุกกับเรือสำราญ
---
AI เป็นแค่หนึ่งในหลายเหตุผลของการปลดคน
ถ้าดูรายชื่อข้างบนแล้วแยกเหตุผล ผมเห็นอย่างน้อย 4 แรงที่ผลักพร้อมกัน
1. AI และ Automation แทนงานซ้ำๆ งานสนับสนุน เช่น Barclays, Kroger
2. ธุรกิจอิ่มตัวหรือ โดนเทคโนโลยีเปลี่ยนโครงสร้าง เช่น Disney, สื่อฮอลลีวูดทั้งวงการ (Netflix, Sony Pictures, Paramount และ Warner Bros. ก็ปรับลดคนไปก่อนหน้า)
3. ความต้องการชะลอตัว จากปัญหาเศรษฐกิจ บางบริษัทอ้างข้อนี้
4. ต้องหาเงินมาจ่ายค่า AI --> นี่เป็นมุมที่คนมองข้าม
ข้อ 4 นี่ผมคิดเองครับ ดูจากการที่ Amazon รายงานผลประกอบการ พบว่า กระแสเงินสดอิสระติดลบ 42,400 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 จากการใช้จ่ายด้าน AI และยังตั้งงบลงทุนปีนี้ไว้ 220,000 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกันก็ตัดพนักงานเพิ่ม
ผมไม่ได้บอกว่า Amazon ตัดคน เพราะเอาเงินไปจ่ายค่า AI ตรงๆ (บริษัทก็ไม่ได้บอกแบบนั้น) แต่ผมมองว่า ภาพรวมมันเป็นไปในทางนั้นครับ เมื่อลงทุนด้าน AI สูง การควบคุมค่าใช้จ่ายด้านคน คือวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะรักษาตัวเลขกำไรให้นักลงทุนเห็น
และอย่าลืมผู้ช่วย AI อย่าง Muse ของ Meta มันกำลังทำให้ธุรกิจที่พึ่งพาความขี้เกียจของลูกค้า (Consumer Inertia) ต้องเปลี่ยนตัวเอง ซึ่งหมายความว่า ที่ปรึกษา ฝ่ายบริการลูกค้า ฝ่ายขายประกัน เหล่านี้อาจเป็นกลุ่มต่อไป
---
มันยังมีอีกมิติ ที่ต้องมองอีก
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กลุ่ม "Gen Z regelt" (แปลว่า Gen Z takes charge) จัดประท้วงพร้อมกัน 34 เมืองทั่วเยอรมนี รวมถึงเบอร์ลิน แฟรงก์เฟิร์ต และมิวนิก
พวกเขาคัดค้านการเกณฑ์ทหาร และเรียกร้องให้รัฐบาลลงทุนด้านการศึกษาและสาธารณสุขมากขึ้น ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น
ส่วนใหญ่สงบ แต่แฟรงก์เฟิร์ต ศูนย์กลางการเงินของประเทศ เกิดเหตุร้านค้าอย่างน้อย 2 ร้านถูกปล้น หน้าต่างร้านค้าถูกทุบ และมีการขว้างขวดเพลิงใส่ตำรวจ ส่วนฮัมบูร์กมีสิ่งกีดขวางถูกเผา
Lina Friedrich โฆษกของกลุ่ม พูดทำนองว่าพวกเขาออกมาเพื่อต่อสู้เพื่อสันติภาพและเสรีภาพ ไม่ใช่เพื่อสงครามและการบังคับ และเน้นเรื่องกาพัฒนาสาธารณสุข ส่งเสริมการศึกษา และการกระจายความเจริญ และการเข้าถึงสวัสดิการอย่างเป็นธรรม
กระแสนี้ไม่ได้เกิดแค่เยอรมนีครับ ในเซอร์เบีย การเคลื่อนไหวของนักศึกษานำไปสู่การโค่นผู้นำผ่านการเลือกตั้ง ส่วนที่ฝรั่งเศส เราก็เห็นตั้งแต่ก่อนหน้านี้ว่า การประท้วงบานปลายเป็นจลาจลและปล้นสะดมในบางเมืองไปแล้ว
---
ผมมีไม่ได้บอกว่า ม็อบเยอรมนีประท้วงเรื่อง AI หรือการเลย์ออฟโดยตรง สิ่งที่พวกเขาพูดคือ การเกณฑ์ทหาร ค่าครองชีพ การศึกษา
แต่ถ้าวางสองภาพไว้ข้างกัน ผมเห็นรูปแบบเดียวกันครับ
คนรุ่นใหม่กำลังจะก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน ในจังหวะที่บริษัทใหญ่ๆปรับลดตำแหน่งงานสนับสนุน รวมถึงตำแหน่งงานเริ่มต้นก็ลดลง พอไปรวมกับปัญหา ค่าครองชีพแพง บ้านแพง และสังคมยังเสนอทางออกแบบเดิมๆ เรื่องราวมันเลยบานปลายไปอีก
เมื่อคนหนุ่มสาวรู้สึกว่า "กติกาเก่าไม่ทำงานให้ฉันแล้ว และยังไม่มีใครลุกขึ้นมาเขียนกติกาใหม่" ความไม่พอใจก็หาทางออก บางครั้งผ่านการเลือกตั้ง (เซอร์เบีย) บางครั้งผ่านจลาจล (ฝรั่งเศส หรืออย่าง เยอรมนี)
ผมไม่ได้บอกว่าความรุนแรงถูกต้องนะครับ และทางการเยอรมนีก็เตือนไว้ว่ามีกลุ่มสุดโต่งฉวยโอกาสจากการชุมนุมด้วย
แต่ผมมองว่า ถ้าสังคม บริษัท และรัฐบาล ไม่ปรับนโยบาย และให้เส้นทางของคนรุ่นใหม่ชัดเจนขึ้น ทั้งเรื่องการศึกษา ทักษะ และงานเริ่มต้น ปรากฏการณ์แบบนี้จะไม่หยุดที่เยอรมนี
---
ตอนเด็กๆ ผมเล่นกระโดดยางกับเพื่อนๆของพี่สาว
เคยเล่นกันไหมครับ? เริ่มจากยางอยู่ระดับข้อเท้า ทุกคนกระโดดข้ามได้สบาย แล้วค่อยๆ ยกขึ้นมาที่เข่า เอว อก คอ และเหนือหัว
คนที่ฝึกต่อเนื่องก็ยังกระโดดได้ ส่วนคนที่คิดว่าฉันทำไม่ได้ ไม่ได้ฝึกต่อ ก็ติดยางตอนยกขึ้นสูง
โลกตอนนี้คือ เกมกระโดดยางที่ยางถูกยกสูงขึ้นเร็วกว่าเดิมมากๆ
AI เป็นแค่หนึ่งในแรงยกยาง ที่เหลือคือธุรกิจที่อิ่มตัวอย่างดิสนีย์ ผู้บริโภคที่เปลี่ยนพฤติกรรม ต้นทุนการลงทุนที่ทะลุเพดาน และปัญหาค่าครองชีพ รวมถึงกติกาเดิมๆที่คนรุ่นใหม่เขามองว่าไม่เอื้อกับอนาคตของเขา
ผมแอบห่วงว่า รอบของเลย์ออฟ มันจะวิ่งมาใกล้ตัวพวกเราเร็วขึ้น และแรงขึ้นกว่าที่เราเคยคิด ซึ่งแน่นอนว่า คนที่ได้ประโยชน์จะไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดครับ แต่คือคนที่ "ปรับตัวเร็วที่สุด"
จำบทความที่ผมเขียนถึง Citizen บริษัทนาฬิกาอายุกว่า 100 ปี ได้ไหม?
Citizen เคยขาดทุนสุทธิ 25,800 ล้านเยนในปีงบ 2009 เปิดโครงการลาออกสมัครใจ 399 คนในปี 2013 และในปี 2020 วางแผนลด 550 คน แต่มีคนสมัครถึง 632 คน
สิ่งที่ทำให้ Citizen รอด คือการเอาทักษะแม่นยำที่สะสมมาไปต่อยอดสู่เครื่องจักรกลและชิ้นส่วนสำหรับอุตสาหกรรมชิป ไม่ใช่การยึดติดกับนาฬิกาอย่างเดียว
เรื่องนี้สอนเราว่า การปรับตัวไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ใช่เรื่องของ AI อย่างเดียว แต่เป็นเรื่องที่ทุกยุคทุกสมัยบังคับให้เราทำ แค่ตอนนี้จังหวะมันเร็วขึ้น
---
แล้วในฐานะคนทำงานควรทำอะไรดี
ผมสรุปเป็น 5 ข้อสั้นๆ
1. เรียนรู้ AI ให้เป็นเครื่องมือของเรา - ไม่ต้องเป็นนักพัฒนา แต่ต้องใช้เป็นในงานตัวเอง
2. สร้างทักษะที่ AI ลอกเลียนยาก - การตัดสินใจ การเจรจา ความสัมพันธ์ ทักษะที่ต้องลงมือสัมผัสจริง เหมือนที่ Disney ขยับไปสวนสนุกกับเรือสำราญ
3. เก็บเงินสำรองฉุกเฉิน - อย่างน้อย 6 เดือนของค่าใช้จ่าย
4. มีรายได้หลายทาง ไม่ฝากชีวิตไว้กับนายจ้างรายเดียว
5. อัปเดตสกิลทุกปี - ไม่รอให้ถึงวันที่ประกาศลดคน
ปรับตัว พัฒนาตัวเอง และกระจายความเสี่ยงของทั้งอาชีพและพอร์ตการลงทุนนะทุกคน เพราะรอบนี้ไม่ใช่แค่ AI แต่ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
Mr.Messenger รายงาน
𝔚𝔦𝔱 retweeted
3 พ.ย. 69 บริษัท แอปเปิล (Apple) เริ่มส่งการแจ้งเตือนภัยคุกคามรอบใหม่ไปยังผู้ใช้งานใน 99 ประเทศทั่วโลก หลังตรวจพบความเสี่ยงที่ผู้ใช้กลุ่มเป้าหมายอาจตกเป็นเหยื่อของการโจมตีด้วยสปายแวร์รับจ้าง โดยรูปแบบการโจมตีในครั้งนี้ใช้ช่องโหว่แบบ zero-click ซึ่งผู้โจมตีสามารถเจาะเข้าระบบของเหยื่อได้ทันทีโดยที่เป้าหมายไม่ต้องกดลิงก์หรือมีปฏิสัมพันธ์ใดๆ เพียงแค่ทราบหมายเลขโทรศัพท์เท่านั้น
.
สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตัวไปทั่วโลก โดยที่ประเทศเยอรมนี The Financial Times รายงานว่า สมาชิกรัฐสภาและเจ้าหน้าที่รัฐบาลเริ่มได้รับแจ้งเตือนตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลให้สำนักงานความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศแห่งสหพันธรัฐเยอรมนีต้องออกคำเตือนด่วน แนะนำให้ผู้ได้รับข้อความสันนิษฐานไว้ก่อนว่าอุปกรณ์ของตนไม่ปลอดภัย ขณะที่โฆษกรัฐบาลเยอรมนีปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่านายกรัฐมนตรี Friedrich Merz อยู่ในกลุ่มเป้าหมายด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ยังพบผู้ได้รับผลกระทบในประเทศอื่นๆ เช่น Radwan Mortada ผู้สร้างภาพยนตร์ในกรุงเบรุต
.
ในส่วนของประเทศไทย Thairath รายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2026 ที่ผ่านมาว่า ตนเองได้รับข้อความแจ้งเตือนจาก Apple เช่นกันว่า iPhone ส่วนตัวตกเป็นเป้าหมายของสปายแวร์กลุ่ม Pegasus เนื่องจากบทบาทหน้าที่การทำงาน แม้การตรวจสอบเบื้องต้นจะยังไม่พบร่องรอยการเจาะระบบสำเร็จก็ตาม
.
ทั้งนี้ สำหรับผู้ใช้งานที่ได้รับข้อความแจ้งเตือนภัยคุกคาม ทาง Apple ได้แนะนำให้ปฏิบัติตามคำเตือนอย่างจริงจัง ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย และแนะนำให้เปิดใช้งานฟีเจอร์ Lockdown Mode ทันที เพื่อยกระดับความปลอดภัยและป้องกันการเข้าถึงอุปกรณ์จากผู้ไม่หวังดี
.
#onenews
#สำนักข่าววันนิวส์
𝔚𝔦𝔱 retweeted
อนาคตในอีก 50 ปี ความเสียดายที่อาจได้ยินบ่อยที่สุดจากคนใกล้ตายอาจจะเป็น
“ฉันเสียดายเวลาชีวิตที่ใช้ไปกับการไถจอดูคลิปวีดีโอสั้น”
และที่แย่ที่สุดคือ พวกเขาอาจจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าดูคลิปอะไรไปบ้าง
ซาวโดวถือว่าดีสุดในหมู่ขนมปัง แต่อย่างอื่นดีกว่าเช่นข้าวโอ้ตเพราะได้ beta glucan ใยอาหาร ลด LDL ได้ด้วย เพียงแต่สูตรทำข้าวโอ้ตมักจะมีน้ำตาลเยอะ ต้องเลือกทำหน่อย
𝔚𝔦𝔱 retweeted
จากนี้ผมคงจะไม่ได้ซื้อหุ้นไม้ใหญ่ๆ แล้ว... เพราะต้องเก็บเงินสด ระดับ 50% ของพอร์ต
เพราะตอนนี้ภาพใหญ่กำลังบอกเราว่า มันไม่ปกติ
ตอนนี้ Big tech ต้องการเงินมาลงทุน Ai มหาศาลมากๆ ทั้งกู้ธนาคาร และออกหุ้นกู้ ดอกเบี้ยสูง
ทำให้เห็นว่าเงินในตลาดมันเริ่มหมด ไม่ใช่ว่าจะอัดลง Ai ได้ตลอดไป
และสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นแบบนี้ และมันจะสูงแบบนี้ไปอีกนาน ทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นมาก อย่างมีนัยสำคัญ เพราะงั้นแม่งจะสะดุดกันมากกว่าตอนนี้อีก
ตอนนี้ Big Tech ก็เริ่มเห็นว่า FCF ติดลบกันแล้ว ทั้งเงินเริ่มหมด และหาเงินจาก Ai ยังไม่ได้ด้วย แล้ววันไหนจะคืนทุน นี่แหละ ตลาดมันเลยเทขาย
สำหรับผมเอง ผมยังจะถือหุ้นในพอร์ตต่อไป ไม่ขาย และเน้น core position Top10 ส่วนตัวอื่นๆ ที่ไม่ใช่ Top10 ผมปล่อยตามเวรตามกรรมเลย เพราะ Top10 ผมส่วนมากบวกกันหมด ตลาดต้องลงลึกมากๆ ผมถึงจะขาดทุน และถ้าขาดทุนผมจะอัดเพิ่มทันที นี่คือแผนของผม ผมเลยต้องมีเงินสดเยอะมากๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้พอร์ตตอนที่ตลาดร่วงหนักๆ
ตลาดตอนนี้ขับเคลื่อนด้วยหนี้มหาศาลมากๆ มันคล้ายๆ ช่วงที่โลกเราสร้าง Infra ช่วง Internet มากๆ และนั้นแหละความเสี่ยงมันคือเงินทุนอาจจะหมดก่อนที่ Demand จะสร้างผลตอบแทนคุ้มกับการลงทุน
แต่สุดท้ายแล้ว Infra ก็จะยังอยู่ และ Ai ก็ยังอยู่ แค่ในตลาดมันซื้อกันจนราคานำพื้นฐานไปเยอะแล้ว มันควรได้กลับมาจุดสมดุลเท่านั้นเอง
จะมีงานไหนอีกที่ทำที่จอดเต็ม และทำ mrt คอขวดไปด้วย
31 ต.ค.69 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีการจัดงานฯหลายงาน
10.09 น. ณ MRTศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ต้องต่อแถวตั้งแต่ยังไม่เข้าในศูนย์ฯ ใครจะมาควรวางแผนดี ๆ
- มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31
- gamescom asia x Thailand Game Show 2026
- มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50
วันนี้ - 1 พ.ย.69
- งาน Doll Meet & Party 2026 (1 พ.ย.69)
(Cr.Nattaya Chokchaiyakul)
สรรพกร ไม่บอกวิธี เอกชนไม่จัดทำให้ดีเพราะมันไม่ชัดเจน ใครจะอยากยื่นครับ มาตรฐานก็ไม่มี คนเป็นล้านคนคุณจะไล่เก็บยังไง ยกเลิกภาษีหุ้นนอกไปเหมือนคริปโตฯลูกรักเสี่ยเถอะครับ จบๆ
เชี่ย gulf ขนาดจะไปจ่ายค่าปรับ 4 billion แทน @cz_binance เลยหรอ
รวยขนาดนี้ เวลามีวิกฤต พี่จ่ายค่าไฟแทนคนไทยบ้างก็ได้มั้งงั้นอ่ะ
เขียนขู่ซะน่ากลัว ขาดทุนไม่สามารถลดภาษีได้…
สมมุติผมเอาทุนไป 1 ล้าน เทรดได้กำไรจนมีพอร์ตเป็น 2 ล้าน โดยแบ่งเป็น กำไร 10 ล้าน ขาดทุน 9 ล้าน
แต่ตอนเอากลับ ผมไม่ได้มีเงินให้เอากลับ 10 ล้านนี่ ผมมีแค่ 2 ล้านกลับ หักทุนแล้วเราจะโดนภาษีแค่ 1 ล้านคือส่วนเฉพาะกำไรอยู่ดี ถูกไหม
ขายหุ้นนอกได้กำไร ยังไม่โอนเงินกลับไทย ก็มีภาระภาษีแล้ว /โดย ลงทุนแมน
หลายคนเข้าใจผิดว่า ขายหุ้นนอกได้กำไร ถ้ายังไม่โอนกลับไทย จะยังไม่ถือเป็นเงินได้
ตอนนี้มีคนลงทุนหุ้นนอกหลายล้านคน
แต่กรมสรรพากรไม่เคยชี้แจงแบบละเอียดกับคนเป็นล้านคน
ที่เขาไม่รู้จะทำอย่างไรให้เสียภาษีได้ถูกต้อง
จนถึงตอนนี้หลายคนยังเข้าใจผิด และยังไม่คิดจะจดบันทึกว่า การขายทำกำไรเกิดเป็นเงินได้ที่ต้องมายื่นภาษีเท่าไร
เรื่องนี้สำคัญอย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
longtunman.com/74176
𝔚𝔦𝔱 retweeted
Replying to @elonmusk @HuaweiMate6
Elon, have a lot of respect for you, but bad time to troll. Please stop.
Our SPCX shares (from our $500m investment in your Twitter takeover) are worth more than a billion.
Would appreciate if you show a little support. Thanks!


























